
เทคโนโลยีกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (1)
พสุ ศรีหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและวิชาการกระจายเสียงและโทรทัศน์ สำนักงาน กสทช.เชื่อหรือไม่ว่าเทคโนโลยีการสื่อสารเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่มีคนตายมากเกือบล้านคน และเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมานี่เอง เทคโนโลยีดังกล่าวคือ "วิทยุกระจายเสียง"
พสุ ศรีหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและวิชาการกระจายเสียงและโทรทัศน์ สำนักงาน กสทช.
เชื่อหรือไม่ว่าเทคโนโลยีการสื่อสารเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่มีคนตายมากเกือบล้านคน และเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมานี่เอง เทคโนโลยีดังกล่าวคือ "วิทยุกระจายเสียง"
ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติมีเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มาหลายครั้ง เหตุการณ์ที่คุ้นเคยที่สุดคงหนีไม่พ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่นาซีได้สังหารชาวยิวไปหลายล้านคน หรือความขัดแย้งระหว่างชาวคริสต์กับชาวมุสลิมที่เซอร์เบีย โคโซโว หรือระหว่างเผ่าฮูตู (Hutu) กับเผ่าตุดซี่ (Tutsi) ที่ประเทศรวันดา การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์แต่ละครั้ง ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าอะไรที่ทำให้คนถึงฆ่าคนอีกคนหนึ่งได้โดยไม่รู้สึกรู้สา หรือรู้สึกผิดได้อย่างไร เพราะงานวิจัยทางจิตวิทยาต่างสรุป ตรงกันว่าธรรมชาติของมนุษย์เป็นการยากที่จะฆ่ามนุษย์อีกคนหนึ่งได้
ดร.เกรกอรี่ สแตนตัน (Dr.Gregory Stanton) ผู้เชี่ยวชาญด้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ได้ทำการศึกษาว่าขั้นตอนที่ทำให้เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ได้นั้นมีอยู่ 8 ขั้นตอน คือ 1) การแบ่งกลุ่มคน (Classification) 2) สร้างสัญลักษณ์ของกลุ่มคน (Symbolization) 3) ลดทอนความเป็นมนุษย์ (Dehumanization) 4) จัดตั้งองค์กร (Organization) 5) แบ่งแยกกลุ่มคนที่คิดเหมือนและคิดต่าง (Polarization) 6) จัดเตรียมกองกำลัง (Preparation) 7) ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (Extermination) 8) ปฏิเสธความผิด (Denial)
ทุกครั้งของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ จะเริ่มด้วยการแบ่งเขาแบ่งเราเสมอ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว นาซีก็ต้องแบ่งแยกระหว่างคนเยอรมันที่ถือว่าเป็นเชื้อสายอารยันกับชาวยิว โดยกำหนดให้ชาวยิวติดตราสัญลักษณ์ดาวสีเหลือง เพื่อใช้ในการแบ่งแยกระหว่างชาวยิวกับชาวเยอรมัน หรือในประเทศรวันดาที่มีการแบ่งแยกจากลักษณะทางกายภาพของชนเผ่าตุดซี่กับฮูตู
เมื่อคนในชาติแบ่งออกเป็นสองกลุ่มอย่างชัดเจนแล้ว ขั้นตอนต่อมาของการนำไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ก็คือการลดทอนความเป็นมนุษย์ และขั้นตอนนี้เองที่เทคโนโลยีการสื่อสารเข้ามามีบทบาทสูง และเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่ทำให้คุณค่าความเป็นมนุษย์ของคนกลุ่มหนึ่งหายไป
อย่างที่กล่าวมาในข้างต้นว่า โดยธรรมชาติของมนุษย์แล้วการที่จะไปทำร้ายหรือฆ่ามนุษย์อีกคนหนึ่งเป็นเรื่องยาก เพราะสมองของมนุษย์มีกลไกสำคัญที่ทำให้เรารู้สึกเช่นเดียวกับมนุษย์อีกคนที่กำลังถูกกระทำด้วย ปรากฏการณ์สมองนี้เรียกว่า ปรากฏการณ์กระจกสะท้อน (Mirroring) ที่เป็นพื้นฐานของความรู้สึกเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน เช่น เมื่อเราเห็นคนหนึ่งกำลังถูกฉีดยา เราจะรู้สึกเสียวแทนไปด้วย หรือเราเห็นคนอื่นกำลังตกทุกข์ได้ยาก เราก็มีความรู้สึกเห็นใจอยากช่วยเหลือ เป็นต้น
เป็นที่น่าแปลกว่าปรากฏการณ์กระจกสะท้อน (Mirroring) ที่ก่อให้เกิดความรู้สึกเห็นอกเห็นใจกันนั้น จะเกิดขึ้นมากขึ้นไปอีกถ้าหากว่ามนุษย์เหล่านั้นถูกจัดให้เป็นกลุ่มเป็นก้อนหรือเป็นชาติ เช่นเราจะรู้สึกเห็นอกเห็นใจคนที่เป็นญาติ หรือเชื้อชาติเดียวกับเรามากกว่าคนที่ไม่ใช่ญาติ หรือเชื้อชาติเดียวกัน และในทางกลับกันความรู้สึกเช่นนี้จะน้อยลงไปหากคนเหล่านั้นไม่มีความใกล้เคียงกับคนคนนั้น และหากไม่ใช่มนุษย์ด้วยกันก็แทบจะไม่มีเลย
เมื่อมนุษย์มีความเห็นอกเห็นใจกันเป็นพื้นฐานแล้วอะไรที่ทำให้คนฆ่ากันได้เป็นล้านคน โปรดติดตามตอนต่อไป n







