
คอนโดเมืองพัทยาโตกว่าริมหาด
โพสต์ทูเดย์
— ไรมอนแลนด์ ระบุ ตลาดคอนโดกลางเมืองพัทยาราคาต่ำขายดีกว่าริมหาด เหตุบาทแข็งทำทุนต่างชาติกำลังซื้อหดรายงานวิจัยคอนโดมิเนียม โฟกัส ของ บริษัท ไรมอนแลนด์ เรื่องตลาดคอนโดมิเนียมพัทยา ในครึ่งปีแรกของปี 2553 พบว่า ตลาดคอนโดมิเนียมพัทยาไม่ได้พึ่งพิงกับโครงการที่อยู่ริมชายหาดเหมือนเช่นที่เคยเป็นมา โดยโครงการใหม่ๆ ที่อยู่ทำเลใจกลางเมืองไม่ติดหาด กลายเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุด
ทั้งนี้ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งยังคงเปิดตัวโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง เจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการย้ายมาพัทยาเพื่ออยู่อาศัย โดยเฉพาะชาวต่างชาติเกษียณอายุ หรือกลุ่มคนทำงานในพัทยา มีงบประมาณราว 15 ล้านบาท ราคาเริ่มต้นที่ซื้อเฉลี่ยอยู่ที่ 3.55.5 หมื่นบาทต่อตารางเมตร เมื่อเทียบกับพื้นที่ชายทะเลมีราคาอยู่ประมาณ 8 หมื่น1.5 แสนบาทต่อตารางเมตร ซึ่งโดยทั่วไปมีราคาขายเริ่มต้นตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป
สำหรับในช่วงครึ่งแรกของปี 2553 มีโครงการในพื้นที่ใจกลางเมืองพัทยาที่เปิดตัวแล้วรวม 1,295 ยูนิต หรือคิดเป็น 89% ของจำนวนห้องชุดทั้งหมดที่เปิดตัวทั้งหมด โครงการเหล่านี้สามารถขายได้แล้ว 518 ยูนิต หรือ 40% ของจำนวนโครงการที่เปิดตัวภายในระยะเวลาไม่กี่เดือนหลังจากการทำกิจกรรมทางการตลาด
ช่วงเวลาดังกล่าวยังพบว่า ตลาดของโครงการริมชายหาด หรือโครงการที่ได้วิวทะเลของพัทยาเติบโตช้ามาก โดยมีเพียงสองโครงการที่เปิดตัวในครึ่งปีแรก ได้แก่โครงการโมดัส ที่นาเกลือ และเดอะ ฟิฟธ์ จอมเทียน รวมกันจำนวน 158 ยูนิต
นอกจากนี้ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น เทียบกับเงินปอนด์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ผู้ซื้อชาวยุโรป ซึ่งเป็นกลุ่มสำคัญที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในพัทยาชะลอการซื้อลงและยังกดดันให้บริษัทพัฒนาอสังหาฯในพัทยาชะลอการซื้อลง และยังกดดันให้บริษัท พัฒนาอสังหาฯเร่งขายห้องชุดในโครงการซึ่งยังก่อสร้างไม่เสร็จเพื่อแข่งขันกับห้องชุดที่ผู้ซื้อชาวต่างชาตินำมาขายต่อ เพื่อทำกำไรในขณะที่สกุลเงินของตนเองอ่อนค่าลง
อย่างไรก็ตามการแข่งขันอย่างสูงในตลาด ช่วยกันนักพัฒนาอสังหาฯหน้าใหม่ไม่ให้เข้ามาแข่งขัน
ทั้งยังกดดันบริษัทที่มีอยู่เดิม ซึ่งประสบปัญหาจากยอดขายที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ให้ต้องเลื่อนแผนออกไปอีก จากการสำรวจพบว่ามี 6 โครงการ รวม 3,659 ยูนิต ที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 25492551 ได้ระงับการก่อสร้างโครงการไว้ก่อน มีโครงการนอร์ทพ้อยท์ และ ล่ากูน่า ไฮทส์ เป็นเพียงสองโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ โดยมีจำนวนห้องชุดรวม 455 ยูนิต ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในตลาด
สำหรับห้องชุด จำนวน 5,737 ยูนิต ซึ่งได้เปิดตัวไปแล้ว แต่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จนั้น มีเพียง 1,200 ยูนิต ที่ได้เริ่มก่อสร้างจริง และมีจำนวนเพียง 379 ยูนิต คาดว่าจะแล้วเสร็จในครึ่งปีหลังของปีนี้ ส่วนอีก 4,537 ยูนิตหรือ 79% ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง







