
กล่อมญี่ปุ่นลงทุนไทย
"บิ๊กตู่" ให้ความเชื่อมั่นจูงใจญี่ปุ่นเดินหน้าลงทุนในพื้นที่อีอีซี ยันแม้เปลี่ยนรัฐบาลก็ไม่มีผลกระทบ
"บิ๊กตู่" ให้ความเชื่อมั่นจูงใจญี่ปุ่นเดินหน้าลงทุนในพื้นที่อีอีซี ยันแม้เปลี่ยนรัฐบาลก็ไม่มีผลกระทบ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก รัฐมนตรี เปิดเผยระหว่างให้การต้อนรับ นายฮิโรชิเกะ เซโกะ รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น พร้อมหน่วยงานด้านเศรษฐกิจและคณะ นักลงทุนรายใหญ่จากญี่ปุ่นกว่า 570 ราย ตอนหนึ่งว่า การพัฒนาของไทยในช่วง 30 ปี ที่ผ่านมา มีญี่ปุ่นเป็นแรงสนับสนุนที่สำคัญ
ทั้งนี้ ในช่วงที่ไทยกำลังปฏิรูปประเทศคาดหวังว่าญี่ปุ่นเป็นแรงสนับสนุนการลงทุนเทคโนโลยีสมัยใหม่ในกลุ่มอุตสาหกรรม เป้าหมาย และถ่ายทอดองค์ความรู้แก่คนไทยให้มีการพัฒนาในลักษณะไตรภาคีมีญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศพัฒนาแล้วช่วยไทยให้มีศักยภาพสูงขึ้น เพื่อเป็นกำลังไปช่วยเหลือเพื่อนบ้านที่เริ่มพัฒนา
นอกจากนี้ ไทยต้องการให้ญี่ปุ่นมาลงทุนในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งใน 5 ปีนี้จะลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน วงเงิน 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6 แสนล้านบาท) เพื่อเข้ามาร่วมยกระดับการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมขนส่งสินค้าระหว่างกรุงเทพฯ กับภาคตะวันออก และเชื่อมสู่ ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ
ขณะเดียวกันจะเป็นประตูสู่เมียนมา เวียดนาม ลาว กัมพูชา และจีนตอนใต้ โดย โครงการต่างๆ จะเดินหน้าแม้จะเปลี่ยนรัฐบาล จึงขอให้เชื่อมั่นว่าจะมีความยั่งยืน ต่อเนื่องทั้งระยะสั้น ระยะกลางและระยะ ยาว ฉะนั้นถือว่าอีอีซีเหมาะสมมากที่สุด ไม่ต้องรอให้โครงสร้างพื้นฐานพร้อมทั้งหมด
"ไม่ว่ารัฐบาลไหนมาก็ต้องทำเรื่องนี้ และตอนนี้ถือว่าเรามีเสถียรภาพมากที่สุด จึงขอให้นักลงทุนญี่ปุ่นเร่งตัดสินใจ โดยอยากให้เกิดขึ้นในปี 2560 หรือปี 2561 ซึ่งรัฐบาลจะให้สิทธิประโยชน์ที่เหมาะสม" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะเป็นความร่วมมือแบบวิน-วิน และเชื่อมโยงฐานผลิตของญี่ปุ่นจากไทยไปประเทศอื่นในภูมิภาคตามการเติบโตของเศรษฐกิจและการค้าในซีแอลเอ็มวี เพื่อให้ไทยและเพื่อนบ้านเติบโตไปพร้อมกัน
ด้าน นายเซโกะ กล่าวว่า จากนี้ไป คาดหวังจะได้ร่วมมือกันพัฒนาอุตสาหกรรมขั้นสูงต่อไป เพราะไทยเป็นศูนย์กลางของ อาเซียน และมีบริษัทของญี่ปุ่นตั้งศูนย์พัฒนา เทคโนโลยีและนวัตกรรมอยู่แล้ว บางบริษัท มีโรงงานในไทยใหญ่กว่าโรงงานของบริษัทแม่ในญี่ปุ่นอีก







