posttoday
ภารกิจท้าทาย ผอ.พศ.คนใหม่

ภารกิจท้าทาย ผอ.พศ.คนใหม่

10 กันยายน 2560

คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามที่ ออมสิน ชีวพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

โดย ส.คนจริง

คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามที่ ออมสิน ชีวพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้โอน มานัส ทารัตน์ใจ อธิบดีกรมการศาสนา มาดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงาน พุทธฯ แทน พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ที่โยกมาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ตอนนี้ พ.ต.ท.พงศ์พร ยังไม่ยอมรับการโอน จะเป็นเรื่องยาวหรือไม่ คนที่ดำรงรัฏฐาธิปัตย์คงไม่ทำให้ยืดเยื้อ มิเช่นนั้นต่อไปใครจะเชื่อถือ

หันมาพูดถึงภารกิจผู้อำนวยการสำนักงานพุทธฯ มานัส ทารัตนใจ ศิษย์เก่า มจร ดีเด่นปี 2560 (ด้านส่งเสริมพระพุทธศาสนาและทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม) ว่าคงมีภาระหนัก แต่คงทำงานกับพระสงฆ์ได้ดี และแนบแน่นกว่า ผู้อำนวยการคนก่อนๆ ถ้าได้ดูภูมิหลังของท่าน เพราะเป็นคุณมหา ดีกรีเปรียญธรรม 6 ประโยค ปริญญาตรีพุทธศาสตรบัณฑิต (พธ.บ.) สาขาสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย M.A. (Sociology) University of Poona ประเทศอินเดีย ปัจจุบันอายุ 59 ปี

นอกจากนี้ ยังเคยดำรงตำแหน่งผู้ตรวจกระทรวงวัฒนธรรม รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เลขานุการกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นต้น

เห็นประวัติการศึกษาและภูมิหลังแล้วผู้อำนวยการสำนักงานพุทธฯ คนใหม่ คือ คนที่เติบโตจากวัด และเมื่อรับราชการที่กระทรวงวัฒนธรรมก็เติบโตตามสายงานวัฒนธรรม มาโดยตลอด จนกระทั่งมานั่งตำแหน่งอธิบดีกรมการศาสนา

วันนี้ถูกโยกมาช่วยงานพระพุทธศาสนาโดยตรงในตำแหน่ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธฯ ดูแล้วเหมือนไม่ยาก โดยเฉพาะกับคนที่เคยอยู่วัดมาก่อน เช่น ผู้อำนวยการมานัส แต่ต้องไม่ลืมว่าที่สำนักงานพุทธฯ มีงานท้าทาย และโจทย์ให้ผู้อำนวยการคนใหม่ทำ ท่ามกลางสายตาของมหาชนหลายเรื่องขอลำดับ ดังนี้

เรื่องที่มหาชนจับตาอันดับต้นๆ คือ เรื่องเงินทอน ที่เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเรียกจากวัด หลังจากส่งเงินอุดหนุนไปถวาย ทั้งวัดใหญ่ วัดเล็ก ทั้งในเมืองหลวงและต่างจังหวัด ส่วนวงเงินทอนก็มากมาย ตัวเลขเบื้องต้นก็ประมาณ 60 ล้านบาท หรืออาจเป็นร้อยล้านบาท ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวนทวนความของ ป.ป.ป. และหน่วยงานปราบปรามทุจริตอื่นๆ แม้ว่าเจ้าหน้าที่ที่เรียกเงินทอนบางคนจะโดนมาตรา 44 สั่งปลดออกจากราชการและโยกย้ายก็ตาม

เรื่องเงินทอนนี้ ฝ่ายเสียหายน่าจะเป็นวัด หรือสมภาร ซึ่งควรเป็นโจทก์และได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแถลงข่าวบ่อยๆ เรื่องฝ่ายถูกกลายเป็นผิด ฝ่ายผิดกลายเป็นถูก คือวัดและสมภารถูกเพ่งเล็งว่าเป็นฝ่ายผิด ผู้ที่เรียกเงินทอนจากวัดเป็นฝ่ายถูก สังคมมองผิดแบบนี้ จึงอยากเห็นวัดและสมภารถูกขยี้

