posttoday
เพิ่มโทษกม.แข่งขันการค้า

เพิ่มโทษกม.แข่งขันการค้า

01 กันยายน 2560

พาณิชย์ ระบุ พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้าฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้วันที่ 5 ต.ค.นี้ หวังเพิ่มประสิทธิภาพบังคับใช้ ทำให้ธุรกิจแข่งขันอย่างเป็นธรรม

พาณิชย์ ระบุ พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้าฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้วันที่ 5 ต.ค.นี้ หวังเพิ่มประสิทธิภาพบังคับใช้ ทำให้ธุรกิจแข่งขันอย่างเป็นธรรม

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ที่ปรับปรุงแก้ไขจาก พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค.นี้ โดยกฎหมายฉบับใหม่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้ ป้องกันพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมในการประกอบธุรกิจ และทำให้พิจารณาข้อร้องเรียนของภาคธุรกิจได้เร็วขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการทำธุรกิจให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ กลไกตลาด และการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

"กฎหมายใหม่จะสร้างความเป็นธรรมให้กับภาคธุรกิจ ทำให้รายใหญ่ทำธุรกิจได้อย่างเป็นธรรม และทำให้รายเล็กๆ สามารถแข่งขันได้ดีขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้ พิจารณาข้อร้องเรียนต่างๆ เร็วขึ้น จากปัจจุบันที่กว่าจะพิจารณาและส่งเรื่องให้อัยการฟ้องผู้กระทำผิดจะมีขั้นตอนมากมายและล่าช้า รวมทั้งยังได้ปรับปรุงโทษ โดยให้มีโทษทางปกครอง และโทษปรับ จากเดิมจะมีเฉพาะโทษทางอาญาเท่านั้น" นายสนธิรัตน์ กล่าว

ทั้งนี้ สาระสำคัญของกฎหมายใหม่ ได้แก่ กำหนดให้คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (บอร์ด) มาจากวิธีการสรรหา เพื่อแก้ปัญหาแทรกแซงจากการเมือง และการครอบงำของกลุ่มธุรกิจ และกำหนดให้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เป็นองค์กรอิสระ เพื่อให้การทำงานคล่องตัวและรวดเร็วขึ้น โดยมีเลขาธิการเป็นผู้บริหาร

นอกจากนี้ กฎหมายใหม่ยังได้ปรับปรุงโทษ โดยเพิ่มโทษทางปกครองด้วย เช่น โทษปรับจากเดิมที่มีเพียงโทษทางอาญาเท่านั้น ขณะเดียวกันยังได้เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย เช่น ลดขั้นตอนการพิจารณา ลดหย่อนโทษ เอาผิดแก่การกระทำนอกราชอาณาจักร เป็นต้น รวมถึงเอาผิดกรณีการร้องเรียนที่เป็นเท็จ ส่วนกรณีที่เป็นคดีฟ้องร้องให้ส่งศาลคดีทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเป็นศาลคดีเศรษฐกิจ ที่มีขั้นตอนพิจารณารวดเร็วกว่าคดีอาญา

ขณะเดียวกัน กฎหมายใหม่ยังได้เพิ่มเกณฑ์การควบรวมกิจการ โดยธุรกิจสามารถดำเนินการได้ แต่ต้องแจ้งให้สำนักงานแข่งขันทางการค้าทราบภายใน 7 วันหลังควบรวมแล้ว แต่หากควบรวมแล้ว ธุรกิจนั้นเข้าเกณฑ์การเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาดและผูกขาดตลาด ต้องมาขออนุญาตก่อนควบรวม หากฝ่าฝืนไม่แจ้งก่อน จะมีโทษปรับไม่เกิน 2 แสนบาท และปรับรายวันอีกไม่เกินวันละ 1 หมื่นบาท และหากไม่ขออนุญาตก่อนควบรวม ต้องชำระค่าปรับไม่เกิน 0.5% ของมูลค่าธุรกิจภายหลังควบรวมแล้ว ขณะที่หากมีอำนาจเหนือตลาดแล้วใช้อำนาจเหนือตลาดจำกัดการแข่งขัน จะมีโทษใหม่ คือ จำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 10% ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด จากโทษเดิมที่จำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 6 ล้านบาท

สำหรับกรณีข้อร้องเรียนปัจจุบันที่ยังคั่งค้างอยู่นั้น ที่ประชุมบอร์ดแข่งขันทางการค้า เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2560 มีมติให้เร่งรัดพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้

ด้าน นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สศช.ได้ประชุมร่วมกับ World Economic Forum (WEF) และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยได้เสนอต่อ WEF ว่าการจัดอันดับความสามารถการแข่งขันนั้น ควรแบ่งกลุ่มประเทศตามระดับการพัฒนา และการให้น้ำหนักกับตัวชี้วัดน่าควรจะมีความเข้มงวดต่างกัน แล้วค่อยๆ เพิ่มตามระดับการพัฒนา เทียบกับปัจจุบันจะใช้ตัวชี้วัดที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69