
‘เอไอเอ’ ยึดแนวทาง... ‘ทำดีเพื่อพ่อ’
ตลอดระยะเวลาเกือบ 80 ปี ที่เอไอเอ ประเทศไทย เริ่มดำเนินธุรกิจประกันชีวิตในไทยมา ปัจจุบันได้ให้บริการลูกค้าไปแล้วกว่า 5.5 ล้านคน
โดย ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ
ตลอดระยะเวลาเกือบ 80 ปี ที่เอไอเอ ประเทศไทย เริ่มดำเนินธุรกิจประกันชีวิตในไทยมา ปัจจุบันได้ให้บริการลูกค้าไปแล้วกว่า 5.5 ล้านคน ด้วยจำนวนกรมธรรม์กว่า 8 ล้านฉบับ และถือได้ว่าเป็นบริษัทชั้นนำอันดับต้นๆ ของไทย ที่ดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับนโยบายตอบแทนสังคมมาอย่างต่อเนื่อง
นายตัน ฮาค เลห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า ในโอกาสที่เอไอเอ ประเทศไทย กำลังจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 80 ในปี 2561 เอไอเอจึงสานต่อโครงการเพื่อตอบแทนคืนสู่สังคม ในการจัดกิจกรรม "เอไอเอ แชร์ริ่ง อะ ไลฟ์ เดย์" (AIA Sharing a Life Day) ครั้งที่ 4 ขึ้น เมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งในปีนี้ได้ดำเนินกิจกรรมตามแนวทาง "ทำดีเพื่อพ่อ" เพื่อน้อมรำลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณขององค์พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้รวมกว่า 4 หมื่นคน ที่ได้มาร่วมทำความดีตามรอยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งหมด 11 จุด พร้อมกันทั่วประเทศ
เริ่มจากกรุงเทพมหานครจัดขึ้นทั้งสิ้น 7 แห่ง ได้แก่ สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา สถานีรถไฟหัวลำโพง บ้านพักคนชราบางแค สวนลุมพินี โรงเรียนสามัคคีสงเคราะห์ โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ และโรงเรียนวัดเลา และอีก 4 แห่งในต่างจังหวัด ได้แก่ โรงเรียนอนุบาลแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน ศาลากลางจังหวัดน่าน จ.น่าน โรงเรียนบ้านน้ำภู จ.เลย และโรงเรียนบ้านโชคดี จ.จันทบุรี โดยได้ร่วมกันทำความดีผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ซึ่งกิจกรรมหลักๆ จะเป็นบริการตรวจสุขภาพฟรีสำหรับประชาชนทั่วไป เพื่อสนับสนุนคนไทยรู้เท่าทันโรค และสามารถป้องกันสุขภาพก่อนที่จะสายเกินไป
นอกเหนือจากกิจกรรมตรวจสุขภาพ ยังมีกิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว กิจกรรมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ประดิษฐ์ผ้าโพกศีรษะสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง กิจกรรมออกกำลังกายและสันทนาการ เลี้ยงอาหารกลางวัน แจกหมวก กันน็อก ประดิษฐ์กระดาษหน้า 2 สำหรับทำอักษรเบรลล์อีกด้วย
ทั้งนี้ เอไอเอได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อยกระดับสังคมไทย สอดคล้องกับปรัญชาธุรกิจของ เอไอเอ "เข้าใจชีวิต เข้าใจคุณ" แบ่งเป็น 3 แนวทางหลัก ประกอบด้วย
1.Sharing Knowledge หรือ "การแบ่งปันความรู้" ผ่านการส่งเสริมด้านการศึกษา จัดสร้างห้องสมุดโรงเรียนกว่า 35 แห่งทั่วประเทศ
2.Sharing Health หรือ "การส่งเสริมด้านสุขภาพ" มุ่งเน้นส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพที่แข็งแรงยิ่งขึ้น ผ่านโครงการต่างๆ เช่น AIA Operation Smile ช่วยเหลือการผ่าตัดให้เด็กปากแหว่ง เพดานโหว่ มาตั้งแต่ปี 2547 โดยได้มอบรอยยิ้มกลับคืนให้กับเด็กๆ ไปมากกว่า 2,362 รอยยิ้มแล้ว
นอกจากนี้ ยังมีโครงการ เอไอเอเพื่อก้าวใหม่ ชีวิตใหม่ (AIA New Leg New Life) ด้วยการสนับสนุนเงินทุนแก่มูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีต่อเนื่องทุกปี นับตั้งแต่ พ.ศ. 2552 นับจนถึงสิ้นปี 2559 ได้มอบขาเทียมให้แก่ผู้พิการขาขาดที่ยากไร้ไปแล้วกว่า 2,800 ขา เพื่อใช้ในการจัดซื้อวัสดุในการผลิต ขาเทียม ให้แก่ผู้พิการที่ยากไร้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้พิการขาขาดที่ปัจจุบัน ประเทศไทยมีอยู่มากกว่า 5 หมื่นคน ให้สามารถเดินและดำเนินกิจกรรมประจำวันได้เหมือนคนปกติ
