posttoday
ขาใหญ่ว่าไง หุ้นกระทิง

ขาใหญ่ว่าไง หุ้นกระทิง

20 กันยายน 2560

พูลศรี เจริญภาวะกระทิงมาแล้ว ดัชนีหุ้นไทยพุ่งทะลุแนวต้านสำคัญที่ 1,650 จุด ไปได้ และล่าสุดซื้อขายที่ระดับดัชนี 1,660 จุด เมื่อเป็นอย่างนี้มาฟังว่า นักลงทุนรายใหญ่ นักลงทุนประเภทหุ้นคุณค่า (วีไอ) เขาคิดกันยังไง

พูลศรี เจริญ

ภาวะกระทิงมาแล้ว ดัชนีหุ้นไทยพุ่งทะลุแนวต้านสำคัญที่ 1,650 จุด ไปได้ และล่าสุดซื้อขายที่ระดับดัชนี 1,660 จุด เมื่อเป็นอย่างนี้มาฟังว่า นักลงทุนรายใหญ่ นักลงทุนประเภทหุ้นคุณค่า (วีไอ) เขาคิดกันยังไง

หากดูในส่วนของนักวิเคราะห์ เริ่มขยับเป้าดัชนีหุ้นไทย เช่น บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ขยับเป้าดัชนีปีนี้เป็น 1,660 จุด จาก 1,600 จุด มองกำไร บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ปีหน้า โต 10% บล.ทรีนีตี้ คงเป้าปีนี้ที่ 1,620 จุด แต่มองปีหน้าที่ 1,700 จุด ทิสโก้คงปีนี้ที่ 1,670 จุด ให้ปีหน้าที่ 1,720 จุด บล.เอเซีย พลัส ปรับเป้าหมายดัชนีหุ้นไทย 12 เดือนข้างหน้าเป็น 1,766 จุด อิงกำไรสุทธิ/หุ้น (EPS) ปี 2561 ที่ 110.4 บาท กระแสเงินต่างชาติ ไหลเข้าหนุนดัชนีแตะระดับ 1,700 จุดได้ในไม่ช้า

"ผมกลับมาแล้ว" เป็นเสียงใสๆปลายสายของ นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนเน้นหุ้นคุณค่า (Value Investor) หรือนักลงทุนวีไอชั้นแถวหน้า ที่ กล่าวถึงการลงทุนในหุ้นไทย โดย ระบุว่า ได้ทยอยเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นมาหลายเดือนแล้วหลังห่างหายไป 1 ปี

"ขณะนี้ผมได้เพิ่มน้ำหนักลงทุนในหุ้นไทยเป็นเกือบ 80% จากก่อนหน้านั้นลดเหลือ 60% ของพอร์ต"

นิเวศน์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีหุ้นในพอร์ต 3-4 ตัว ในจำนวนนี้มีทั้งลงทุนเพิ่มในหุ้นตัวเดิม และการลงทุนในหุ้นตัวใหม่ เช่น กลุ่มพลังงาน ส่วนช่วงที่ลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทย ได้หันไปลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามสัดส่วน 10% ของพอร์ต

สาเหตุที่เพิ่มน้ำหนักในหุ้นไทย อีกรอบ เนื่องจาก 1.ถือเงินสดไว้มากทำให้เสียโอกาสจากอัตราดอกเบี้ย ที่อยู่ในระดับต่ำ 2.มีหุ้นราคาถูกเตะตาคนลงทุนสไตล์วีไอ 3.ผลตอบแทน จากการลงทุนไม่ได้ขี้เหร่จนรับไม่ได้ ในยามที่เศรษฐกิจไทยเติบโตช้า และ 4.ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ไม่มีเหตุการณ์วิกฤต

จากเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น นิเวศน์ มองว่าเป็นโอกาสเหมาะที่จะคัมแบ็กหุ้นไทยได้แล้ว แม้ส่วนตัวจะมองว่าปัจจัยพื้นฐานทั้งด้านเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียนไม่ได้โดดเด่นเมื่อเทียบภูมิภาค อีกทั้งมูลค่าหุ้นก็ไม่ถูกและไม่แพง แต่ก็ไม่อยากรอแล้วเพราะการถือเงินสดมากๆ จะทำให้เสียโอกาสในเรื่องผลตอบแทน

สำหรับหุ้นในสเปกรอบนี้ ยกตัวอย่าง เช่น กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) เติบโต 5-6% ต่อปี เป็นระยะเวลา 3-5 ปี ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 5% ต่อปี อัตราราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น หรือพี/อี เรโช ไม่เกิน 10 เท่า หุ้นซื้อขายที่ราคาต่อมูลค่าหุ้นทางบัญชีไม่เกิน 1 เท่า

ภาวะที่ตลาดหุ้นไทยกลับมาซื้อขายคึกคัก ทั้งนักวิเคราะห์และนักลงทุนสถาบันต่างทยอยปรับเป้าดัชนี มีเสียงเตือนจากนักลงทุนวีไอระดับตำนานว่า "จริงๆ แล้วหุ้นราคาแพงเป็นหุ้นที่คนชอบแห่ตามซื้อ ทั้งๆ ที่โดยรวมผลประกอบการอาจไม่ได้โตตาม"

ตัวอย่างหุ้นราคาแพงและควรหลีกเลี่ยงลงทุน เช่น พี/อีสูง 40-50 เท่า มีการซื้อขายที่ราคาต่อมูลค่าหุ้นทางบัญชี 5-10 เท่า ขณะที่ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเพียง 1% ต่อปี เป็นต้น

"หุ้นไทยรอบนี้ไม่ได้เป็นกระทิงอะไรมากมาย เพียงแต่ดีขึ้น ดัชนี ไม่แพงมาก แต่ก็ไม่ถูกมากเช่นกัน" นักลงทุนวีไอระดับตำนาน กล่าวทิ้งท้าย

วัชระ แก้วสว่าง นักลงทุนรายใหญ่ ระบุว่า ส่วนตัวเชื่อมาตลอดว่าหุ้นไทยจะพิ่มขึ้นเพราะด้วยพื้นฐานของ เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวและกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไม่ได้เลวร้าย แต่ที่ผ่านมาก็จะมีในส่วนของธุรกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ยังไม่ดีทำให้มองภาพรวมๆ ว่าไม่ดี ในความเป็นจริงก็จะต้องแยกแยะ เมื่อเชื่อว่าหุ้นจะดี ในพอร์ตลงทุนส่วนตัวนั้นก็จะมีหุ้นเต็มอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อดัชนีหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดก็ทำให้พอร์ตโตตามขึ้นด้วย แต่ก็ไม่ได้มากหรือหวือหวาเพราะส่วนใหญ่จะลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่แทบทั้งสิ้น

"พอร์ตลงทุนผมใหญ่จึงลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องเป็นหลัก ส่วนการเข้าไปในลงทุนหุ้นขนาดเล็กจะมีผลต่อราคา ถ้าผมเข้าและหุ้นขยับแรงก็จะถูกจับตาทันทีดังนั้นจึงลงทุนในหุ้นใหญ่" วัชระ กล่าว

สำหรับการเพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดของดัชนีหุ้นไทยครั้งนี้ถือว่า ยังไม่ ทำลายสถิติเดิมที่ผมเป็นนักลงทุน เพราะผมลงทุนครั้งแรกตอนอายุ 19 ปี ขณะนั้นดัชนีสูงสุดที่ 1,789 จุด เมื่อ ม.ค. 2537 รอบนี้จึงไม่ได้ตื่นเต้นอะไร

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน