posttoday
วัดกลางเมือง

วัดกลางเมือง

23 กันยายน 2560

เวลาผมมีโอกาสได้ขึ้นไปที่ชั้น 22 ของตึกโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ทีไร ผมมักจะออกมายืนริมหน้าต่างเพื่อชมวิวเมืองกรุงเสมอ

 โดย เสกสรร โรจนเมธากุล

 เวลาผมมีโอกาสได้ขึ้นไปที่ชั้น 22 ของตึกโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ทีไร ผมมักจะออกมายืนริมหน้าต่างเพื่อชมวิวเมืองกรุงเสมอ ซึ่งวิวตรงนี้จะมองเห็นวัดปทุมวนารามโดดเด่นอยู่ท่ามกลางย่านการค้าใหญ่อย่างสยามพารากอนและสยามสแควร์ รวมถึงรถไฟฟ้าที่พาดผ่านส่งเสียงดังกึงกัง

 ตอนเห็นครั้งแรกก็น่าตื่นตาตื่นใจดี ที่วัดซึ่งเป็นสถานที่สงบทางศาสนา กลับอยู่ท่ามกลางรายล้อมของแหล่งบันเทิงเริงใจ และการกระตุ้นเร้ากิเลสจากบริโภคนิยม

 ให้นึกย้อนไปถึงเมื่อ 5 ปีก่อน เพื่อนสนิทของผมคนหนึ่งเลือกมาบวชและจำพรรษาอยู่ที่นี่ ในวันบวช กลุ่มเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยก็มาร่วมงานกันหลายคน

 หลังพระจำพรรษา พวกเราก็นัดกันหาวันว่างไปนมัสการบ้างเป็นครั้งคราว แต่ด้วยความที่ผมอยากใคร่รู้ว่าพระที่วัดนี้ท่านอยู่กันอย่างไร แตกต่างกับที่ตอนต้นปีนั้นที่ผมเคยบวชอยู่วัดในหมู่บ้านที่ต่างจังหวัดอย่างไร เลยหาโอกาสก่อนที่พระเพื่อนจะลาสิกขา เข้าไปสนทนาถามไถ่

 คุยกันจนพอสมควร ได้ฟังประสบการณ์ 3 เดือนของพระเพื่อนแล้ว ผมอยากจะเรียกการสนทนากันครั้งนั้นว่าเป็นการ "นินทาพระ" เสียมากกว่า

 “อยู่วัดกลางเมือง เหมือนอยู่กลางดงกิเลส" ส่วนตัวจะให้บวชอยู่วัดไหนก็ได้ แต่ที่ได้มาอยู่วัดปทุมฯ เพราะโยมป้ารู้จักกับทางวัด วัดปทุมฯ เป็นสายธรรมยุต ใช้จีวรสีเข้ม และตั้งใจบวชให้ครบ 3 เดือน บวชให้โยมพ่อโยมแม่ ถือว่าเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต

 พระเพื่อนบอกว่า ในวันแรกๆ ทรมานมาก แทบจะร้องไห้เพราะทุกอย่างมันเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือในทันที วันแรกก็คิดถึงบ้าน อยู่วัดมันเงียบมากๆ กุฏิที่อยู่นี้แทบไม่มีเสียงอะไรเลย

 ถ้าเปิดหน้าต่างก็ได้ยินแค่เสียงรถไฟฟ้าอย่างเดียว พอนอนก็ปิดหน้าต่าง มันจึงเงียบแบบเงียบกริบ อยู่นี่ก็ไม่มีทีวี ไม่ได้ฟังเพลง วันแรกๆ ก็นอนไม่ค่อยหลับ ก็กลัวบ้าง แต่ที่นี่ไม่ได้มีการเผาศพ วัดนี้ไม่มีเมรุ

 คนเพิ่งบวช กิเลสไม่ได้หายในทันที ต้องค่อยๆ ฝึก ค่อยๆ ควบคุม กิเลสของพระเพื่อนส่วนมากมาจากสิ่งที่เคยทำในชีวิตปกติ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง

 อยู่วัดปทุมฯ เดินออกไปก็เจอสยามพารากอน เห็นโรงหนัง 4DX เห็นสยามพารากอน มันก็เกิดความอยาก ก็พยายามไม่คิดอะไรมาก ไว้รอตอนสึกออกไปค่อยดู แรกๆ ก็อยาก หลังๆ ก็ชินแล้ว เดือนหนึ่งก็ปรับตัวได้

 เรื่องการปฏิบัติศาสนกิจ เข้าทำวัตรตลอด ที่นี่มีเช็กชื่อเข้าทำวัตรด้วย ถ้าขาดเกิน 20 ครั้งจะถูกงดกิจนิมนต์ทั้งหมด ก็ได้ออกไปกิจนิมนต์อยู่ตลอด เพราะอยู่กับพระผู้ใหญ่ท่านมักจะพาไป