รวมถึงการสนับสนุนมูลนิธิกาญจนบารมี เพื่อช่วยเหลือการคัดกรองมะเร็งเต้านมในผู้ด้อยโอกาส จากการที่โรคมะเร็งเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของประชาชนในประเทศไทย มาตั้งแต่ปี 2557 เพื่อช่วยเหลือการคัดกรองมะเร็งเต้านมในผู้ด้อยโอกาส โดยได้ช่วยชีวิตผู้ป่วยไปแล้วมากกว่า 300 ราย
มีการจัดกิจกรรมระดมทุนมากมาย เช่น โครงการกรมธรรม์ที่แนบสัญญาเพิ่มเติมกลุ่มโรคร้ายแรงช่วยสมทบเงินบริจาคให้มูลนิธิกาญจนบารมี ทุกๆ กรมธรรม์แบบประกันภัย AIA CI SuperCare หรือกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทสามัญที่แนบสัญญาเพิ่มเติมกลุ่มโรคร้าย CI อย่างน้อย 1 แบบ เอไอเอจะสมทบเงินให้กรมธรรม์ละ 10 บาท ให้กับมูลนิธิกาญจนบารมี เพื่อช่วยเหลือในการดำเนินโครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ให้กับสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาสทั่วประเทศ เพื่อมุ่งให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และห่างไกลจากโรคมะเร็งเต้านม
3.Sharing to Community หรือ "การแบ่งปันสู่สังคม" โดยโครงการ "เอไอเอ แชร์ริ่ง อะ ไลฟ์ เดย์" หรือวันทำดีร่วมกันนี้ ถือเป็นการบูรณาการ 3 แนวทางหลักข้างต้นเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบภายในเวลาเพียง 1 วัน ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 4
สำหรับโครงการ "เอไอเอ แชร์ริ่ง อะ ไลฟ์ เดย์" โดยถูกริเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2557 ถือได้ว่าเป็นการรวมเอาแนวคิดทั้งสามเสาหลักของการทำกิจกรรมพัฒนาสังคมของเอไอเอ ประเทศไทยมาไว้ในวันเดียว มีเป้าหมายในการส่งเสริมให้คนไทยได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี สุขภาพแข็งแรงและมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น ผ่านการร่วมแรง ร่วมใจ จากเหล่าพนักงานและตัวแทนประกันชีวิตของ เอไอเอ ที่ชักชวนกันมาผนึกกำลังสร้างสรรค์กิจกรรมสาธารณประโยชน์หลากหลายรูปแบบภายในหนึ่งวัน ในชุมชนทั่วประเทศ
"เอไอเอ แชร์ริ่ง อะ ไลฟ์ เดย์" ยังเป็นการรวมพลังครั้งสำคัญของชาวเอไอเอ ไม่ว่าจะเป็นคณะ ผู้บริหาร พนักงานตัวแทนประกันชีวิต พันธมิตรธุรกิจ รวมทั้งครอบครัวและประชาชนทั่วไป อาสามาร่วมกันทำความดีผ่านกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์รูปแบบต่างๆ ในชุมชน โดยกิจกรรมทั้งหมด เกิดขึ้นพร้อมๆ กันในวันเดียว
นอกจากนี้ ยังมีโครงการห้องสมุดโรงเรียนเอไอเอ ซึ่งตระหนักดีว่าการศึกษาเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต และช่วยเสริมสร้างชุมชนให้แข็งแรง จึงได้ริเริ่มโครงการ "ห้องสมุดเอไอเอ" ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เอไอเอจัดขึ้นมาต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เพื่อเป็นประโยชน์ในการเสริมสร้างแหล่งศึกษาหาความรู้สำหรับเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และคนในชุมชนใกล้เคียง รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และช่วยปลุกจิตสำนึกรักการอ่านให้แก่เด็กและเยาวชนอันเป็นอนาคตของชาติเอไอเอได้ก่อสร้างห้องสมุดเพื่อมอบเป็นแหล่งค้นคว้าความรู้เพิ่มเติมให้แก่โรงเรียนทั่วทุกภาคของประเทศ รวมทั้งสิ้น 35 แห่ง โดยแห่งล่าสุดสร้างขึ้นที่โรงเรียนบ้านทอน อ.เมือง จ.นราธิวาส
"เอไอเอจะสานต่อโครงการเพื่อตอบแทนคืนสู่สังคมในหลายโครงการ และยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทยให้ดีขึ้น โดยเน้นให้กิจกรรมต่างๆ เข้าถึงประชาชนมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนไทยทั่วทุกภูมิภาคได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมของเอไอเอ และให้ได้รับประโยชน์จากโครงการของเราอย่างเต็มที่ สอดคล้องกับเป้าหมายของเอไอเอที่ต้องการสนับสนุนให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีสุขภาพที่แข็งแรงและมีอายุยืนยาว" นายตัน ฮาค เลห์ กล่าว







