
สัญจรจริงจัง
เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของหลายรัฐบาลที่ต้องมีการลงไปประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร หรือ ครม.สัญจรในหลายพื้นที่เป้าหมายในหลายจังหวัด เพื่อจะได้ลงพื้นที่จริงไปรับทราบปัญหา ตรวจเยี่ยมงานที่กำหนดนโยบายให้ทำว่า ดำเนินการไปถึงไหน ต้องมีการปรับปรุงแผนงานเพื่อให้นโยบายนั้นบรรลุตามเป้าหมายได้อย่างไร โดยการประชุม ครม.สัญจรแต่ละครั้งก็จะเต็มไปด้วยแผนการลงทุน การจัดสรรงบประมาณลงในพื้นที่จังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดนั้น สร้างความชื่นชมให้กับประชาชนในพื้นที่ พร้อมกับเสียงเชียร์ให้อยู่ต่อไปนานๆ
เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของหลายรัฐบาลที่ต้องมีการลงไปประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร หรือ ครม.สัญจรในหลายพื้นที่เป้าหมายในหลายจังหวัด เพื่อจะได้ลงพื้นที่จริงไปรับทราบปัญหา ตรวจเยี่ยมงานที่กำหนดนโยบายให้ทำว่า ดำเนินการไปถึงไหน ต้องมีการปรับปรุงแผนงานเพื่อให้นโยบายนั้นบรรลุตามเป้าหมายได้อย่างไร โดยการประชุม ครม.สัญจรแต่ละครั้งก็จะเต็มไปด้วยแผนการลงทุน การจัดสรรงบประมาณลงในพื้นที่จังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดนั้น สร้างความชื่นชมให้กับประชาชนในพื้นที่ พร้อมกับเสียงเชียร์ให้อยู่ต่อไปนานๆ
อย่างไรก็ตาม การประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ในวันที่ 18-19 ก.ย. ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมเสนอของบประมาณสนับสนุนโครงการบริหารจัดการน้ำเร่งด่วนที่จะดำเนินการในปี 2561-2562 จำนวน 104 โครงการ เพื่อเป้าหมาย จะเพิ่มพื้นที่ชลประทาน 500 ไร่ และบรรเทาพื้นที่น้ำท่วม 2.5 ล้านไร่ โครงการนี้ไม่อยากให้จบเช่นเดียวกับการสัญจรเหมือนกับที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพียงแค่โปรยยาหอม
ทั้งนี้ เพราะคงยังจำกันได้ว่าตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา นอกจากน้ำจะเข้าท่วมพื้นที่ไร่นาสวนจนเสียหายกว่า 11 ล้านไร่ น้ำยังเข้าไปในหลายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมจนโรงงานเสียหาย และหลายบริษัทต้องกระจายฐานการผลิตเพื่อลดความเสี่ยง
มาถึงปัจจุบันผ่านไปกว่า 6 ปี โครงการลงทุนเกี่ยวกับการแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งของรัฐเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอุทกภัยใหญ่ซ้ำรอยปี 2554 ที่ผ่านมายังไม่เห็นโครงการที่เบ็ดเสร็จพอจะสร้างความเชื่อมั่นได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงทำให้ชาวไร่ชาวนาชาวสวนยังคงต้องออกมาร้องให้รัฐช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งอยู่เป็นระยะๆ ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมก็มีการ กระจายฐานผลิตหรือย้ายฐานผลิต ซึ่งบางบริษัทก็ย้ายไปจังหวัดที่น่าจะปลอดภัยจากน้ำท่วมใหญ่ หรือบางบริษัทก็ย้ายไปประเทศอื่นเลยเพื่อ ลดความเสี่ยง
เมื่อเป็นเช่นนี้จึงอยากให้ ครม.สัญจร ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.สุพรรณบุรี ครั้งนี้ อย่าเป็นการอนุมัติตามธรรมเนียมปฏิบัติเหมือนที่มีการสัญจรแบบดาดๆ เหมือนที่ผ่านมา แต่ควรจะอนุมัติงบประมาณและทำให้เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะโครงการที่กรมทรัพยากรน้ำ ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เตรียมเสนอแผนงานโครงการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบเชิงพื้นที่ (Area Base) เขตภาคกลางแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ครอบคลุมตั้งแต่ จ.ชัยนาท ลงมาจนถึงกรุงเทพมหานครและปากแม่น้ำเจ้าพระยา รวม 9 โครงการ
ขณะที่หน่วยงานในพื้นที่ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา เตรียมเสนอโดยเฉพาะโครงการก่อสร้างเขื่อนทดน้ำถาวร ในเขตพื้นที่ ต.คลองสะแก อ.นครหลวง และเขื่อนทดน้ำปลายแม่น้ำลพบุรี ในเขต อ.บ้านแพรก เพื่อแก้ปัญหาทางภูมิศาสตร์ของ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่เป็นท้องกระทะ และเป็นจังหวัดที่มีแม่น้ำ 3 สายมาบรรจบกัน เมื่อถึงฤดูน้ำหลากน้ำจะล้นตลิ่งในหลายพื้นที่ และเหตุสำคัญอีกประการคือ น้ำไหลย้อนกลับเข้าคลองสาขาต่างๆ ทำให้อำเภอลุ่มต่ำโดนท่วม หากสร้างเขื่อนทดน้ำดังกล่าวได้ จะป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจ พื้นที่อุตสาหกรรมได้ระยะยาว
ดังนั้น จึงอยากให้ ครม.สัญจรครั้งนี้ไม่ใช่เป็นการสัญจรเพื่อจาก อยากให้เห็นแผนที่ ครม.จะอนุมัติได้เกิดขึ้นจริงเพื่อบทเรียนน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 จะได้ไม่เสียเปล่า n







