
ความเสี่ยงธุรกิจไฟฟ้า
บริษัท เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย เผยผลวิจัยเรื่องโครงข่ายไฟฟ้าดิจิทัลซึ่งจัดทำต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 พบว่าธุรกิจไฟฟ้ามีความเสี่ยงสูงที่จะเสียรายได้จากการมีระบบแหล่งผลิตไฟฟ้ากระจายตัว (Distributed Generation : DG) มากที่สุด รวมถึงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และเซลล์เชื้อเพลิงต่างๆ ตามบ้าน
บริษัท เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย เผยผลวิจัยเรื่องโครงข่ายไฟฟ้าดิจิทัลซึ่งจัดทำต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 พบว่าธุรกิจไฟฟ้ามีความเสี่ยงสูงที่จะเสียรายได้จากการมีระบบแหล่งผลิตไฟฟ้ากระจายตัว (Distributed Generation : DG) มากที่สุด รวมถึงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และเซลล์เชื้อเพลิงต่างๆ ตามบ้าน
การสำรวจผู้บริหารกิจการไฟฟ้ามากกว่า 100 ราย ในกว่า 20 ประเทศ พบว่าผู้บริหารกิจการไฟฟ้า 58% เชื่อว่าระบบแหล่งผลิตไฟฟ้ากระจายตัวจะทำให้รายได้ของพวกเขาลดลงภายในปี 2573 โดยเฉพาะผู้บริหารในอเมริกาเหนือและเอเชียแปซิฟิกที่กังวลใจมากกว่าผู้บริหารในยุโรป เนื่องจากในภูมิภาคเหล่านั้นอุตสาหกรรมไฟฟ้ามีการขยายตัวในแนวดิ่ง ทำให้ได้รับผลกระทบสองด้าน ทั้งจากรายได้การขายลดลงและต้นทุนของพลังงานในระบบเครือข่ายที่ต้องทำให้การจ่ายพลังงานมีเสถียรภาพตลอดเวลา
ทั้งนี้ สิ่งที่กดดันที่สุดเกี่ยวกับขีดความสามารถของระบบแหล่งผลิตไฟฟ้ากระจายตัวจะมาจากผู้บริโภคที่มีบทบาทในการผลิตพลังงานด้วย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนระบบแหล่งผลิตไฟฟ้ากระจายตัวในปัจจุบัน มีสัดส่วน 59% ตามมาด้วยระบบแหล่งผลิตไฟฟ้าปานกลางและแรงสูงที่เชื่อมต่อกัน เช่น โรงผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่สัดส่วน 28%
นอกจากนี้ พบว่าผู้บริหาร 59% คาดการณ์ว่าภายในปี 2563 ความผิดพร่องของโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Faults) อาจเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากแหล่งผลิตไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกับแหล่งพลังงานหมุนเวียน ซึ่ง 59% ของผู้บริหารเหล่านี้ต่างก็เชื่อว่าขีดความสามารถในการให้บริการโดยแหล่งผลิตไฟฟ้ากระจายตัวจะหมดไปภายใน 10 ปี หลังจากนั้นการจะใช้ระบบแหล่งผลิตไฟฟ้ากระจายตัวใหม่จะมีต้นทุนเป็นเงินทุนที่ต้องเติมเข้าไปอีกมาก ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
การปฏิวัติด้านเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว สภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้น เข้าถึงทรัพยากรได้มากขึ้น และความสนใจในการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ตามบ้านได้ผลักดันให้มีการผลิตไฟฟ้าแบบกระจายตัว ถือเป็นความท้าทายของธุรกิจไฟฟ้าซึ่งเครื่องมือที่เป็นตัวช่วยคือการนำโซลูชั่นโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะมาใช้เพื่อรับมือ และจากการทดสอบพบว่าทำให้ต้นทุนต่ำราว 30%







