posttoday
ชีวิตเริ่มต้นหลังเกษียณ

ชีวิตเริ่มต้นหลังเกษียณ

13 กันยายน 2560

& & ดร.ศุภกร สุนทรกิจ & ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. เอเชีย เวลท์สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ช่วงนี้ผมได้อ่านข่าวสารหรือบทความเกี่ยวกับธุรกิจใหม่ๆ หรือพวกสตาร์ทอัพกันค่อนข้างเยอะ วันนี้ผมเลยอยากเขียนเกี่ยวกับคนที่วางแผนเกษียณแล้วยังไม่แน่ใจว่าหลังเกษียณแล้วจะทำอะไรดี ซึ่งพอไปค้นข้อมูลเพิ่มเติมก็จะยิ่งชี้ชัดว่าสมัยนี้การเกษียณไม่เหมือนกับการปลดระวางชีวิต แต่กลับเป็นการเปิดโอกาสให้กับการใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ที่อาจฉีกแนวจากการใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ที่เราเคยทำมา และแนวโน้มยังเป็นไปได้อีกว่าคำว่าวัยกลางคน วัยชราจะมีการปรับถอยหลังออกไปอีก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมว่ามันขึ้นกับกรอบความคิดและวิธีการเลือกที่จะใช้โอกาสที่มีอยู่หลังเกษียณอย่างไร

& & ดร.ศุภกร สุนทรกิจ & ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. เอเชีย เวลท์

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ช่วงนี้ผมได้อ่านข่าวสารหรือบทความเกี่ยวกับธุรกิจใหม่ๆ หรือพวกสตาร์ทอัพกันค่อนข้างเยอะ วันนี้ผมเลยอยากเขียนเกี่ยวกับคนที่วางแผนเกษียณแล้วยังไม่แน่ใจว่าหลังเกษียณแล้วจะทำอะไรดี ซึ่งพอไปค้นข้อมูลเพิ่มเติมก็จะยิ่งชี้ชัดว่าสมัยนี้การเกษียณไม่เหมือนกับการปลดระวางชีวิต แต่กลับเป็นการเปิดโอกาสให้กับการใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ที่อาจฉีกแนวจากการใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ที่เราเคยทำมา และแนวโน้มยังเป็นไปได้อีกว่าคำว่าวัยกลางคน วัยชราจะมีการปรับถอยหลังออกไปอีก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมว่ามันขึ้นกับกรอบความคิดและวิธีการเลือกที่จะใช้โอกาสที่มีอยู่หลังเกษียณอย่างไร

ประเด็นแรกผมอยากเขียนเกี่ยวกับการทำงานหลังเกษียณ การเกษียณไม่ได้หมายความถึงการสิ้นสุดชีวิตการทำงานแต่มันอาจเป็นการเริ่มต้นชีวิตการทำงานในรูปแบบอื่นที่ต่างจากเดิม คนที่เกษียณมีต้นทุนที่คนวัยหนุ่มสาวหรือวัยทำงานทั่วไปไม่มีคือ

1.มีเงินทุนไม่ว่าจะมาจากการเก็บออมหรือลงทุนมาตลอดชีวิตการทำงาน และมักจะอยู่ในภาวะปลอดภาระหนี้สิน รวมถึงมีทรัพย์สินอื่นๆ เช่น รถ ที่ดิน หรือบ้าน (ที่อาจมีมากกว่าหนึ่งหลัง)

2.ประสบการณ์ที่ได้จากการเรียนรู้ทั้งจากความสำเร็จ หรือความผิดพลาดล้มเหลวทั้งจากของตัวเองและคนอื่น อีกทั้งยังผ่านวงจรธุรกิจมามากกว่าหนึ่งวงจร ซึ่งประสบการณ์นี้ผมก็มองว่าเป็นต้นทุนที่สำคัญมากอย่างหนึ่ง

