
ทีโอทีรุกธุรกิจสายไฟลงดิน
ทีโอทีเตรียมเสนอบอร์ดดีอี 6 ก.ย. พิจารณาแนวทางความพร้อมรับบริการจัดระเบียบสายไฟฟ้าลงดิน
ทีโอทีเตรียมเสนอบอร์ดดีอี 6 ก.ย. พิจารณาแนวทางความพร้อมรับบริการจัดระเบียบสายไฟฟ้าลงดิน
นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที เปิดเผย ว่า ในการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี) ในวันที่ 6 ก.ย. 2560 นี้ ทางทีโอทีจะเสนอแนวทางในการสนับสนุนนโยบายการไฟฟ้านครหลวง ซึ่งมีโครงการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินระยะทาง 127 กิโลเมตร (กม.) ภายในระยะเวลา 5 ปี ของพื้นที่เขตเมืองหลัก เป็นนโยบายที่ช่วยส่งเสริมทัศนียภาพของเมืองและเพิ่มความปลอดภัยจากสิ่งรบกวนสายไฟฟ้าและสารสื่อสาร
ทั้งนี้ ทีโอทีมีความพร้อมในการ เปิดให้บริการท่อร้อยสายที่พร้อมใช้งานความยาวประมาณ 2,000 กม. ขณะเดียวกันเมื่อสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน กับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ในเดือน ต.ค. 2560 จะทำให้มีท่อร้อยสายเพิ่มขึ้นอีก 1,500 กม. ซึ่งจะสามารถรองรับการนำสายสื่อสารของทีโอทีเอง และ ของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม (โอเปอเรเตอร์) รายอื่นลงใต้ดินได้จำนวนมาก โดยจากข้อมูลพบว่าระยะทางพาดสายไฟฟ้าและสายสื่อสารในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลทั้งหมด 5,000 กม.
อย่างไรก็ตาม การกระตุ้นให้โอเปอเรเตอร์นำสายสื่อสารลงใต้ดิน ทางรัฐบาลต้องมีนโยบายและรูปแบบการสนับสนุนที่ชัดเจน รวมถึงการมีสภาพบังคับ เช่น การปลดเสาไฟฟ้า ซึ่งการดำเนินงาน ที่ล่าช้าของโอเปอเรเตอร์ในช่วงที่ผ่านมา มีปัจจัยด้านค่าใช้จ่ายการวางสายใหม่และการให้บริการอย่างต่อเนื่อง
"การนำสายสื่อสารลงท่อร้อยสายของทีโอที หากโอเปอเรเตอร์ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ สามารถดำเนินการนำสายสื่อสารลงใต้ดินระยะทาง 2,000 กม. ได้ทั้งหมดภายใน 2 ปี และจะช่วยปรับปรุงทัศนียภาพในเขตเมืองได้อย่างเร่งด่วน" นายมนต์ชัย กล่าว
นอกจากนี้ ทีโอทีมีนโยบายลดการใช้ทองแดงของสายสื่อสารเปลี่ยนเป็นการใช้สายไฟเบอร์ภายในปี 2564 โดยสายไฟเบอร์มีขนาดเล็กลง ส่งผลให้พื้นที่ท่อร้อยสายใต้ดินว่างและพร้อมให้บริการโอเปอเรเตอร์รายอื่น
นายมนต์ชัย กล่าวว่า สำหรับอัตราค่าบริการท่อร้อยสายของทีโอที กำหนดไว้ที่ 1.8-2 หมื่นบาท/ระยะทาง 1 กม./เดือน โดยปัจจุบันมีกลุ่มโอเปอเรเตอร์มาเช่าท่อร้อยสายของ ทีโอทีแล้วประมาณ 300-400 กม. ซึ่งยังมีศักยภาพที่สามารถรองรับบริการสายลงใต้ดินได้อีกมาก







