posttoday
พิธีสารมาดริด (2)

พิธีสารมาดริด (2)

11 กันยายน 2560

พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์ได้เขียนเรื่องความตกลงมาดริดและพิธีสารมาดริด รวมเรียกว่าระบบมาดริดไปได้ส่วนหนึ่งแล้วในฉบับก่อน ตั้งใจว่าจะเขียนต่อเนื่องให้จบในฉบับถัดมา แต่พอดีวันที่ลงบทความไปตรงกับวันประจำปีขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ซึ่งผู้เขียนมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ด้วย จึงต้องขอเว้นไปเขียนเรื่องที่มีความเห็นเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวก่อน ฉบับนี้จึงขอมาเขียนให้ข้อมูลเรื่องพิธีสารมาดริดต่อ โดยได้รับความอนุเคราะห์ข้อมูลจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาเช่นเคย ซึ่งต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย

พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์

ได้เขียนเรื่องความตกลงมาดริดและพิธีสารมาดริด รวมเรียกว่าระบบมาดริดไปได้ส่วนหนึ่งแล้วในฉบับก่อน ตั้งใจว่าจะเขียนต่อเนื่องให้จบในฉบับถัดมา แต่พอดีวันที่ลงบทความไปตรงกับวันประจำปีขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ซึ่งผู้เขียนมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ด้วย จึงต้องขอเว้นไปเขียนเรื่องที่มีความเห็นเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวก่อน ฉบับนี้จึงขอมาเขียนให้ข้อมูลเรื่องพิธีสารมาดริดต่อ โดยได้รับความอนุเคราะห์ข้อมูลจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาเช่นเคย ซึ่งต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย

ดังที่ได้กล่าวไว้ในฉบับก่อนแล้วว่า ระบบมาดริดเป็นเพียงทางเลือกหนึ่ง เพิ่มเติมขึ้นมาจากเดิมที่ผู้ขอจดทะเบียนในประเทศไทยได้รับเท่านั้น จากเดิมที่เมื่อยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยแล้ว จะต้องไปตระเวนจดในประเทศที่เห็นว่าต้องการส่งสินค้าไปขายทำให้เสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในเรื่องการตั้งตัวแทน จึงขึ้นอยู่กับนักธุรกิจเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นๆ ว่าจะเลือก วิธีใด วิธีเดิม หรือวิธีใหม่ ซึ่งอาจจะพิจารณาผลประโยชน์ที่จะได้จากการ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าผ่านระบบมาดริดได้ดังนี้

1.ระบบมาดริดช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในการยื่น คำขอจดทะเบียนไปยังต่างประเทศ ผู้ขอจดทะเบียนไม่ต้องเตรียมคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับการยื่นคำขอจดทะเบียนในแต่ละประเทศ รวมถึงไม่จำเป็นต้องตั้งตัวแทนเครื่องหมายการค้าในประเทศนั้นๆ ด้วย การยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าผ่านระบบมาดริดเพื่อขอรับความคุ้มครองในประเทศต่างๆ อาศัยเพียงคำขอหนึ่งฉบับ และสามารถขอรับความคุ้มครองได้ในประเทศต่างๆ 99 ประเทศที่เป็นสมาชิกระบบมาดริด เช่น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป (Community Trade Mark) สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย หรือประเทศในกลุ่มอาเซียน เช่น สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ เป็นต้น

2.ระบบมาดริดอำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการสิทธิในเครื่องหมายการค้า เช่น

(1) ผู้ขอจดทะเบียนจะรู้ผลการพิจารณาว่าเครื่องหมายที่ยื่นขอจดทะเบียนได้รับจดทะเบียนหรือไม่ภายใน 12-18 เดือน นับแต่วันยื่นคำขอ จดทะเบียน

(2) ผู้ขอจดทะเบียนสามารถต่ออายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศต่างๆ ที่ได้รับการคุ้มครองทั้งหมดโดยการดำเนินการเพียงครั้งเดียว ไม่ต้องยื่นคำขอต่ออายุการจดทะเบียนในแต่ละประเทศและไม่ต้องกังวลใจว่า ตนจะหลงลืมกำหนดการ ต่ออายุในแต่ละประเทศ

