
ทศพิธราชะ…ธรรมะของผู้นำ
กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา ([email protected]) Chief Marketing Officer บริษัท มาร์เก็ตติ้งไดอ็อกไซด์ จำกัดทศพิธราชธรรม เป็นธรรมะของผู้นำองค์กร "Leaderships" (ภาวะผู้นำ) จะเสียสละทรัพย์สินของตนเองเพื่อบำรุงเลี้ยงผู้อื่น เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อยดีงาม ทั้งกาย วาจา และจิตใจ ซื่อตรง ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต จริงใจ มีอัธยาศัยไมตรี อ่อนโยน ไม่เย่อหยิ่ง เป็นผู้ทรงไว้ซึ่งเดช คือ การแผดเผากิเลสตัณหามิให้เข้ามาครอบงำจิตใจ ระงับยับยั้งข่มใจ โดยการใช้เมตตาธรรม คือความไม่โกรธ ไม่เบียดเบียน ให้อภัยบุคคลอื่น อดทน เป็นผู้มีความหนักแน่นในธรรม ไม่เอนเอียงหวั่นไหว จิตใจที่ประกอบไปด้วยทศพิธราชธรรมจึงเหมาะกับผู้บริหารทุกคนในประเทศไทย ทศพิธราชธรรมอันเสมือนธรรมของราชาหรือผู้นำองค์กร ประกอบด้วย
กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา ([email protected]) Chief Marketing Officer บริษัท มาร์เก็ตติ้งไดอ็อกไซด์ จำกัด
ทศพิธราชธรรม เป็นธรรมะของผู้นำองค์กร "Leaderships" (ภาวะผู้นำ) จะเสียสละทรัพย์สินของตนเองเพื่อบำรุงเลี้ยงผู้อื่น เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อยดีงาม ทั้งกาย วาจา และจิตใจ ซื่อตรง ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต จริงใจ มีอัธยาศัยไมตรี อ่อนโยน ไม่เย่อหยิ่ง เป็นผู้ทรงไว้ซึ่งเดช คือ การแผดเผากิเลสตัณหามิให้เข้ามาครอบงำจิตใจ ระงับยับยั้งข่มใจ โดยการใช้เมตตาธรรม คือความไม่โกรธ ไม่เบียดเบียน ให้อภัยบุคคลอื่น อดทน เป็นผู้มีความหนักแน่นในธรรม ไม่เอนเอียงหวั่นไหว จิตใจที่ประกอบไปด้วยทศพิธราชธรรมจึงเหมาะกับผู้บริหารทุกคนในประเทศไทย ทศพิธราชธรรมอันเสมือนธรรมของราชาหรือผู้นำองค์กร ประกอบด้วย
1.ทาน หมายถึง การให้ (Charity) การให้นั้นมีอยู่ 2 อย่าง คือ อามิสทาน ได้แก่ การให้วัตถุสิ่งของ เช่น ให้เงินทองเสื้อผ้า ให้ที่อยู่อาศัย ให้อาหาร ธรรมทาน ได้แก่ การให้ธรรมหรือความรู้ ให้สติปัญญา ให้กำลังใจ ให้อภัย ให้ความรัก ให้ความเอื้อเฟื้อให้ความเมตตา
2.ศีล หมายถึง ความมีระเบียบวินัย (Self-Discipline) นักบริหารทุกระดับเป็นบุคคลแบบอย่างที่จักต้องมีความ "งามด้วยศีล" ได้แก่ ต้องเป็นบุคคลที่มีระเบียบวินัย เคร่งครัด ระมัดระวัง ควบคุมตนเองได้ จะต้องรู้จักบริหารคน บริหารงานและบริหารบ้านเมือง
