
อังค์ถัดแนะฟื้นวิกฤต
อังค์ถัดแนะโลกทำข้อตกลงใหม่ เร่งกู้วิกฤตเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว พร้อมรับมือการใช้หุ่นยนต์แทนการจ้างงาน
อังค์ถัดแนะโลกทำข้อตกลงใหม่ เร่งกู้วิกฤตเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว พร้อมรับมือการใช้หุ่นยนต์แทนการจ้างงาน
นางแพดมา เกล แซมแพท ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์การพัฒนาและโลกาภิวัตน์จากสหประชาชาติ ว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) เปิดเผยว่า แนวทางการพัฒนาการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ภาครัฐระหว่างประเทศต้องก้าวสู่ข้อตกลงใหม่ร่วมกัน พร้อมวางแนวทางการส่งเสริมเศรษฐกิจใหม่ในอนาคตร่วมกัน
ทั้งนี้ ข้อตกลงใหม่ ได้แก่ 1.ลดความเหลื่อมล้ำในการพัฒนา เน้นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเท่าเทียม 2.ยกเลิกมาตรการรัดเข็มขัดทางการคลัง เนื่องจากส่งผลให้การค้าชะลอตัว 3.มาตรการเก็บภาษีแบบก้าวหน้า กล่าวคือต้องไม่มีการเก็บภาษีเพิ่มขึ้น เพราะจะลดแรงจูงใจในการลงทุน แต่ควรเป็นลักษณะเก็บภาษีเมื่อบริษัทมีกำไร และ 4.ป้องกันการแสวงหากำไรส่วนเกินของเอกชน ที่ไม่ก่อให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในภาพรวม
นอกจากนี้ ความท้าทายในการพัฒนาเศรษฐกิจในยุคโลกาภิวัตน์ คือ การใช้หุ่นยนต์และเครื่องจักรทดแทนแรงงาน พบว่า อุตสาหกรรมทั่วโลกใช้หุ่นยนต์และเครื่องจักรทดแทนแรงงานมากขึ้น ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลิตภาพ แต่กลับพบว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ได้ขยายตัวเท่าที่ควร อัตราการจ้างงานลดลง
"ปัจจุบันประเทศเยอรมนี ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ใช้หุ่นยนต์มากที่สุด ซึ่งการใช้เทคโนโลยีทดแทนต้องอยู่ในภาวะที่สมดุล โดยสิ่งสำคัญที่สุดในการพัฒนาต้องคำนึงถึงปัจจัยด้านสังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน" นางแพดมา กล่าว
สำหรับภาพรวมด้านเศรษฐกิจของภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก พบว่า เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมาเติบโต 4.9% ขณะที่ปีนี้คาดว่าจะเติบโต 5% ภาพรวมเศรษฐกิจของภูมิภาคส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับจีนและอินเดีย เนื่องจากเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของภูมิภาคนี้ โดยการกระจายความเจริญและการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียมเป็นสิ่งสำคัญในระดับภูมิภาคและระดับโลก
อย่างไรก็ดี การเจรจาแบบพหุภาคี ช่วยสร้างความสมดุลทางเศรษฐกิจ โดยอาเซียนต่างตระหนักถึงการร่วมมือทางเศรษฐกิจ และมีการเจรจายุทธศาสตร์การพัฒนาร่วมกันในระยะยาว เป็นแนวทางในการพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกัน มิติการค้าเน้นการผลิตที่เพิ่มมูลค่าสินค้าเพื่อส่งออก มิติการพัฒนาต้องลดความเหลื่อมล้ำ และเน้นมิติความเชื่อมโยงระหว่างประชากรมากขึ้น n







