
เรือโบราณต้องออกจากฝั่ง
กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา ([email protected])Chief Marketing Officer บริษัท มาร์เก็ตติ้งไดอ็อกไซด์ จำกัด คุณค่าของผู้สูงวัย ทำให้ปัจจุบันองค์ต่างๆ ต้องหันกลับมาทบทวนอย่างจริงจัง ว่าวาระอายุที่เหมาะสมของการเกษียณนั้นไม่ควรจะให้คนที่อายุครบ 60 ถึงเวลาหยุดพัก หากเขายังทำงานด้วยความสามารถและประสบการณ์ที่มีค่ามาก นับเป็นการลดปัญหาเรื่องสุขภาพต่างๆ อันจะเกิดขึ้นกับแรงงานในวัยนี้ เพราะการให้คนที่ยังไม่หมดไฟในการทำงานแต่ต้องถึงวาระของการหยุดพักมันจะทำร้ายจิตใจกันทางอ้อม เราควรมีวิธีการ มาตรการจนกระทั่งแก้ไขกฎหมายเสียใหม่ได้แล้ว
กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา ([email protected])Chief Marketing Officer บริษัท มาร์เก็ตติ้งไดอ็อกไซด์ จำกัด
คุณค่าของผู้สูงวัย ทำให้ปัจจุบันองค์ต่างๆ ต้องหันกลับมาทบทวนอย่างจริงจัง ว่าวาระอายุที่เหมาะสมของการเกษียณนั้นไม่ควรจะให้คนที่อายุครบ 60 ถึงเวลาหยุดพัก หากเขายังทำงานด้วยความสามารถและประสบการณ์ที่มีค่ามาก นับเป็นการลดปัญหาเรื่องสุขภาพต่างๆ อันจะเกิดขึ้นกับแรงงานในวัยนี้ เพราะการให้คนที่ยังไม่หมดไฟในการทำงานแต่ต้องถึงวาระของการหยุดพักมันจะทำร้ายจิตใจกันทางอ้อม เราควรมีวิธีการ มาตรการจนกระทั่งแก้ไขกฎหมายเสียใหม่ได้แล้ว
เราใช้กระบวนการแบบ Depreciation Model กับการทำงานของผู้สูงวัยมานานมาก กล่าวคือ "ทุกสิ่งย่อมมีอายุการใช้งาน" แต่เรากลับหลงลืมไปว่ามนุษย์ไม่ใช่เครื่องจักร ซึ่งมีคุณค่าทางจิตใจและดูจะสำคัญมากกว่า หากทุกองค์กรมองการจัดการบริหารบุคคลเป็นแบบ Conser vation Model คือ "การธำรงรักษามนุษย์ให้เสมือนสิ่งที่ค่าอย่างไม่สิ้นสุด" จะทำให้ผู้สูงวัยมีคุณค่าไปอีกตราบนานเท่านานโดยไม่มีอายุมาเป็นข้อจำกัด ตราบที่ความสามารถยังคงมีอยู่ แต่เราอาศัยความเหนื่อยล้าและโรคภัยของตัวผู้สูงอายุมาเป็นตัวกำหนดแนวคิดในการเกษียณอายุมากกว่าใช้ปีเกิดดังที่ผ่านมา
ผมมีโอกาสชมภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด เรื่อง Intern กับวลีที่ว่า "The Experience Never Gets Old" จากประสบการณ์ของคนรุ่นเก่าผสมผสานกับความทันสมัยของคนรุ่นใหม่ ช่างเป็นอะไรที่น่าลงตัว สะท้อนให้เห็นว่าการทำงานในปัจจุบันที่เร่งรีบโดยปราศจากความสุขุมรอบคอบมันมีปัญหามากมาย การแก้ปัญหาไม่ใช่อาศัยเทคโนโลยีแต่เพียงอย่างเดียว แต่ความอ่อนน้อมและสุขุมของผู้ใหญ่นั้นสำคัญมากในการแก้ปัญหา
