
โอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยลดลง
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ รายงานตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ในไตรมาส 2 ปี 2560 พบว่ามีจำนวนการโอนกรรมสิทธิ์รวมทั้งสิ้น 39,597 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 103,560 ล้านบาท ในแง่จำนวนหน่วยลดลง 25.3% มูลค่าลดลง 16.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 ซึ่งมีจำนวน 53,030 หน่วย และมูลค่า 123,766 ล้านบาท
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ รายงานตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ในไตรมาส 2 ปี 2560 พบว่ามีจำนวนการโอนกรรมสิทธิ์รวมทั้งสิ้น 39,597 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 103,560 ล้านบาท ในแง่จำนวนหน่วยลดลง 25.3% มูลค่าลดลง 16.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 ซึ่งมีจำนวน 53,030 หน่วย และมูลค่า 123,766 ล้านบาท
เหตุผลหลักที่ทำให้จำนวนและมูลค่าการโอนที่อยู่อาศัยในไตรมาส 2 ปีนี้ลงลดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว มาจากมาตรการกระตุ้นภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วงเดือน เม.ย. ของไตรมาส 2 ปี 2559 ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของมาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ ทำให้มีการเร่งการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ หากแยกประเภทที่อยู่อาศัยจะพบว่า มีการโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุดมากที่สุดจำนวน 19,600 หน่วย คิดเป็น 49.5% ของหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมด รองลงมาเป็นทาวน์เฮาส์ 11,980 หน่วย คิดเป็น 30.3% ส่วนบ้านเดี่ยวมีการโอน 5,174 หน่วย คิดเป็น 13.1% ขณะที่บ้านแฝดมีการโอน 1,472 หน่วย คิดเป็น 3.7% และอาคารพาณิชย์พักอาศัยมีการโอน 1,371 หน่วย คิดเป็น 3.5%
สำหรับการโอนกรรมสิทธิ์บ้านใหม่ หรือบ้านที่โอนจากนิติบุคคลมีจำนวน 25,151 หน่วย และโอนบ้านมือสอง หรือบ้านที่โอนจากบุคคลธรรมดามีจำนวน 14,446 หน่วย ทำให้สัดส่วนจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์บ้านใหม่ต่อบ้านมือสองในไตรมาส 2 ปี 2560 เท่ากับ 64 : 36
แนวโน้มยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ในปี 2560 คาดว่าจะมีหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยที่ประมาณ 154,500 หน่วย ลดลงจากปี 2559 ประมาณ 11.9% มีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 416,000 ล้านบาท ลดลงจากปี 2559 ประมาณ 6.3%