3.เวลา ซึ่งแตกต่างจากเมื่อวัยทำงานที่ต้องทุ่มเทกับการทำงาน และครอบครัว แต่เมื่อหลังเกษียณภาระผูกมัดด้านเวลาก็จะลดลง ทำให้มีทรัพยากรเวลาต่อวันเพิ่มขึ้น

เมื่อนำต้นทุนที่ได้เปรียบนี้มาก็จะเห็นว่าหลังเกษียณเรามีโอกาสในการเริ่มต้นอาชีพได้มากขึ้น ส่วนจะเลือกทำอาชีพใดผมอยากให้ยึดความสุขในการได้ทำงานนั้นๆ เป็นสำคัญ ส่วนผลตอบแทน (ที่เป็นบวกและต้องระวังเรื่องขาดทุนเช่นปกติ) และอยากแบ่งการทำงานเป็นแบบเชิงรุกและเชิงรับ พวกรุกคือจำเป็นที่ต้องใช้เวลาไปกับมัน เช่น การเปิดร้านขายของเบ็ดเตล็ดโดยตัวเราเป็นผู้ดูแล หรือเปิดบริษัทที่เราต้องเป็นผู้บริหารหรือเป็นผู้ดำเนินการ อย่างที่บอกด้านนี้เราอาจได้เปรียบสตาร์ทอัพอื่นๆ ตรงที่การมีทั้งเงินทุน ประสบการณ์ในแวดวงการทำงาน ได้รู้ถึงระบบการทำงาน การควบคุมความเสี่ยงต่างๆ รวมถึงระเบียบต่างๆ ที่ควรมี ทำให้มั่นใจเพิ่มขึ้นได้ การทำเกษตรแบบผสมผสานซึ่งในปัจจุบันได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

ยิ่งถ้าเรามีที่ดินเป็นจุดเริ่มต้นอยู่แล้วยิ่งทำให้เราลดโอกาสขาดทุนลงไปอีก ที่เหลือคงเป็นเรื่องของการศึกษาหาข้อมูล รวมถึงการบริหารจัดการที่ดี การเป็นนักเขียน ซึ่งข้อนี้เราได้เปรียบในแง่ของการได้เห็นมามากหรือมีเวลาที่จะใช้ในการสะสมเพื่อเป็นวัตถุดิบในการเขียน การเป็นผู้บรรยายพิเศษตามมหาวิทยาลัย การเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทหรือองค์กรต่างๆ เป็นต้น

อาชีพที่รับหน่อยก็พวกที่ไม่ต้องเข้าไปขลุกอยู่กับมันตลอด เช่น การลงทุนผ่านกองทุนรวม การมีบ้านหรือคอนโดมิเนียมให้เช่า แต่ก็มีงานหรือการลงทุนบางอย่างที่เป็นแบบกึ่งๆ เช่น การร่วมลงทุนในธุรกิจโดยเราเป็นหุ้นส่วนหนึ่ง ซึ่งอาจลงแต่เงินแล้วรอรับผลตอบแทนหรือต้องเข้าไปร่วมบริหารแต่ไม่เต็มตัว ไม่ว่าจะไปในฐานะกรรมการ หรือที่ปรึกษาเป็นต้น หรือการเป็นนักลงทุนในหุ้น ซึ่งต้องการเวลาในการติดตามข่าวสาร หรือเฝ้าดูราคาของหุ้น

ครับที่ผ่านมาพูดแต่เรื่องหาเงิน เรื่องสุดท้ายคงเป็นเรื่องการใช้เงินและเวลา เมื่อวัยทำงานเราติดกับดักของเวลาหลังเกษียณมีหลายสิ่งหลายอย่างให้ออกไปเห็นไปสัมผัส มีอีกหลายอย่างที่เราอยากเรียนรู้ มีอีกหลายกิจกรรมที่รอให้เราไปทำ ท้ายสุดผมก็ขออวยพรให้ท่านผู้อ่านทุกท่านโชคดีและมีความสุขในชีวิตทุกด้านนะครับ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