การตระหนักถึงคุณค่าของพนักงานสูงวัยทำให้เกิดแนวคิดในการหาวิธีหรือกระบวนการรักษาบุคคลเหล่านั้นไว้ เช่น การจัดอบรมให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ หรือปรับโยกย้ายตำแหน่งงานให้มีความเหมาะสมกับวัยวุฒิและคุณวุฒิ หรือเปลี่ยนบทบาทการทำงาน เช่น เคยอยู่ฝ่ายขายก็ปรับเปลี่ยนมานั่งโต๊ะเพื่อลดภาระการเดินทาง หรือสร้างคุณค่าให้คนสูงอายุมีส่วนร่วมต่อองค์กรที่อยู่มาอย่างยาวนานได้มีโอกาสทำประโยชน์เพื่อสังคมเพื่อจรรโลงยกระดับจิตใจแก่พนักงานอาวุโสเหล่านี้เพื่อให้เกิดความภูมิใจ หรือย้ายไปอยู่ฝ่ายจิตวิทยาองค์กรทำหน้าที่ที่ปรึกษาปัญหาขององค์กรแก่คนรุ่นหลัง เป็นต้น
ประเทศไทยเริ่มก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยสมบูรณ์แบบแล้ว ผู้สูงวัยมิได้เป็นภาระแก่ลูกหลาน พวกเขายังมีสุขภาพแข็งแรงสามารถทำงานได้และต้องการพึ่งตนเอง แก้ปัญหาลดภาระเรื่องโรคซึมเศร้าและคิดไปเองว่าตนเองหมดคุณค่า การแก้ปัญหาในช่วงแรกก็คือ การส่งเสริมการจ้างงานต่อเนื่องของภาคเอกชน โดยการจ้างงานให้เหมาะสมกับช่วงวัย ประสบการณ์ทำงาน และความพร้อมของร่างกาย โดยความต้องการ 5 อันดับแรก คือ 1.แรงงานด้านการผลิต 2.เสมียนพนักงานทั่วไป 3.เจ้าหน้าที่สำนักงานอื่นๆ 4.แรงงานประมง และ 5.พนักงานขาย
กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ได้จัดตั้งศูนย์บริการจัดหางาน ผู้สูงอายุขึ้นที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด ตั้งแต่เดือน ส.ค. 2559-มี.ค. 2560 มีผู้สูงอายุมาใช้บริการจัดหางานทั้งสิ้น 2,570 คน ได้รับการบรรจุงานแล้ว 215 คน โดยได้รับการบรรจุงานในตำแหน่งแรงงานด้านการผลิตมากที่สุด รองลงมาเป็นแม่บ้าน พนักงานขับรถยนต์ พนักงานรักษาความปลอดภัย และผู้ควบคุมเครื่องจักรผลิตน้ำตาล ตามลำดับ สร้างรายได้ 2,608,500 บาท/เดือน หรือ 31,302,000 บาท/ปี
การที่ผู้สูงอายุสามารถทำงานได้มากขึ้นจะช่วยลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานได้ และช่วยลดปัญหาการทำงานที่ขาดแรงจูงใจ เพราะเชื่อมั่นว่าผู้สูงอายุจะรักและซื่อสัตย์ในหน้าที่การงาน ภูมิใจที่ตนเองยังมีคุณค่าอยู่ไม่เป็นภาระของสังคม
คงจะไม่ใครปฏิเสธว่าเรือโบราณหรือไม้ใกล้ฝั่งแต่ในอดีต ยังคงทรงคุณค่าตราบเท่าที่คนรุ่นใหม่ยังมองเห็นและปรับเปลี่ยนแก้ไขระเบียบขององค์กรในการยอมรับและนำเอาศักยภาพของท่านเหล่านั้นกลับฟื้นคืนขึ้นมาทำประโยชน์ให้แก่องค์กร ดีกว่าปล่อยนโยบายเดิมๆ มาทำร้ายสภาพจิตใจ
เพราะฉะนั้น เรือโบราณต้องออกจากฝั่งให้ได้ โดยมี HR รุ่นใหม่ใส่ใจผู้สูงวัย







