
ชงอุโมงค์ผันน้ำ มูลค่า4พันล้าน กนช.เคาะก.ย.
"บิ๊กฉัตร" เตรียมหารือกระทรวงทรัพย์ฯ ดันอีไอเอทำอุโมงค์ผันน้ำลำตะคอง 4,000 ล้าน เสนอ กนช.สัปดาห์หน้า
"บิ๊กฉัตร" เตรียมหารือกระทรวงทรัพย์ฯ ดันอีไอเอทำอุโมงค์ผันน้ำลำตะคอง 4,000 ล้าน เสนอ กนช.สัปดาห์หน้า
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ติดตามการบูรณาการปฏิบัติการฝนหลวง ที่เขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ว่า เป็นห่วงสถานการณ์น้ำในเขื่อนลำตะคอง และเขื่อนแม่กวงอุดมธารา จ.เชียงใหม่ ที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่า 35% ของความจุอ่าง โดยระยะเร่งด่วนให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ระดมเครื่องบินขึ้นปฏิบัติการทำฝนในสองเขื่อนเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำถึงสิ้นเดือน ต.ค.นี้
"หากไม่มีน้ำเพียงพอกับการเกษตร ให้เตรียมมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร เช่น การจ้างงานของกรมชลประทาน โดยสองเขื่อนอาจไม่ได้ทำการเกษตรในฤดูแล้ง 2560/2561 นี้" พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว
ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาระยะยาวให้กรมชลประทานเร่งทำรายละเอียดโครงการผันน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์-เขื่อนลำตะคอง โดยนำน้ำส่วนเกินจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มาเติมปีละเกือบ 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ในสัปดาห์หน้า มูลค่าโครงการ 4,000 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังจะเป็นผู้จัดหางบประมาณมาให้และจะเร่งหารือกับ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่จะจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ควบคู่ไปกับการสำรวจออกแบบเพื่อให้โครงการเริ่มได้ก่อนปี 2563
นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า คาดการณ์ว่า วันที่ 1 พ.ย. 2560 เขื่อนลำตะคอง จะมีน้ำกักเก็บประมาณ 114 ล้าน ลบ.ม. จากปัจจุบันที่มีอยู่ 88 ล้าน ลบ.ม. ดังนั้นกรมฝนหลวงฯต้องวางแผนทำฝนเพิ่มอีก 2% หรือประมาณ 20 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจะคาดว่าจะใช้เครื่องบินขึ้นปฏิบัติการ 6 ลำและทำกลุ่มเมฆหลังฝนตกซ้ำสองรอบด้วยเนื่องจากเมฆยังพอมีน้ำ
สำหรับผลการปฏิบัติการฝนหลวงประจำปี 2560 ตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค.-18 ก.ย.2560 มีการขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง 182 วัน มีฝนตกจากการปฏิบัติการฝนหลวงคิดเป็น 97.2% เพิ่มปริมาณน้ำกักเก็บให้กับเขื่อนต่างๆ ทั่วประเทศจำนวน 10 เขื่อน







