
จังหวะซื้อกิจการถูก ปตท.สผ.คุยใกล้จบ
โพสต์ทูเดย์
— ผู้จัดการกองทุนชี้เงินบาทแข็งค่า เปิดโอกาสธุรกิจไทยออกไปซื้อกิจการต่างประเทศในต้นทุนถูกลง ปตท.สผ. มั่นใจปีนี้ปิดดีลซื้ออีก 1 รายการนายธีรนาถ รุจิเมธาภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ เปิดเผยว่า เงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะเป็นโอกาสให้บริษัทหรือธุรกิจไทยออกไปซื้อกิจการในต่างประเทศได้มากขึ้น เพราะอำนาจซื้อเพิ่มขึ้น ด้วยต้นทุนที่ถูกลง
“
เงินบาทแข็งค่าก็เหมือนเหรียญ 2 ด้าน คือ มีทั้งบวกและลบ ซึ่งเรื่องลบคือกระทบต่อการส่งออก แต่เรื่องบวกก็คือการมีอำนาจซื้อที่มากขึ้น และช่วงที่ประเทศไทยต้องลงทุนโครงการขนาดใหญ่ต้องมีการนำเข้าสินค้าเพื่อการลงทุนอีกมาก ทำให้ประหยัดงบประมาณในการลงทุนได้เช่นกัน” นายธีรนาถ กล่าวบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง ออกบทวิเคราะห์ภายหลังเดินไปทางโรดโชว์ที่ฮ่องกง ร่วมกับบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) หรือ ปตท.สผ. ว่า สิ่งที่นักลงทุนยังคงสนใจซักถามเป็นเรื่องการถูกรัฐบาลอินโดนีเซียฟ้องเรียกค่าเสียหาย และผลการประกาศความเสียหายจากกรณีมอนทาราที่รัฐบาลออสเตรเลียที่จะออกมาในเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งบริษัทไม่ได้คาดว่าจะถูกเรียกค่าปรับจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากภายใต้กฎหมายของออสเตรเลียค่าปรับจะต้องไม่เกิน 2 ล้านเหรียญออสเตรเลีย
อย่างไรก็ตาม มองว่าประเด็นถูกเรียกค่าเสียหายจะกดหุ้น PTTEP ไม่ให้พุ่งรุนแรง แต่ก็ยังคงแนะนำให้ซื้อหุ้น เพราะอนาคตธุรกิจยังโต
นอกจากนี้ ทาง ปตท.สผ.ได้ยืนยันชัดเจนว่าปีนี้จะสรุปผลการซื้อกิจการได้อย่างแน่นอน 1 โครงการขนาดใหญ่ โดยโครงการที่เป็นไปได้ ได้แก่ โครงการ OilSand ในประเทศแคนาดา โครงการ Heavy Oil ในประเทศบราซิล และการซื้อหุ้น 30% ในโครงการน้ำมันของ BP ที่เวียดนาม โดยบริษัท เปิดเผยว่า แหล่งของเงินทุนจะมาจากการกู้ยืมมากกว่าที่จะเพิ่มทุน
“PTTEP
มีนโยบายชัดเจนว่าจะรักษาระดับหนี้สินต่อทุนไม่เกิน 1 เท่า เทียบกับระดับหนี้สินต่อทุนปัจจุบันอยู่ที่เพียง 0.4 เท่า ดังนั้น PTTEP สามารถเพิ่มหนี้สินได้อีกประมาณ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ”






