
โบอิ้ง-แอร์บัส ขวางยูไนเต็ด กินรวบตลาด
โบอิ้ง-แอร์บัส จับมือค้านดีล 7 แสนล้าน หวั่นควบรวมกิจการซัพพลายเออร์ทำต้นทุนพุ่ง
โบอิ้ง-แอร์บัส จับมือค้านดีล 7 แสนล้าน หวั่นควบรวมกิจการซัพพลายเออร์ทำต้นทุนพุ่ง
โบอิ้งและแอร์บัส ผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ของโลก เปิดเผยว่า การเข้าซื้อกิจการร็อกเวล คอลลินส์ อิงค์ ผู้ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์เครื่องบินของยูไนเต็ด เทคโนโลยี ผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องบินที่ทำธุรกิจประเภทเดียวกัน อาจทำให้ยูไนเต็ดมีอำนาจทางการตลาดที่มากเกินไป และ กลายเป็นการเพิ่มต้นทุนให้กับภาคอุตสาหกรรมและผู้บริโภค
การเปิดเผยดังกล่าวเกิดขึ้นหลังยูไนเต็ดบรรลุข้อตกลงเข้าซื้อกิจการร็อกเวล คอลลินส์ มูลค่า 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.59 แสนล้านบาท) ซึ่งทำให้ยูไนเต็ดกลายเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่และมีอำนาจในการกำหนดราคาสินค้าได้ โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังอยู่ในช่วงเดียวกับที่บรรดาผู้ผลิตเครื่องบินต่างเร่งการผลิตเพื่อรองรับความต้องการโดยสารทางอากาศที่เพิ่มขึ้น ซึ่งแอร์บัสผู้ผลิตจากยุโรปเป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ของยูไนเต็ด
ขณะเดียวกัน โบอิ้งผู้ผลิตจากสหรัฐ คาดการณ์ว่าจีนจะต้องการเครื่องบินใหม่มากถึง 7,240 ลำ คิดเป็นมูลค่า 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 36.3 ล้านล้านบาท) ในอีก 20 ปีข้างหน้าถึงปี 2036 เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิมในเดือน ก.ย. ที่ 6,810 ลำ ในช่วง 20 ปี ถึงปี 2035 เนื่องจากการขยายตัวของสายการบินจีน เศรษฐกิจในระยะยาวที่ฟื้นตัว เช่นเดียวกับการฟื้นตัวของตลาดขนส่งสินค้าทางอากาศ







