posttoday
นวัตกรรม-ดีไซน์ญี่ปุ่น เทรนด์ที่อยู่อาศัยเมืองยุคดิจิทัล

นวัตกรรม-ดีไซน์ญี่ปุ่น เทรนด์ที่อยู่อาศัยเมืองยุคดิจิทัล

13 กันยายน 2560

อรวรรณ จารุวัฒนะถาวรในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัทจากญี่ปุ่นได้เข้าร่วมทุนกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไทยด้วยกันหลายราย นอกจากปัจจัยเรื่องเงินทุนที่จะมาเสริมความแข็งแกร่งในการพัฒนาโครงการแล้ว องค์ความรู้ (Know How) ในด้านการบริหารจัดการก่อสร้าง การใช้นวัตกรรม และการดีไซน์ในสไตล์ญี่ปุ่นที่เลื่องลือ เป็นสิ่งที่หลายบริษัทต้องการเรียนรู้ และนำมาใช้ในการพัฒนาโครงการ ซึ่งคาดว่าแต่ละบริษัทที่มีพันธมิตรเป็นบริษัทญี่ปุ่นจะใช้จุดแข็งเหล่านี้เป็นจุดขายของโครงการ และเป็นอีกเทรนด์หนึ่งที่กำลังแรงในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เมืองไทย

อรวรรณ จารุวัฒนะถาวร

ในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัทจากญี่ปุ่นได้เข้าร่วมทุนกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไทยด้วยกันหลายราย นอกจากปัจจัยเรื่องเงินทุนที่จะมาเสริมความแข็งแกร่งในการพัฒนาโครงการแล้ว องค์ความรู้ (Know How) ในด้านการบริหารจัดการก่อสร้าง การใช้นวัตกรรม และการดีไซน์ในสไตล์ญี่ปุ่นที่เลื่องลือ เป็นสิ่งที่หลายบริษัทต้องการเรียนรู้ และนำมาใช้ในการพัฒนาโครงการ ซึ่งคาดว่าแต่ละบริษัทที่มีพันธมิตรเป็นบริษัทญี่ปุ่นจะใช้จุดแข็งเหล่านี้เป็นจุดขายของโครงการ และเป็นอีกเทรนด์หนึ่งที่กำลังแรงในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เมืองไทย

"เสนา ดีเวลลอปเม้นท์" เป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการที่ได้มีการร่วมทุนกับฮันคิว เรียลตี้ จากประเทศญี่ปุ่น ได้มีการพัฒนาโครงการ "นิช โมโน สุขุมวิท-แบริ่ง" ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Life Charger" ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมใหม่จากญี่ปุ่น "Geo fit+" ด้วยการออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งานให้เหมือนวิถีการอยู่อาศัยแบบญี่ปุ่นอย่างแท้จริงใน 4 ด้าน กล่าวคือ

Geo fit+days คุณภาพที่ได้มาตรฐาน เพิ่มความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน

Geo fit+eco เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คือการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อให้ได้ห้องพักและบ้านที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยยังคงความสะดวกสบายไว้คงเดิมและยังประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้นด้วย

Geo fit+age ปลอดภัยสำหรับผู้สูงวัย กล่าวคือ การออกแบบห้องพักและบ้านให้สบายและปลอดภัยแก่สมาชิกทุกวัย เป็นการออกแบบที่สนองความต้องการของครอบครัวหลายวัยในปัจจุบัน และเตรียมการรองรับความต้องการในอนาคต

Geo fit+sonae เตรียมพร้อมฉุกเฉินป้องภัยธรรมชาติ แม้ประเทศไทยจะไม่มีปัญหาแผ่นดินไหวรุนแรง แต่วิทยาการการก่อสร้างจากญี่ปุ่นได้เตรียมพร้อมเพื่อรองรับกรณีฉุกเฉินต่างๆ ไว้ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ด้านบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) และมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป ได้มีการร่วมพัฒนาโครงการจำนวนทั้งหมด 10 โครงการ ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเข้าอยู่ 4 โครงการ หากกล่าวถึงดีไซน์คอนโดของค่ายนี้ ถือว่ามีความน่าสนใจไม่น้อย อาทิ นวัตกรรมดีไซน์ Interlocked Layout หรือการแบ่งพื้นที่ระหว่างยูนิตแบบใหม่ เพื่อให้แต่ละยูนิตนั้นมีพื้นที่ใช้สอยที่ลงตัวมากยิ่งขึ้นในขนาดพื้นที่เท่าเดิมคือ 28 ตารางเมตร

