
เครื่องสำอางไทยน่ากลัว?
จบไปอีกงานเมื่อวานนี้กับ "งานสมุนไพรแห่งชาติ" ซึ่งจัดโดยกรมการแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข ที่เมืองทองธานี เป็นอีกหนึ่งงานที่ได้รับความสนใจล้นหลาม โดยเฉพาะผู้ใหญ่วัยอาวุโสแห่มากันแน่นฮอลล์ จับจ่ายซื้อหยูกยาอาหารเสริมที่แปรรูปจากสมุนไพรไทยหลากหลายชนิด ยุคนี้มีการพัฒนาไปไกลมาก ทั้งของกินของใช้ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง อาหารเสริมมากมาย ต่างมีส่วนผสมส่วนประกอบจากสมุนไพรชูเป็นจุดขายโดยไม่ต้องเหนียมอายว่าเชยและไม่ต้องโฆษณามากมายเหมือนในอดีต ผู้บริโภคซึมซับรับรู้ข้อมูลสรรพคุณมากกว่าเมื่อ 10 ปีก่อน กิจการรุ่นเก่าสินค้าแบรนด์เก่าชื่อยี่ห้อภาษาจีนทั้งหลาย มาถึงวันนี้กลับกลายเป็นสินค้าโด่งดังติดตลาด ต่างชาติโดยเฉพาะจีนกลายเป็นตลาดใหญ่ที่ทำให้อุตสาหกรรมนี้คึกคักอย่างเห็นได้ชัด แอบได้ยินมาว่าหลายกิจการพ่อแม่ต้องส่งลูกหลานไปร่ำเรียนต่อที่เมืองจีน ไปฝังตัวศึกษาหาช่องทางตลาด บางรายลงทุนแต่งงานมีครอบครัวเป็นคนจีนเพื่อกรุยทางยึดตลาดเป็นเรื่องเป็นราวเลย
จบไปอีกงานเมื่อวานนี้กับ "งานสมุนไพรแห่งชาติ" ซึ่งจัดโดยกรมการแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข ที่เมืองทองธานี เป็นอีกหนึ่งงานที่ได้รับความสนใจล้นหลาม โดยเฉพาะผู้ใหญ่วัยอาวุโสแห่มากันแน่นฮอลล์ จับจ่ายซื้อหยูกยาอาหารเสริมที่แปรรูปจากสมุนไพรไทยหลากหลายชนิด ยุคนี้มีการพัฒนาไปไกลมาก ทั้งของกินของใช้ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง อาหารเสริมมากมาย ต่างมีส่วนผสมส่วนประกอบจากสมุนไพรชูเป็นจุดขายโดยไม่ต้องเหนียมอายว่าเชยและไม่ต้องโฆษณามากมายเหมือนในอดีต ผู้บริโภคซึมซับรับรู้ข้อมูลสรรพคุณมากกว่าเมื่อ 10 ปีก่อน กิจการรุ่นเก่าสินค้าแบรนด์เก่าชื่อยี่ห้อภาษาจีนทั้งหลาย มาถึงวันนี้กลับกลายเป็นสินค้าโด่งดังติดตลาด ต่างชาติโดยเฉพาะจีนกลายเป็นตลาดใหญ่ที่ทำให้อุตสาหกรรมนี้คึกคักอย่างเห็นได้ชัด แอบได้ยินมาว่าหลายกิจการพ่อแม่ต้องส่งลูกหลานไปร่ำเรียนต่อที่เมืองจีน ไปฝังตัวศึกษาหาช่องทางตลาด บางรายลงทุนแต่งงานมีครอบครัวเป็นคนจีนเพื่อกรุยทางยึดตลาดเป็นเรื่องเป็นราวเลย
สมุนไพรใช้แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลายกลุ่ม กลุ่มอาหารเสริม กลุ่มเครื่องสำอาง และกลุ่มยาแผนโบราณ กลุ่มผลิตภัณฑ์ยา มูลค่าตลาดยาสมุนไพรประมาณ 2 หมื่นล้านบาท แต่ถ้านำสมุนไพรไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องสำอางกลับกลายมีมูลค่าตลาดสูงถึง 2 แสนล้านบาท แสดงว่าตลาดเครื่องสำอางในบ้านเรายังเติบโตได้ กระแสความนิยมมีมากขึ้นเรื่อยๆ ช่วงหลังๆ เราจะเห็นสินค้าเกี่ยวกับความสวยความงามในตลาดโลกออนไลน์มีเกลื่อนกลาดจนน่ากลัว ที่บอกว่าน่ากลัวก็เพราะว่าเราไม่รู้เลยว่าบรรดาเครื่องสำอางทั้งหลายที่เคลมว่าดี สวย ขาว เนียน เต่งตึง บำรุงโน่นนี่นั่น เอาเข้าจริงมันจะจริงอย่างที่โฆษณาหรือไม่ ส่วนผสมส่วนประกอบสรรพคุณความถูกต้องความปลอดภัยจะมีมาตรฐานหรือไม่ ใช้ไปแล้วจะมีอันตรายหรือไม่ ตรงนี้ละครับที่บอกว่าน่ากลัว
แอบรู้ว่ามาเวลานี้บรรดาสินค้าเครื่องสำอางทั้งหลายที่ขายในบ้านเราไม่มีการควบคุมกำกับอย่างจริงจัง ไม่มีการตรวจสอบโรงงานผลิตและตัวสินค้าอย่างแท้จริง ยังใช้ระบบเดิมคือให้ผู้ประกอบการจดแจ้งผลิตภัณฑ์ตัวเองเข้าทางออนไลน์แล้วก็ลุยขายไปได้เลย หากมีอะไรเสียหายเกิดขึ้นก็ถือว่าเป็นความผิดของผู้ประกอบการ ไม่เกี่ยวกับหน่วยงานกำกับ เพราะไม่ได้เป็นผู้รับรองหรือยืนยันว่าถูกต้องปลอดภัยแต่อย่างใด โอ้ พระเจ้า ผู้บริโภคต้องเสี่ยงเอาเองอย่างนั้นหรือ!!
ถ้าข้อเท็จจริงเป็นเยี่ยงนี้ ผมขอแนะนำให้กรมการแพทย์แผนไทยช่วยเป็นธุระทำอะไรสักอย่างที่เป็นคุณานุประโยชน์ต่อผู้บริโภคเถอะครับ ช่วยเป็นโต้โผรวบรวมผู้ประกอบการสมุนไพรไทยกลุ่มเครื่องสำอางมาพัฒนาต่อยอดนำร่องสัก 1-200 ราย นำสินค้ามาตรวจวิเคราะห์ผลทางห้องแล็บ ซึ่งขณะนี้เซ็นทรัลแล็บไทย หรือแล็บประชารัฐ เขากำลังมีโครงการคูปองตรวจแล็บฟรี ตรวจให้รู้ดำรู้แดงไปเลยว่าสินค้าได้มาตรฐานหรือไม่ ถ้ารายไหนได้มาตรฐานก็จะได้ประกาศให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นและมั่นใจ ส่วนรายไหนไม่ผ่านมาตรฐานก็ต้องเร่งแก้ไขปรับปรุงให้ถูกต้อง ใครทำดีก็ช่วย ใครยังไม่ดีก็ช่วย แต่ช่วยให้เข้ามาตรฐานก่อนเถอะครับ