(3) ผู้ขอจดทะเบียนสามารถบริหารจัดการสิทธิในเครื่องหมายการค้าต่างๆ ในเรื่องอื่นๆ เช่น การโอนสิทธิ สละสิทธิในเครื่องหมายการค้า และการทำสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าในบางประเทศหรือในประเทศที่ได้รับความคุ้มครองทั้งหมด เป็นต้น

(4) หลังจากที่มีการจดทะเบียนเครื่องหมายระหว่างประเทศแล้ว เจ้าของเครื่องหมายการค้าสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นเพิ่มเติมในประเทศอื่นๆ ที่ไม่ได้ขอจดทะเบียนในคำขอจดทะเบียนฉบับแรกได้อีก

(5) สำนักระหว่างประเทศจะเป็น ผู้แจ้งสถานะคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศต่างๆ ให้แก่ผู้ยื่นคำขอ ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนไม่ต้องมีภาระเกี่ยวกับการติดตามคำขอจดทะเบียนในประเทศอื่นๆ ที่ไม่ใช่ประเทศต้นทาง

3.การยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไปยังต่างประเทศ โดยใช้ระบบมาดริดจะช่วยให้ผู้ขอ จดทะเบียนสามารถประหยัด ค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าตั้งตัวแทนเครื่องหมายการค้าในแต่ละประเทศ ค่าจัดเตรียมคำขอจดทะเบียน ค่าแปลเอกสาร ค่าเดินทางในแต่ละประเทศ เป็นต้น

ทั้งนี้ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศตามระบบมาดริด มีขั้นตอนสรุปได้ ดังนี้

- ผู้ขอจดทะเบียนต้องจัดเตรียมคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ และนำมายื่นต่อสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศที่เป็นภาคีพิธีสารมาดริด ซึ่งจะเรียกว่า "สำนักงานต้นทาง" (กรมทรัพย์สินทางปัญญา จะเป็นสำนักงานต้นทางสำหรับประเทศไทย) ทั้งนี้ พิธีสารมาดริดกำหนดเงื่อนไขว่า ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องได้จดทะเบียนหรือได้ยืนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเดียวกัน ณ สำนักงานต้นทางแล้ว ซึ่งทะเบียนเครื่องหมายการค้า หรือคำขอจดทะเบียนดังกล่าวจะถูกใช้เป็นฐานในการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามระบบมาดริด

- สำนักงานต้นทางจะตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของคำขอจดทะเบียน รวมทั้งตรวจสอบว่าผู้ขอจดทะเบียนได้ชำระค่าธรรมเนียมครบถ้วนหรือไม่ หลังจากนั้นสำนักต้นทางจะส่งคำขอจดทะเบียนไปยังสำนักระหว่างประเทศ (International Bureau) องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก

- สำนักระหว่างประเทศจะตรวจสอบคำขอจดทะเบียนอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะในส่วนของการระบุจำพวกสินค้าและบริการ และค่าธรรมเนียม ในกรณีที่มีข้อบกพร่อง สำนักระหว่างประเทศจะแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนหรือสำนักงานต้นทางทราบและแก้ไขข้อบกพร่องนั้นภายในเวลาที่กำหนด

- ในกรณีที่สำนักระหว่างประเทศเห็นว่าคำขอจดทะเบียนถูกต้องแล้ว สำนักระหว่างประเทศจะกระจาย คำขอจดทะเบียนไปยังประเทศต่างๆ ที่ถูกระบุขอรับความคุ้มครอง

- สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศที่ถูกระบุความคุ้มครองจะตรวจสอบเครื่องหมายการค้าในคำขอจดทะเบียนตามกฎหมายภายในประเทศของตน และแจ้งผลการตรวจสอบกลับมายังสำนักระหว่างประเทศภายใน 1 ปี หรือ 18 เดือนตามที่ประเทศนั้นตกลงกับสำนักระหว่างประเทศ

- สำนักระหว่างประเทศจะแจ้งผลการตรวจสอบไปยังผู้ขอจดทะเบียน และในกรณีที่สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศใดๆ ไม่รับจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนมีสิทธิในการขอให้ทบทวนคำสั่ง อุทธรณ์คำสั่ง หรือฟ้องศาลตามเงื่อนไขที่กฎหมายภายในประเทศนั้นกำหนด

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69