นอกจากพื้นที่ภายในไม่ว่าจะเป็นงานสถาปัตยกรรม แลนด์สเคป และงานตกแต่ง ทางดีไซเนอร์ได้นำปรัชญาการออกแบบจากทางญี่ปุ่นประยุกต์ใช้เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนไทย อาทิ แนวคิด Engawa-Inside out, Outside in ทำให้ผู้อาศัยสามารถสัมผัสความรู้สึกโปร่งสบายใกล้ชิดธรรมชาติ หรือแนวคิด Kohji & Shoji-Grid & Line มาประยุกต์ในงานการออกแบบ เช่น ผนังบานเลื่อน หน้าต่าง หรือบานประตูที่จัดเรียงให้เกิดความลงตัว สร้างความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น

ส่วนบริษัท แสนสิริ ล่าสุดเปิดตัวโครงการทากะ เฮาส์ ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาภายใต้บริษัท สิริ ทีเค วัน ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้ความร่วมมือระหว่างบริษัท แสนสิริ กับโตคิว กรุ๊ป พัฒนาโครงการภายใต้คอนเซ็ปต์ "Urban Resort Condominium" ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ "Stay Unique, Stay Diverse" ตอบการใช้ชีวิตที่ไม่หยุดนิ่งในแบบที่เป็นคุณ

สำหรับรูปแบบโครงการมีความโดดเด่นทั้งฟังก์ชั่นการอยู่อาศัย ที่มียูนิต เลย์เอาต์ให้เลือกมากกว่า 30 แบบ ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่หลากหลาย และเป็นครั้งแรกที่มีการนำ ENDLESS JET POOL สำหรับการออกกำลังกายในน้ำเข้ามาใช้ในโครงการ นอกเหนือไปจากสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ

นอกจากนี้ ยังมีโครงการรูเนะสุ ทองหล่อ 5 ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท ดับเบิ้ลยู-ชินวะ โครงการนี้การดีไซน์โดดเด่นอย่างมาก โดยได้ลิขสิทธิ์รูปแบบ Sigma Beam โดยสามารถปรับคานเป็นพื้น-ปรับพื้นเป็นคาน ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่ขึ้น 25-40% ทำให้ใช้ประโยชน์ได้หลากหลายมากขึ้น ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกฉียงใต้ ที่ออกแบบโครงการและฟังก์ชั่นการใช้งานด้วยบรรยากาศการอยู่อาศัยแบบญี่ปุ่นแท้จริง

รวมทั้งการใช้วัสดุก่อสร้าง-ตกแต่งบางส่วนนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น อาทิ ห้องน้ำระบบใหม่ที่พื้นสามารถแห้งได้อย่างรวดเร็ว Mushu-kan Tile สุดยอดกระเบื้องเทคโนโลยีใหม่จากญี่ปุ่นที่ช่วยควบคุมความชื้น ดูดซับกลิ่น และป้องกันไรฝุ่นภายในห้องนอน เป็นต้น สำหรับพื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกครบสมบูรณ์ด้วยสวนญี่ปุ่น สระ ว่ายน้ำ ออนเซนต้นตำรับแท้จากญี่ปุ่น ที่ฝึกซ้อมกอล์ฟ Auto Parking ระบบรักษาความปลอดภัย ฯลฯ

ในส่วนของบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งได้จับมือกับบริษัท โนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์ พัฒนาโครงการโดยชูจุดขาย THE PRIME OF LIVING ที่โดดเด่นในเรื่อง PRIME AREA, PRIME DESIGN และ PRIME FACILITY โดยจุดเด่นคือทุกๆ ห้องจะมีความสูงจากพื้นถึงเพดาน (Floor to Ceiling) ถึง 3 เมตร ให้ความรู้สึกโปร่ง โล่ง สบาย พร้อมให้ความเป็นส่วนตัวด้วยการจำกัดจำนวนยูนิตต่อชั้นสูงสุดเพียง 23 ยูนิต

นอกจากนี้ ที่จอดรถเป็นระบบ Auto Parking รองรับการจอดได้ถึง 65% มีจุดชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า รองรับการเปลี่ยนผ่านแห่งอนาคต อีกทั้งการออกแบบห้องฟิตเนส ทั้งนี้ได้นำแนวคิด Luxmore และวิธีแบบโนมูระเข้ามาผสมผสาน ซึ่งฟิตเนสไม่ใช่แค่สถานที่ออกกำลังกาย แต่เป็นสถานที่สร้างสมดุลระหว่างร่างกายและจิตใจ

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าเทรนด์ที่อยู่อาศัยในไทยเริ่มเปลี่ยนไปเพื่อรับการอยู่อาศัย ไม่ใช่เฉพาะคนไทยเท่านั้น แต่ยังออกแบบรองรับคนต่างชาติด้วย ซึ่งจากนี้ไปเชื่อว่าจะมี นวัตกรรมและดีไซน์ใหม่ออกมาสู่ตลาดอีกมาก เพราะนั่นหมายถึงจุดขายที่แตกต่างในตลาด

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69