 ก่อนบวชพระเพื่อนเป็นคนที่ติดโซเชียลเน็ตเวิร์กมาก และเห็นว่าตั้งใจจะตัดขาด แต่ทำไปทำมาก็เห็นยังใช้อยู่ เพราะพอมาคิดดูแล้วเราก็ไม่จำเป็นต้องตัดขนาดนั้น ถ้าเกิดเราตัดขาดไปจริงๆ คงตามโลกข้างนอกไม่ทัน เพราะเราไม่ได้จะบวชยาวตลอดชีวิต

 พระผู้ใหญ่บางท่านก็เคยบอกว่า ถ้าบวชก็บวชพอให้ได้ศึกษาธรรม อย่าบวชนาน เราออกไปจะตามโลกไม่ทัน แต่ในวัดพระผู้ใหญ่ส่วนมากก็ใช้ไอโฟนกันหมด

 การอยู่วัดปทุมฯ เป็นวัดที่อยู่ใจกลางความเจริญทุกอย่าง พระเพื่อนมองว่าค่อนข้างอยู่ยากมาก ถ้าไม่มีวินัยในตัวเอง แค่ออกไปบิณฑบาตวันๆ หนึ่งก็ได้ปัจจัยเยอะพอสมควร

 โดยเฉพาะพระผู้ใหญ่จะได้เยอะมาก เพราะฉะนั้นจึงมีโอกาสติดลาภสักการะ ใครที่ปล่อยใจก็จะไปเลย ใครที่ยังรักษาศีล ปฏิบัติธรรมได้อยู่ มันก็ดี จึงอยู่ที่วินัยของตัวเอง ซึ่งการที่ตัวเองมาอยู่ตรงนี้แล้วไม่หลงไปกับสิ่งเหล่านั้น ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง

 ว่ากันตามศีลแล้ว พระไม่สามารถใช้ปัจจัยได้ ถ้าพระเอาเงินไปซื้อของ พระจะอาบัติ ของที่ได้มาต้องทำลายโดยการโยนทิ้งหรือเอาไปให้คนอื่น ให้บุคคลหรือสงฆ์ แล้วจึงมาปลงอาบัติปาจิตตีย์ ถึงจะหลุดจากอาบัติได้ เพราะฉะนั้นอย่างพระที่เดินห้างพันธ์ุทิพย์ซื้อของเองมันก็ผิด

 เมื่อได้เรียนรู้ชีวิตในร่มกาสาวพัสตร์ไปเรื่อยๆ วันเเล้ววันเล่า พระเพื่อนมองว่าพระก็ไม่ได้มีแต่ด้านดี อย่างเช่นขนาดมาบวชแค่ 3 เดือนก็ได้ปัจจัยเยอะอยู่ เดือนหนึ่งได้จากทั้งบิณฑบาตทั้งกิจนิมนต์ ก็น่าจะเกินเงินเดือนขั้นต่ำปริญญาตรี

 มีงานหนึ่งเคยได้มากสุดไปกับพระผู้ใหญ่รวม 5 รูป ได้มา 5,000 บาท เพราะฉะนั้นพระผู้ใหญ่ก็ได้มาเยอะมาก อยู่ที่ว่าจะเอาเงินนี้ไปใช้ในทางที่ดีหรือไม่

 สุดท้ายพระเพื่อนมองว่า ไม่ว่าเราจะเป็นใคร จะเป็นพระหรือฆราวาส เราก็ต้องรู้จักควบคุมตัวเองให้ไปในทางที่ดีไม่ต่างกัน

 ยิ่งวัดอยู่กลางเมืองกิเลสจะเยอะ ถ้าไม่เจ๋งจริงก็อยู่ไม่ได้ ถ้าคิดว่าสามารถตัดได้ ควบคุมตัวเองได้ อยู่ภายใต้สภาพที่มีกิเลสเยอะๆ เหมือนสังคมที่นี่ได้ นั่นก็เป็นสิ่งท้าทาย ถ้าควบคุมตัวเองได้ ทำกิจของสงฆ์ตลอด ไม่ได้ออกนอกลู่นอกทาง

 นั่นเป็นเรื่องราวเมื่อ 5 ปีที่เเล้วที่นำมาเล่าสู่กันฟัง พระเพื่อนบวชวัดกลางเมือง ผมบวชวัดเล็กๆ ในหมู่บ้านชนบท ไปอยู่วัดวันแรก โยมพ่อสอนผม หน้าที่ของพระมีไม่เยอะ ทำแค่ 3 อย่าง "บิณฑบาต กวาดวัด ปัจจเวก" เป็นพระใหม่ทำ 3 อย่างนี้ให้ดีก่อน

 หนึ่ง-เป็นพระก็ต้องออกบิณฑบาต มันเป็นหน้าที่ จะขี้เกียจไม่ได้

 สอง-กวาดวัด ก็คือรู้จักทำความสะอาด ทำประโยชน์ต่อวัด ใบไม้หล่นในลานวัด ในวิหาร ก็หน้าที่พระ ต้องกวาด

 สาม-ปัจจเวก คือ สวดมนต์ อ่านพระธรรม ทำสมาธิ นี่ก็หน้าที่พระ ถ้าไม่ทำตามนี้ แล้วจะมาบวชทำไม

 หรือทำสิ่งที่ผิดเพี้ยนไปจากนี้ ยังใช่พระอยู่หรือไม่

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน