
แผนพัฒนาภาคกลางฉลุย
ครม.ไฟเขียว 6 ยุทธศาสตร์แผนพัฒนาภาคกลางสู่ระดับโลก นายกฯ สั่งสภาพัฒน์หารือเอกชนให้เกิดผลโดยเร็ว
ครม.ไฟเขียว 6 ยุทธศาสตร์แผนพัฒนาภาคกลางสู่ระดับโลก นายกฯ สั่งสภาพัฒน์หารือเอกชนให้เกิดผลโดยเร็ว
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เห็นชอบทิศทางการพัฒนาภาคกลาง 6 ด้าน คือ 1.พัฒนากรุงเทพมหานครเป็นมหานครทันสมัยระดับโลก 2.พัฒนาคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ และสร้างความเชื่อมโยงกระจายการท่องเที่ยวทั่วทั้งภาค
สำหรับด้านที่ 3 ยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมโดยใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์เพื่อให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน 4.บริหารจัดการน้ำและทรัพยากรเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง และคงความสมดุลของระบบนิเวศอย่างยั่งยืน 5.เปิดประตูการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว เชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย-ภาคกลาง-อีอีซี และ 6.พัฒนาความเชื่อมโยงเศรษฐกิจและสังคมกับทุกภาคเพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและลดความเหลื่อมล้ำของประเทศ
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กับภาคเอกชนและท้องถิ่น ร่วมกันจัดลำดับแผนการพัฒนาในปี 2561 หรือ 2562 ซึ่งแผนงานส่วนใดที่รัฐบาลกับภาคเอกชนและท้องถิ่นเห็นตรงกันให้เร่งดำเนินการ อาทิ ด้านการพัฒนาการคมนาคมขนส่ง ภาคเอกชนเสนอให้มีการปรับปรุงท่าเรือในลำน้ำเจ้าพระยา 17 แห่ง
นอกจากนี้ ยังขอให้ต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข หรือดอนเมืองโทลล์เวย์ เพื่อให้เชื่อมต่อสายเอเชีย หรือก่อสร้างทางกลับรถบนถนนพหลโยธิน-มิตรภาพ สระบุรี-ทับกวาง หรือสร้างทางกลับรถบนถนนรังสิต-นครนายก และทางยกระดับข้ามคลองรังสิต เพื่อแก้ปัญหาจราจรและอุบัติเหตุในการกลับรถในช่องจราจร
ขณะที่ภาคเกษตรเสนอให้มีการร่นระยะเวลาในการปล่อยน้ำบริเวณพื้นที่ปลูกข้าว ให้ปรับพื้นที่น้ำท่วมเป็นแก้มลิง โดยการร่นระยะเวลาปล่อยน้ำให้เร็วขึ้น และเร่งเก็บเกี่ยวข้าวก่อนหน้าฝน จากนั้นให้พื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่แก้มลิงรับน้ำ โดยจะเร่งดำเนินการในทันที
ด้าน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.ได้เห็นชอบหลักการ 9 แผนงาน แก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง โดยเฉพาะโครงการคลองระบายน้ำบางบาลบางไทร ระยะทาง 22.4 กิโลเมตร แต่เบื้องต้นยังไม่อนุมัติแผนงานและงบประมาณ โดยนายกฯ ได้มอบหมายให้คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ศึกษารายละเอียดโครงการ และเชื่อมโยงแผนแก้ปัญหาน้ำทั้งประเทศ รวมถึงผลกระทบด้านต่างๆ เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะเสนอให้ ครม.พิจารณาอีกครั้งในสัปดาห์หน้า







