
บทเรียนทุจริต
คำตัดสินของศาลที่เกิดขึ้นในหลายคดี ส่งผลให้ผู้ใช้อำนาจ นักการเมือง ถูกตัดสินจำคุก ได้เป็นบทเรียนให้นักการเมือง ข้าราชการระดับสูง พึงตระหนัก หากใช้อำนาจผิดกฎหมาย ทุจริตคอร์รัปชั่น ก็ไม่อาจลอยนวลเหมือนในอดีต และทำให้คำถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ว่า จะเป็นข้าราชการที่ดี ซื่อสัตย์สุจริต จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ มุ่งมั่นแน่วแน่แก้ไขปัญหาของประเทศชาติ สร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่แผ่นดิน มีความศักดิ์สิทธิ์จริงเสียที
คำตัดสินของศาลที่เกิดขึ้นในหลายคดี ส่งผลให้ผู้ใช้อำนาจ นักการเมือง ถูกตัดสินจำคุก ได้เป็นบทเรียนให้นักการเมือง ข้าราชการระดับสูง พึงตระหนัก หากใช้อำนาจผิดกฎหมาย ทุจริตคอร์รัปชั่น ก็ไม่อาจลอยนวลเหมือนในอดีต และทำให้คำถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ว่า จะเป็นข้าราชการที่ดี ซื่อสัตย์สุจริต จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ มุ่งมั่นแน่วแน่แก้ไขปัญหาของประเทศชาติ สร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่แผ่นดิน มีความศักดิ์สิทธิ์จริงเสียที
ด้านหนึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ศาลยังเป็นที่พึ่งแห่งความยุติธรรมสุดท้าย ทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย เป็นบทบาทสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศลดน้อยลง แม้ว่าต้นน้ำกระบวนการยุติธรรมจากหน่วยงานตำรวจและอัยการจะถูกวิจารณ์ตลอดถึงปัญหาในการทำคดี การกลั่นแกล้ง ไม่รอบคอบ การบังคับใช้เกิดความหละหลวมจนนำมา สู่การปฏิรูปตำรวจก็ตาม
ภาพที่ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ จากพรรค เพื่อไทย จำเลยคดีทุจริตข้าวจีทูจี เดินคอตกรับโทษจำคุก 42 ปี พร้อมด้วยคณะจำเลยร่วมคดีอย่างนายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ จำคุก 36 ปี รวมถึงอดีตข้าราชการระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ จำคุก 40 ปี นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ จำคุก 32 ปี นายอัครพงศ์ ทีปวัชระ อดีตผู้อำนวยการสำนักการค้าข้าวต่างประเทศ จำคุก 24 ปี น่าจะช่วยให้นักการเมือง โดยเฉพาะข้าราชการประจำ หรือหัวหน้ารัฐวิสาหกิจ เตือนสติตัวเองได้แล้ว หากยังสมรู้ร่วมเห็นรับใช้นักการเมืองทุจริต รับคำสั่งที่ทำให้ประเทศชาติเสียหาย หรือร่วมโกงกินด้วย ก็ต้องชดใช้ความผิดนั้นด้วยในฐานะหัวหน้าส่วนราชการ และถึงแม้จะหนีไปต่างประเทศได้ แต่คดีก็ติดตัวไปจนตาย ไม่มีอายุความ
สิ่งสำคัญคือ การปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการต้องยึดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้ง แต่หากอยู่ในสภาพที่ถูกบังคับให้ต้องลงนามในคำสั่งที่ผิดเพื่อแลกกับเก้าอี้ที่เติบโตขึ้น ก็ต้องแลกกับความเสี่ยงการถูกดำเนินคดีในอนาคต กระนั้นหากอยู่ในสถานการณ์เช่นว่าต้องรีบโต้แย้ง ทำบันทึกการประชุมเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการต่อสู้คดียืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง
ความจริงในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีนักการเมือง ผู้บริหารภาคเอกชน คนดังไม่น้อยที่รับโทษในคุกจากคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีทุจริตหลายคดี เป็นผลจากการทำหน้าที่ตรวจสอบขององค์กรอิสระโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เช่น คดีทุจริตปล่อยกู้กรุงไทย ศาลฎีกาจำคุก ร.ท.สุชาย เชาว์วิศิษฐ นายวิโรจน์ นวลแข อดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทย คนละ 18 ปี จากการปล่อยเงินกู้ให้กลุ่มกฤษดามหานครโดยมิชอบ หรือคดีฮั้วประมูลจัดซื่อปุ๋ยอินทรีย์หลายร้อยล้านบาทที่ศาลฎีกาสั่งจำคุก 6 ปี นายชูชีพ หาญสวัสดิ์ อดีต รมว.เกษตรฯ และนายวิทยา เทียนทอง อดีตเลขาฯ รมว.เกษตรฯ พรรคไทยรักไทย
ล่าสุด คดีดังที่เตรียมส่งศาลฎีกาพิพากษา ไม่ว่าคดียักยอกเงิน ค่าโฆษณาที่ศาลอุทธรณ์จำคุก นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกร ชื่อดัง 13 ปี จนต้องนอนเรือนจำเพราะไม่ได้ประกันตัว หรือคดีที่ดินอัลไพน์ ที่ศาลอาญาจำคุกนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย 2 ปี ไม่รอลงอาญา เหล่านี้ล้วนเป็นบทเรียนสะท้อนอย่างแจ่มชัด หากยังไม่กริ่งเกรง ไม่ตระหนัก คิดกอบโกย ทุจริต ก็สมควรแล้วที่ต้องไปชดใช้กรรมในคุก n







