posttoday
อี-เพย์เมนต์ กับอนาคตนโยบายการเงินในจีน

อี-เพย์เมนต์ กับอนาคตนโยบายการเงินในจีน

06 กันยายน 2560

มณฑล จุนชยะ & ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.วรรณ & [email protected]สมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์สำคัญที่อยู่คู่กับชีวิตประจำวันของคนเรามากขึ้น และส่งผลให้กิจวัตรหลายอย่างเปลี่ยนไป เช่น การติดต่อสื่อสารที่สมัยก่อนจะใช้โทรศัพท์เป็นหลัก ปัจจุบันติดต่อผ่านทางเฟซบุ๊ก ไลน์ สไกป์ แทน แต่กิจกรรมอย่างหนึ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก คือ อี-เพย์เมนต์ หรือการจ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

มณฑล จุนชยะ & ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.วรรณ & [email protected]

สมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์สำคัญที่อยู่คู่กับชีวิตประจำวันของคนเรามากขึ้น และส่งผลให้กิจวัตรหลายอย่างเปลี่ยนไป เช่น การติดต่อสื่อสารที่สมัยก่อนจะใช้โทรศัพท์เป็นหลัก ปัจจุบันติดต่อผ่านทางเฟซบุ๊ก ไลน์ สไกป์ แทน แต่กิจกรรมอย่างหนึ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก คือ อี-เพย์เมนต์ หรือการจ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

ในจีนการใช้จ่ายผ่านอี-เพย์เมนต์เป็นที่นิยม ทั้งการใช้จ่ายธุรกรรมออนไลน์ ช็อปปิ้ง การซื้อกองทุนออนไลน์ และการใช้จ่ายตามที่ต่างๆ การเติบโตของอี-เพย์เมนต์ได้ส่งผลให้เศรษฐกิจจีนเติบโตมากขึ้นและรวดเร็ว ซึ่งเป็นที่มาว่าธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้ออกมาตรการการเงินและกรอบกฎระเบียบใหม่ เพื่อใช้ในการควบคุมโครงสร้างระบบทางการเงินและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

ทำไมธุรกรรมอี-เพย์เมนต์ ถึงมีผลให้ธนาคารจีนต้องให้ความสำคัญและมีมาตรการควบคุม หากพิจารณาในแง่ธุรกรรม การใช้จ่ายผ่านอี-เพย์เมนต์ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างทางการเงินของจีนอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการทำธุรกรรมผ่านตัวกลาง (3rd Party E-Payment) ทำให้ปริมาณเงินสำรองสำหรับการใช้จ่ายออนไลน์ (Reserve Fund) เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมีการขยายตัวมากกว่า 50% ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา การใช้จ่ายเงินสดที่น้อยลงโดยทำธุรกรรมผ่าน Reserve Fund แทน เช่น การให้หักเงินจากอี-วอลเล็ตได้ ทำให้องค์ประกอบของการใช้จ่ายส่วนที่เป็นเงินสดและสินทรัพย์ที่เปลี่ยนเป็นเงินสดทำได้อย่างรวดเร็ว

หากพิจารณาในการคำนวณและคาดการณ์ปริมาณเงินที่แท้จริงอาจทำให้การเติบโตของเงินหมุนเวียนในระบบเป็นไปได้ยากขึ้น และส่งผลต่อการปรับนโยบายการเงินของ PBOC ให้เหมาะสม ยากขึ้นด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ การใช้อี-เพย์เมนต์ทำให้ผู้ฝากเงินอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยมากขึ้นด้วย ตัวอย่างเช่น บริษัท อเมซอน ได้ก่อตั้งกองทุนพักเงิน ชื่อ Yu ebao เพื่อให้ผู้ทำธุรกรรมซื้อขายในอาลีบาบา พักเงินส่วนเกินไว้ โดยอัตราผลตอบแทนของกองทุนจะอิงตามอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมระหว่างธนาคาร (อินเตอร์แบงก์ เรต) ในช่วงที่ผ่านมา ขนาดของกองทุน Yu ebao เปลี่ยนแปลงตามดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์อย่างเห็นได้ชัด

ไตรมาส 2/2558-ไตรมาส 3/2559 เมื่อดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ปรับตัวลง 0.215% ขนาดสินทรัพย์หรือเอยูเอ็มปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ในไตรมาส 3/2559-ไตรมาส 2/2560 ที่ดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ปรับตัวขึ้น 4.06% เอยูเอ็มปรับตัวขึ้นถึง 80% สู่ขนาด 1.43 ล้านล้านหยวน ขนาดใหญ่กว่าเงินฝากในธนาคารขนาดกลางและเล็กของจีนหลายแห่ง เพื่อควบคุมระบบการทำธุรกรรมผ่านตัวกลางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องดังเช่น บริษัท อาลีบาบา ทาง PBOC ได้เพิ่มและแก้ไขกฎระเบียบบางอย่างให้เข้มงวดขึ้นดังนี้

o PBOC จะเชื่อมระบบการจ่ายเงินของบริษัทต่างๆ ที่เป็นอี-เพย์เมนต์ทั้งหมดกับธนาคารเพื่อสะดวกต่อการตรวจสอบและรักษาความปลอดภัย โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย. 2561 o เพื่อควบคุมความเสี่ยงสภาพคล่องของระบบและการใช้จ่ายแก่ลูกค้าที่ไม่เหมาะสม ทาง PBOC บังคับให้บริษัทที่ทำธุรกรรมอี-เพย์เมนต์ ต้องมีเงินสำรองในธนาคาร 12-24% ของรีเสิร์ฟฟันด์ในระบบ โดยไม่ได้รับอัตราผลตอบแทนจากเงินสำรองในส่วนนี้ โดยเริ่มดำเนินการไปแล้วตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2560

ในอนาคตคาดว่าทางการจีนอาจเพิ่มความเข้มงวดของกฎหมาย และการใช้มาตรการกระตุ้นอย่างระมัดระวังมากขึ้น เพื่อควบคุมและป้องกันความเสี่ยงต่างๆ ทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ซึ่งจะส่งผลให้การลงทุนทั้งในส่วนตราสารทุนและตราสารหนี้จะผันผวนตามนโยบายดังกล่าว และคาดว่าจะผันผวนมากขึ้นในช่วงถัดไป ดังนั้นนักลงทุนต้องติดตามกฎหมายและนโยบายการเงินของธนาคารจีนที่จะเปลี่ยนไปตามกระแสของอี-เพย์เมนต์ อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการลงทุนและปรับสภาพการลงทุนตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป n

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69