
เทรนด์เทคโนโลยี ปี 2018
ปิยนุช ผิวเหลืองบริษัท กสท โทรคมนาคม หรือ แคท (CAT) จัดงาน CAT Network Showcase 2017 ภายใต้แนวคิด Thailand 4.0 Let's Rock เมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยภายในงานได้แสดงวิสัยทัศน์ที่แคทและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะร่วมขับเคลื่อนพร้อมบรรยายแนวโน้มด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล "Top Strategic Technology Trends 2018"
ปิยนุช ผิวเหลือง
บริษัท กสท โทรคมนาคม หรือ แคท (CAT) จัดงาน CAT Network Showcase 2017 ภายใต้แนวคิด Thailand 4.0 Let's Rock เมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยภายในงานได้แสดงวิสัยทัศน์ที่แคทและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะร่วมขับเคลื่อนพร้อมบรรยายแนวโน้มด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล "Top Strategic Technology Trends 2018"
พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท โชว์ไร้ขีด กล่าวในหัวข้อ Top Strategic Technology Trends 2018 เทรนด์เทคโนโลยี ปี 2018 ว่า ไทยมีนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยเป็นการพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การกล่าวถึงอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (ไอโอที) หรือ อินเทอร์เน็ตเพื่อสรรพสิ่งมากขึ้น เป็นยุคที่โลกมีเครื่องจักรและสิ่งของสื่อสารระหว่างกันผ่านอินเทอร์เน็ต คาดการณ์ว่าภายในปี 2563 จะมีอุปกรณ์เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตถึง 3.7 หมื่นล้านชิ้น
ทั้งนี้ เทรนด์เทคโนโลยีที่มาพร้อมกับไอโอทีได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ปรากฏขึ้นในสังคมโลกหลายด้าน เช่น การสร้างเทคโนโลยีที่ยอมรับในระดับบล็อกเชน (Blockchain) ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงระดับโลก ได้แก่ สกุลเงินอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่การเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยที่เห็นชัดเจน ได้แก่ โครงการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่กำหนดมาตรฐานคิวอาร์โค้ดของแต่ละธนาคารให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อรองรับสังคมไร้เงินสด
ตัวอย่างสตาร์ทอัพไทย ด้านฟินเทค อย่างโอมิเซะ เพย์เมนต์ (Omise Payment) สตาร์ทอัพที่เติบโตมากที่สุดในประเทศไทยและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เป็นบริการใช้จ่ายออนไลน์โดยไม่ต้องผ่านธนาคาร ทั้งการซื้อตั๋วเครื่องบิน คอนเสิร์ต หรือ ช็อปปิ้ง ตามเว็บอี-คอมเมิร์ซ เป็นต้น โดยในอนาคตอันใกล้โอมิเซะมีแผนพัฒนา อี-วอลเล็ต หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ทุกสกุลให้เป็นกระเป๋าเดียวกัน กล่าวคือจะเป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนสกุลเงินอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ได้เงินจากการ เล่นเกม สามารถนำมาใช้ซื้อสินค้าได้
สำหรับกลุ่มสตาร์ทอัพเป็นตัวอย่างสำคัญของรูปแบบธุรกิจในยุคใหม่ เน้นพัฒนานวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ คิดค้นระบบที่สามารถดำเนินการได้ต่อเนื่องในปริมาณมาก ซึ่งใช้คนเข้าไปบริหารจัดการน้อยที่สุด กระทำน้อยแต่ได้มูลค่ามาก ขณะที่สถานการณ์ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้วค่อยๆ ลดการใช้เงินสด ตัวอย่างในสวีเดนประกาศว่าอีก 13 ปี ในประเทศจะไม่มีการใช้ธนบัตร
นอกเหนือจากด้านการเงิน เทคโนโลยีสมัยใหม่ถูกนำไปใช้อย่างโดนเด่นในอุตสาหกรรมทางการแพทย์ พัฒนาเทเลเมดิซีน (Telemedicine) หรือระบบส่งข้อมูลทางใกล้ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านการรักษาในพื้นที่ชนบท พัฒนานาโนบอต หรือหุ่นยนต์ขนาดเล็กเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา โดยวงการแพทย์ได้เริ่มเชื่อมโยง ข้อมูล แอพพลิเคชั่นในอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่เข้ากับการรักษา เห็นได้จากหลายโครงการของภาครัฐช่วยให้คนไข้รักษาตนเองได้ในเบื้องต้น รวมถึงการพัฒนาแอพพลิเคชั่นของ โรงพยาบาลเองเพื่อใช้ติดตามการรักษาคนไข้
ขณะที่ 7 เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะถูกพูดถึงมากขึ้นในปีหน้า ได้แก่ 1.โดรน 2.การพรินต์ 3 มิติ เช่น ที่อยู่อาศัย หรือรถยนต์ 3.บล็อกเชน 4.อี-วอลเล็ต และการ์ดอิเล็กทรอนิกส์ 5.แอพพลิเคชั่นจากนักพัฒนาหน้าใหม่ 6.ธุรกิจช่วยสร้างภาพเสมือนจริง (Virtual Reality หรือ VR) เพื่อใช้ในด้านบันเทิง ด้านอุตสาหกรรม รวมถึงด้านการแพทย์ 7.เฟซบุ๊กยังเป็นศูนย์รวมหลักเชื่อมโยงโลกจากจำนวนผู้ใช้มากกว่า 2,000 ล้านคนทั่วโลก
จากแนวโน้มดังกล่าว บริษัท กสท โทรคมนาคม ได้วางโครงข่ายดิจิทัลเพื่อการสื่อสารแห่งโลกอนาคต โดย พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม กล่าวถึงการปรับตัวของธุรกิจในช่วงปีที่ผ่านมาและการเตรียมรับมือกับการทำธุรกิจในยุคดิจิทัล ซึ่งปัจจัยสำคัญคือ ผู้ประกอบการจะต้องรู้เท่าทันแนวโน้มธุรกิจตั้งแต่ระดับโลกมาจนถึงระดับของอุตสาหกรรม เพื่อการวางรูปแบบธุรกิจที่เหมาะสมพร้อมไปกับการเรียนรู้เครื่องมือ/เทคโนโลยีทางการตลาดใหม่ๆ เพื่อนำมาปรับใช้ รวมถึงการสร้างองค์ความรู้เพื่อพัฒนาบุคลากร ในองค์กรให้สามารถสนับสนุนแนวทางธุรกิจขององค์กรได้ n







