
เกาต์ กับ มาราธอน
ธนพล บางยี่ขัน ทุกอย่างเป็นไปตามสัจธรรมความไม่แน่นอน
ธนพล บางยี่ขัน
ทุกอย่างเป็นไปตามสัจธรรมความไม่แน่นอน
ในวันที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปด้วยดี จนคิดว่าปีนี้น่าจะเป็นปีแห่งสุขภาพ ทั้งการเริ่มต้นปีด้วยมาราธอนแรกในชีวิตกับการ ฟิตซ้อมเตรียมร่างกายและจิตใจวิ่งจนครบ 42 กม. ได้สำเร็จ
ตอกย้ำด้วยผลตรวจร่างกายของบริษัทที่ออกมาการันตีความฟิต เมื่อดัชนีชี้วัด พื้นฐาน ทั้งคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ ไขมันดี ไขมันเลว น้ำตาล ความดัน กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ
ทั้งที่หลายปีก่อนหน้านี้ตัวเลขด้านสุขภาพเหล่านี้เคยพุ่งสูงทะลุขีดที่ควรจะเป็นไปไม่น้อย ถึงขั้นทำให้ต้องกลับมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ทั้งการกินและการออกกำลังกาย
เพื่อให้ทุกอย่างยืนระยะต่อไปได้ ไม่ทำให้ทุกสิ่งที่พยายามฝึกซ้อมมาต้องสูญเปล่า การลงสนามมาราธอนเดือนละครั้ง หรือสองเดือนครั้งเป็นการบังคับตัวเองให้ต้องหมั่นฝึกซ้อมอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ผ่านมาครึ่งปีกับ 5 สนามมาราธอน จอมบึงมาราธอน ขอนแก่นมาราธอน กรุงเทพมิดไนท์มาราธอน หาดใหญ่มาราธอน และสุโขทัยมาราธอน
แน่นอนว่าด้านหนึ่งย่อมสร้างเสริมสุขภาพร่างกายให้กลับมาฟิตเฟิร์ม พร้อมความมั่นอกมั่นใจในตัวเองว่าห้วงเวลานี้น่าจะเป็นคนที่มีสุขภาพดีกว่าแต่ก่อนหลายเท่าตัว
แม้จะรู้ตัวว่าความฟิตที่เคยมีเหมือนต้นปีนั้นค่อยๆ ลดน้อยลงไป สะท้อนผ่านเวลาที่ใช้มากขึ้นเกือบหนึ่งถึงสองชั่วโมงจากมาราธอนแรก
ที่สำคัญกลับมีความเชื่อผิดๆ แวบเข้ามาในสมองว่าร่างกายแข็งแรงแล้วจะกินอะไรก็ได้
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลชดเชยพลังงานที่ต้องสูญเสียไป และให้รางวัลกับชีวิตที่ออกกำลังกายมาอย่างหนักหน่วง แต่ทั้งหมดล้วนแต่นำไปสู่ปัญหาในอนาคตอย่างไม่รู้ตัว
จู่ๆ วันหนึ่งอาการบาดเจ็บที่หน้าเท้าเกิดขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
แรกเริ่มก็คิดว่าคงเป็นเพราะไปเตะสะดุดฟุตปาทที่มีรอยเผยอปูไม่สนิท แล้วมาซ้ำด้วยการวิ่ง และเล่นแบดมินตัน ที่ทำให้อาการแย่ลงชนิดต้องเดินกะเผลกอยู่พักใหญ่
แต่แปลกตรงที่ประคบเย็นก็แล้ว ทายาก็แล้ว อาการเหล่านี้ก็ยังเป็นๆ หายๆ ก่อนตัดสินใจ ไปหาหมอเป็นเรื่องเป็นราวเพื่อตรวจให้ชัดว่ากระดูกร้าว หรือแตกหักตรงไหนหรือไม่
โชคดีที่ไม่ใช่การซื้อลอตเตอรี่ ทุกสิ่งที่เดามาผิดหมด หมอสรุปว่าเป็นอาการของเกาต์ ยืนยันด้วยค่ายูริกที่สูงทะลุกรอบที่ควรจะเป็น พร้อมให้ยาและคำแนะนำการใช้ชีวิต การกินที่มีลิสต์ต้องห้ามยาวเหยียด
งงก็งงว่าวิ่งซะขนาดนี้ จะเป็นเกาต์ได้ไง แต่ก็ต้องจำนนด้วยค่ายูริกที่ออกมาการันตี ความถูกต้อง
ปัญหาอยู่ที่งานใหญ่อย่าง "มอสโกมาราธอน" ซึ่งเตรียมตัวเตรียมใจมาเป็นอย่างดี สมัคร จองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก พร้อมวางแผนเที่ยวมาเรียบร้อย จะต้องพังครืนลงไปหรือไม่
หลังกินยาลดยูริกไปได้สักสัปดาห์ อาการเจ็บขาก็ค่อยๆ หายจนเริ่มกลับมาวิ่งได้อีกครั้ง แต่โจทย์หินอยู่ตรงกรอบเวลา 1 เดือน กับ 42 กิโลเมตร (กม.) ที่ต้องกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ตั้งแต่ศูนย์ หลังหยุดวิ่งไปเกือบสองเดือน
คืนสนามครั้งแรกด้วยการวิ่งช้าๆ 2 กม. ก่อนปรับความเร็วเพิ่มในครั้งต่อมา และขยับระยะทางเป็น 5 กม. เป็น 10 กม. เป็น 14 กม. 21 กม. และครั้งสุดท้าย 24 กม.
ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไปไม่หักโหม เพื่อเลี่ยงอาการบาดเจ็บที่จะเป็นผลเสียมากกว่าผลดีในวันที่เส้นตายใกล้เข้ามา แต่ก็ต้องคำนวณว่าความฟิตสุดท้ายจะต้องพอไปลงสนามที่ มอสโก ซึ่งมีเวลาคัตออฟ 6 ชั่วโมง
แน่นอนว่าตามสูตรควรจะต้องมีการซ้อมครั้งสุดท้ายอีกครั้งที่ 28 กม. ก่อนลงสนามจริง แต่ระยะเวลาเท่านี้ นี่ก็อาจจะถือว่าดีที่สุดแล้ว
วันนี้เป็นวันออกเดินทางไปรัสเซีย และจะลงสนามมอสโกมาราธอนในสัปดาห์ถัดไป แต่ไม่ว่าผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร คงไม่สำคัญเท่ากับการที่ชีวิตยังสามารถวิ่งได้ต่อไป
โดยเฉพาะกับมุมมองการใช้ชีวิตใหม่ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน







