posttoday
โอกาสอาหารพร้อมทาน

โอกาสอาหารพร้อมทาน

06 กันยายน 2560

[email protected]อุตสาหกรรมอาหารของไทย นับว่ามีจุดแข็งเป็นอย่างมาก จากหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงรสชาติความอร่อย ที่หนุนให้สินค้ากลุ่มนี้ในอุตสาหกรรมดังกล่าวเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดส่งออก

[email protected]

อุตสาหกรรมอาหารของไทย นับว่ามีจุดแข็งเป็นอย่างมาก จากหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงรสชาติความอร่อย ที่หนุนให้สินค้ากลุ่มนี้ในอุตสาหกรรมดังกล่าวเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดส่งออก

ขณะที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ระบุถึงอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหารถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมภาคการผลิตของไทยที่มีขีดความสามารถทางการแข่งขันสูง อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรม เป้าหมาย หรือ S-Curve ที่มีส่วนสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลและกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมมุ่งมั่นผลักดันภาคดังกล่าวให้เป็น Food Hub หรือหุบเขาอาหารของโลก

ในปีที่ผ่านมานั้น อุตสาหกรรมอาหารของไทยถือว่ายังคงมีศักยภาพในฐานะของประเทศผู้ผลิตและผู้ส่งออก จากสถิติพบว่าปริมาณการผลิตโดยภาพรวมมีการหดตัวลงเล็กน้อย โดยมีผลผลิตรวมกว่า 29.8 ล้านตัน จากตัวเลขที่เกิดขึ้นและเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ยังนับว่าปริมาณการผลิตตามจำนวนดังกล่าวอยู่ในปริมาณที่มาก และเชื่อว่ายังเติบโตและพัฒนาได้อีก โดยเฉพาะการเพิ่มในเรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยี กระบวนการผลิต การชูสินค้าให้น่าเชื่อถือด้วยนวัตกรรม การเชื่อมโยงงานวิจัยที่ช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพ ตลอดจนการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ที่ต้องมีความทันสมัยเพื่อให้ก้าวต่อในระดับสากลได้มากขึ้น

สำหรับอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปที่มีปริมาณการผลิตมากที่สุด 3 อันดับแรก พบว่าอยู่ในสินค้ากลุ่มน้ำตาลทราย อาหารสัตว์ และธัญพืชและแป้ง สินค้าที่มีปริมาณการจำหน่ายสูงสุด ได้แก่ น้ำตาลทราย อาหารสัตว์และผลิตภัณฑ์นม แต่อย่างไรก็ตาม กลุ่มผลิตภัณฑ์ผักผลไม้ ธัญพืชและแป้ง และผลิตภัณฑ์นม กลับพบว่ามีการขยายตัวในด้านปริมาณการจำหน่ายมากที่สุด โดยขยายตัวได้ 17.31% 12.87% และ 4.57% ตามลำดับ

สาเหตุสำคัญจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ รวมถึงภาคการท่องเที่ยวและภาคบริการของไทยที่อยู่ในเกณฑ์ดี นอกจากนี้สินค้าในกลุ่มกุ้ง ไก่ สับปะรดกระป๋อง รวมถึงผักผลไม้บางประเภท ยังพบอีกด้วยว่ามีการจำหน่ายไปยังตลาดต่างประเทศในปริมาณที่สูงขึ้น

อีกหนึ่งสถานการณ์ของอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปของไทยที่มีความโดดเด่นและน่าจับตามองอีกกลุ่มหนึ่ง คือ กลุ่มสินค้าประเภทเครื่องดื่มในกลุ่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ในปีที่ผ่านมา พบว่ามีมูลค่าสูงถึง 1,153.40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยตลาดที่สำคัญ คือ ตลาดกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) เนื่องจากในกลุ่มประเทศนี้มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้ และกำลังซื้อของกลุ่มผู้บริโภคชั้นกลางที่ทำให้กลุ่มสินค้าต่างๆ มีอุปสงค์ที่สูงตามมา ได้แก่ กลุ่มสาธารณูปโภค กลุ่มอาหารแปรรูป และกลุ่มสินค้าด้านการเกษตร

ในด้านการขยายตัวของกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ พบว่าผู้บริโภคมีความต้องการและชื่นชอบสินค้าเครื่องดื่มบำรุงกำลัง เครื่องดื่มสมุนไพร น้ำผลไม้ กาแฟ/ชาพร้อมดื่ม นมถั่วเหลือง และนมพร้อมดื่ม ซึ่งเป็นผลมาจากการที่สินค้าไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีสำหรับกลุ่มประเทศเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่แนวโน้มและทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปในปี 2560 เชื่อว่าจะมีการขยายตัวที่ดีกว่าปีที่แล้วอย่างแน่นอน เนื่องจากปัญหาภัยแล้งไม่ค่อยน่าเป็นห่วงหรือรุนแรงเท่ากับปีที่ผ่านมา ผนวกกับสถานการณ์การท่องเที่ยวที่ยังคงสดใสและเป็นปัจจัยให้เกิดการบริโภคสินค้าหลายประเภทในปริมาณที่มากขึ้น รวมทั้งตลาดผู้บริโภคในระดับต่างๆ ที่อัตรากำลังซื้อยังคงขยายอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนมาตรการและนโยบายส่งเสริมจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันอุตสาหกรรมอาหารให้เป็นซูเปอร์คลัสเตอร์ การมุ่งสู่ความเป็นเมืองแห่งนวัตกรรมและครัวของโลก การนำเทคโนโลยีเข้าสู่กระบวนการต่างๆ อย่างครบวงจร รวมถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะร่วมสนับสนุนกันตั้งแต่ระดับต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

ปัจจัยเหล่านี้จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ภาพลักษณ์และมาตรฐานของอาหารไทยก้าวสู่ประสิทธิภาพระดับที่ดีมากขึ้น ทั้งยังจะช่วยให้มูลค่าของอุตสาหกรรมนี้มีการเติบโต โดยอาจสูงถึง 1 ล้านล้านบาท ตามที่คาดการณ์ไว้

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปไทยจำเป็นต้องติดตาม และหมั่นเข้าถึงกระแสผู้บริโภคอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้กระบวนการผลิตสินค้าแต่ละประเภทเกิดประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการเข้าถึงตลาดใหม่ๆ และการมีข้อได้เปรียบที่เหนือกว่าคู่แข่ง

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย