
ไฟแนนเชียลไดเจสต์
BJC ซื้อหุ้นวีนาแล้ว
BJC ซื้อหุ้นวีนาแล้ว
บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) แจ้งว่า บริษัท บีเจซี อินเตอร์เนชั่นแนล คัมปะนี (บีเจไอเอชเค) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้น 100% ได้เข้าซื้อเงินลงทุนในบริษัท วีนา เปเปอร์ จอยช์ สต็อก (วีนา) ในเวียดนามแล้ว โดยบีเจไอเอชเคซื้อเงินลงทุน 100% ในวีนา 321.77 ล้านด่อง หรือเท่ากับ 482.66 ล้านบาท จากบริษัท ไดอาน่า ยูนิชาม จอยซ์ สต๊อก คอมพานี
ทั้งนี้ บริษัทดังกล่าวประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์กระดาษทิชชู่ที่หลากหลาย ยี่ห้อ E’mos ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ธุรกิจกระดาษทิชชู่เป็นหนึ่งในธุรกิจที่บริษัทจะเข้าไปลงทุนเพื่อสร้างความเติบโตของธุรกิจในเวียดนาม
การเข้าทำรายการซื้อโรงงาน รวมถึงสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องของบริษัท ไดอาน่า ยูนิชาม จอยซ์สต๊อก คอมพานี จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการลดต้นทุนการผลิตกระดาษทิชชู่ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจกระดาษทิชชู่ที่เวียดนาม ร่วมกับโรงงานแปรรูปกระดาษในโฮจิมินห์ ที่บริษัทดำเนินการอยู่
QTC ซื้อโรงไฟฟ้า L Solar 1
นายพูลพิพัฒน์ ตันธนสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ (QTC) เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะกรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติให้บริษัท คิวทีซี โกลบอล เพาเวอร์ (QTCGP) บริษัทย่อย เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท แอล โซล่าร์ 1 เพื่อลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 8 เมกะวัตต์ ที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี กว่า 500 ล้านบาท บริษัทต้องเข้าบริหารกิจการบริษัท แอล โซล่าร์ 1 และจะเริ่มทยอยรับรู้รายได้จากการเข้าไปลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ L SOLAR 1 ตั้งแต่ไตรมาส 4/2560 เป็นต้นไป
โครงการดังกล่าวได้ดำเนินการเชิงพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ L Solar 1 มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) 1 สัญญากำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 8 เมกะวัตต์ ตามโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน เป็นสัญญาประเภท Non-Firm ต่ออายุทุก 5 ปี ซึ่งได้ส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (แอดเดอร์) ในอัตรา 8.0 บาท/กิโลวัตต์-ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 10 ปี นับจากวันเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ คือวันที่ 2 ธ.ค. 2554 โดยในปี 2559 มีกำไรสะสม 170.68 ล้านบาท และในปี 2557-2559 โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ L Solar 1 มีกำไรย้อนหลังที่ 76.23 ล้านบาท 75.22 ล้านบาท และ 77.81 ล้านบาท ตามลำดับ
บล.กสิกรลุย DW
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย จะเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) 15 หลักทรัพย์ อ้างอิง บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) บริษัท ศุภาลัย (SPALI) บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) บริษัท บางกอก เชนฮอสปิทอล (BCH) บริษัท โกลว์ พลังงาน (GLOW) บริษัท บีซีพีจี (BCPG) บริษัท ซีเค พาวเวอร์ (CKP) บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ (CHG) บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) และบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ (BPP) โดยจะซื้อวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 27 ก.ย. 2560 ทั้งนี้เป็นการเสนอขาย DW ประเภทสิทธิในการซื้อ (Call Warrants) และประเภทสิทธิในการขาย (Put Warrants)
บัวหลวงขาย UV 0.01%
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประกาศรายงานการได้มาและการขายหุ้นของบริษัทจดทะเบียน (บจ.)
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) รวมบัวหลวงขายหุ้นของบริษัท ยูนิเวนเจอร์ (UV)
0.01% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการเหลือ 4.99%
บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ แจ้งว่า นายพิจิตต์ วิริยะเมตตากุล ได้หุ้นบริษัท 0.03% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการรวมเป็น 10.01% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ
นายเกริกไกร ไตรบัญญัติกุล ได้ขายหุ้น จัสมิน เทเลคอม ซิสเต็มส์ (JTS) 0.21% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการเหลือ 14.93% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ
นายธานิน สัจจะบริบูรณ์ ขายหุ้นของบริษัท บางกอกชีทเม็ททัล 2.5% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการเหลือ 9.15%
บลจ.กสิกรไทย จ่ายเงินปันผล
นายวิทวัส อัจฉริยวนิช รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทย เตรียมจ่ายเงินปันผลกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริม เพาเวอร์ (ABPIF) ครั้งที่ 8 สำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-30 มิ.ย. 2560 ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีรายชื่ออยู่ในสมุดทะเบียนวันที่19 ก.ย. 2560 (XD Date) ในอัตรา 0.2539 บาท/หน่วย พร้อมกันนี้กองทุนได้ลดทุนจดทะเบียนของกองทุนรวมครั้งที่ 8 และจะจ่ายคืนผลตอบแทนส่วนลดทุนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ในอัตรา 0.3650 บาท/หน่วย ผู้ลงทุนจะได้รับทั้งเงินปันผลและเงินลดทุน รวม 0.6189 บาท/หน่วย รวม 371.34 ล้านบาท หรืออัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่นักลงทุนได้รับโดยเฉลี่ยที่ 6.98% ของมูลค่าที่ตราไว้ และหลังจากการลดทุนครั้งนี้ มูลค่าทุนจดทะเบียนของกองทุนจะอยู่ที่ 6.9721 บาท/หน่วย โดยกองทุน ABPIF มีกำหนดจ่ายเงินปันผลพร้อมคืนเงินลดทุนในวันที่ 28 ก.ย. 2560
นอกจากนี้ ยังเตรียมจ่ายปันผลกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม แฟคทอรี่แอนด์แวร์เฮ้าส์ ฟันด์ (WHAPF) ครั้งที่ 26 สำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.-31 ก.ค. 2560 ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีรายชื่ออยู่ในสมุดทะเบียนของวันที่ 19 ก.ย. 2560 (XD Date) ในอัตรา 0.1800 บาท/หน่วย รวมมูลค่าการจ่ายเงินปันผลกว่า 169.03 ล้านบาท โดยกองทุนมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 28 ก.ย. 2560