ทำให้สายตาและความรู้สึกของบางคนมองด้วยความอคติว่า ผู้อำนวยการคนใหม่ จะซูเอี๋ยกับวัดและสมภาร เกรงว่าไม่เอาผิดกับวัดและสมภาร ที่ร่วมจ่ายเงินทอนให้เจ้าหน้าที่สำนักงานพุทธฯ เพราะเคยเป็นนักบิน เข้าใจกัน

เรื่องที่ 2 คือ การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา แม้ว่าคณะสงฆ์จะฟันธงไปแล้วว่าการปฏิรูปเป็นเรื่องของคณะสงฆ์ คนนอกห้ามแตะก็ตาม แต่มีกลุ่มคนคอยจับตาว่าท่านจะทำจริงจังแค่ไหน (ดูรายละเอียดคอลัมน์ สว่าง ณ กลางใจ ที่ลงตอนแรกวันนี้)

เรื่องที่ 3 เป็นข้อเรียกร้องของ กมธ.ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ที่มี พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ เป็นประธาน คือ เรื่องจัดการทรัพย์สินของวัด รวมทั้งให้มีการจัดทำบัญชี โดยผู้มีผู้ตรวจสอบ รับรอง

เรื่องที่ 4 รองลงไป แต่สำคัญไม่แพ้กัน คือ ประกาศของ พศ. ลงนามโดย พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2560 เรื่องมาตรฐานสำนักเรียนและสำนักศาสนศึกษาปี 2560 เพื่อจัดมาตรฐานทั้งสำนักเรียน ครูและนักเรียนใหม่ แต่ถูกทักท้วงว่าไม่ใช่หน้าที่ ด้วยว่าหน้าที่ในการออกประกาศเกี่ยวกับการศึกษาของพระภิกษุสามเณรเป็นของมหาเถรสมาคม (มส.) ซึ่ง มส.จะมอบให้ภิกษุรูปใดทำก็ได้ คำว่า ภิกษุรูปใดในที่นี้ คือ แม่กองธรรมสนามหลวง หรือแม่กองบาลีสนามหลวง ประกาศที่ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ลงนามนี้ จะอยู่ในฐานะเช่นไร

เรื่องที่ 5 ต้องตามตัวธัมมชโย ให้พบ

เรื่องที่ 6 ต้องทำการบ้านหนักเป็นพิเศษ คือ ที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ที่เป็นเรื่องยาวมานานกว่า 43 ปี เริ่มจาก นางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา หรือคุณยายเนื่อม เจ้าของที่ดิน ทำพินัยกรรมถวายที่ดินเกือบ 1,000 ไร่ ให้กับวัดธรรมมิการามวรวิหาร ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย. 2512 แต่ที่ดินดังกล่าวตั้งอยู่ที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ในขณะที่วัดธรรมมิการามวรวิหาร หรือวัดเขาช่องกระจก ตั้งอยู่ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ คนที่ร่วมมือเล่นแร่แปรธาตุติดคุกไปแล้ว จึงเป็นหน้าที่ของ พศ.ว่าจะทำอย่างไรให้ที่ดินดังกล่าวกลับมาเป็นที่ธรณีสงฆ์เหมือนเดิม

งานที่ว่ามาล้วนแต่เป็นงานหินทั้งสิ้นไม่รู้ว่าผู้อำนวยการ พศ.คนใหม่ จะเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน นอกจากจะต้องทำหน้าที่เลขาธิการ มส.สนองงานพระคุณเจ้า หรือรับใช้พระสงฆ์เป็นประจำ แล้วยังต้องทำงานที่ท้าทาย ท่ามกลางสายตาประชาชนอีกหลายเรื่อง

อย่างไรก็ให้รักษาสุขภาพ และทำงานที่ท้าทายสมกับศิษย์เก่าดีเด่น มจร 2560

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