
แอลเอชฟันด์ค้ด10หุ้น
แอล เอช ฟันด์ จับจังหวะหุ้นไทยร้อนแรง ออกกองทุนใหม่ ชูธีมเด่นทั้งหุ้นและผลตอบแทน เงื่อนไขรับเสี่ยงได้สูง เหตุลงทุนกระจุกตัว
แอล เอช ฟันด์ จับจังหวะหุ้นไทยร้อนแรง ออกกองทุนใหม่ ชูธีมเด่นทั้งหุ้นและผลตอบแทน เงื่อนไขรับเสี่ยงได้สูง เหตุลงทุนกระจุกตัว
นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ หรือ แอล เอช ฟันด์ เปิดเผยว่า บริษัทออกกองทุนเปิด แอล เอช ท็อปพิค (LHTOPPICK) ที่เด่นทั้งหุ้นและผลตอบแทน เหมาะสำหรับนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของการลงทุน โดยคาดหวังผลตอบแทนที่สูงในระยะยาว เสนอขายหน่วยลงทุนเป็นครั้งแรก หรือไอพีโอ วันที่ 25 ก.ย.-4 ต.ค.นี้
สำหรับกองทุนนี้มีจุดเด่นเน้นลงทุนในหุ้นไทยที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือก ไม่เกิน 10 บริษัท ซึ่งมีเกณฑ์การคัดเลือก ประกอบด้วย 1.เป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีหรือมีแนวโน้มการเติบโตสูงในอนาคต 2.พิจารณาจากผลประกอบการของบริษัทในปัจจุบัน 3.แนวโน้มผลประกอบการในอนาคต โดยจะพิจารณาจากรายได้ที่อาจปรับตัวเพิ่มขึ้นหรือผลประกอบการหรือผลกำไรที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาปรับหลักทรัพย์ที่ลงทุน หรือจำนวนหลักทรัพย์ที่ลงทุนมากกว่า 10 หลักทรัพย์ เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุนโดยจะพิจารณาจากสภาวะตลาดในช่วงนั้นๆ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ บริษัทมั่นใจในตลาดหุ้นไทยมากขึ้นหลังดัชนีปรับตัวขึ้นเหนือ 1,650 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 23 ปี ปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากเงินทุนต่างชาติไหลเข้า เนื่องจากเชื่อมั่นภาพรวมเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวต่อเนื่องในครึ่งปีหลังของปีนี้ จากกรณีรัฐบาลดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม การพัฒนาโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ตลอดจนการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ รวมถึงได้รับผลดีจากภาคส่งออกและภาคท่องเที่ยวที่ขยายตัวดีขึ้นในปีนี้
ขณะที่แนวโน้มหุ้นไทยสิ้นปี 2561 คาดว่ามีโอกาสปรับขึ้นที่ระดับ 1,800 จุด แม้กังวลจากปัจจัยลบ เช่น เหตุการณ์ในเกาหลีเหนือ การก่อการร้ายใน ต่างประเทศ อย่างไรก็ตามด้วยปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจไทยที่แข็งแกร่ง ประกอบกับปี 2561-2563 จะมีเม็ดเงินลงทุนจากภาครัฐเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะช่วยผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวปีนี้ยังคงเติบโตได้ดีจากปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงรัฐบาลได้เร่งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ชาว ต่างชาติเพื่อกระตุ้นการเข้ามาลงทุนในไทย