3.ปริจาคะ หมายถึง การเสียสละ (Self-Sacrifice) ความหมายเชิงปฏิบัติว่า ให้ ในลักษณะของ "ทาน" เป็นการให้สิ่งที่ตนมีอยู่และในเพียงบางส่วน แต่การให้ลักษณะของ "บริจาค" เป็นการให้ทั้งหมด นักบริหารที่ดีย่อมต้องมีความพร้อมในการเสียสละทั้ง 4 คือ เสียสละทรัพย์ เสียสละอวัยวะ เสียสละชีวิต เสียสละทั้งหมด ทั้งทรัพย์ อวัยวะและชีวิตเพื่อรักษาความถูกต้องดีงามของบ้านเมือง
4.อาชวะ หมายถึง ความซื่อตรง (Honesty) นักบริหารต้องเป็นบุคคลที่ซื่อตรง ไม่คดโกง โปร่งใส ตรวจสอบได้ จึงสามารถนำคน นำงาน นำบ้านเมือง วิ่งตรงไปสู่เป้าหมายได้อย่างปลอดภัยรวดเร็ว ตรงกันข้ามนักบริหารที่ไร้ความซื่อสัตย์สุจริต คดโกง ทรยศต่อชาติบ้านเมือง
5.มัททวะ หมายถึง ความอ่อนโยน (Gentleness) เป็นคุณธรรมที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะนักบริหารทุกระดับที่เป็นที่ยอมรับนับถือว่าเป็นบุคคลระดับ "ยอดคน" เปรียบไปแล้วก็เหมือนยอดต้นไม้ต้องอ่อน ถ้าไม่อ่อนก็ไม่ใช่ยอดคน ผู้ที่ถือว่าเป็นยอดคนก็ต้องเป็นบุคคลที่อ่อนโยนนุ่มนวลไม่หยาบคาย ไม่แข็งกระด้าง ไม่เย่อหยิ่ง ยโสโอหัง
6.ตปะ หมายถึง การระงับยับยั้งข่มใจ (Self-Austerity) นักบริหารที่ดีต้องมี "ตปธรรม" คือการแผดเผากิเลสตัณหามิให้เข้ามาครอบงำย่ำยีจิตใจของตนเอง คือละความชั่วภายในตนเองให้หมดไป หล่อหลอมเอาแต่ความดีงามใส่ตัว มีความดีเป็นแบบอย่าง
7.อักโกธะ หมายถึง ความไม่โกรธ (Non-Anger) นักบริหาร คือบุคคลผู้มีบทบาทมีอำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการโดยเฉพาะ การตัดสินใจ (Decision-Making) ให้ทำหรือไม่ทำ ซึ่งในสถานการณ์อย่างนี้ นักบริหารจะมีอารมณ์โกรธไม่ได้ ต้องมีความสุขสงบ เยือกเย็น เห็นตน เห็นคน เห็นงาม เห็นบ้านเมืองอย่างแจ่มใสไม่ขุ่นมัว
8.อวิหิงสา หมายถึง การไม่เบียดเบียน (Non-Violence) นักบริหารที่ดีต้องไม่เบียดเบียนทั้งคนและสัตว์ รวมทั้งไม่เบียดเบียนธรรมชาติสิ่งแวดล้อมต่างๆ ตามหลักพระพุทธศาสนา คือไม่มีความเห็นผิดจากทำนองคลองธรรม ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ให้ความเท่าเทียมกัน เคารพในกฎหมาย ไม่ทะเลาะวิวาท นำความคิดเห็นที่แตกต่างกันมาสร้างความสามัคคี
9.ขันติ หมายถึง ความอดทน (Tolerance) ความงามของนักบริหารอยู่ที่การมีความอดทน และการมีความสงบเสงี่ยมเจียมตัว หรือการมีโสรัจจะ นักบริหารที่ดีจึงจำเป็นจะต้องฝึกฝนอบรมตนเองให้เป็นคนมีความอดทนและความเสงี่ยมเจียมตัวอยู่เสมอ
10.อวิโรธนะ หมายถึงความไม่คลาดธรรม (Non-Opposition) หนักแน่นในธรรม ไม่หวั่นไหว นักบริหารจะต้องไม่มีความผิดพลาด







