
กฎหมายลดเหลื่อมล้ำ
หนึ่งในกฎหมายสำคัญที่รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ริเริ่มและผลักดันให้ดำเนินการออกมาบังคับใช้ให้ได้ คือกฎหมายภาษีที่ดิน โดยเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนและคนรวยในประเทศนี้ให้แคบลง
หนึ่งในกฎหมายสำคัญที่รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ริเริ่มและผลักดันให้ดำเนินการออกมาบังคับใช้ให้ได้ คือกฎหมายภาษีที่ดิน โดยเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนและคนรวยในประเทศนี้ให้แคบลง
คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะนี้ร่างกฎหมายนี้อยู่ในการพิจารณาแปรญัตติและพิจารณาในรายละเอียดขั้นกรรมาธิการ ซึ่งจนถึงเวลานี้ร่างกฎหมายนี้ก็ดูเหมือนจะไม่สามารถผ่านการพิจารณาจาก สนช.ได้ง่ายๆ เนื่องจากเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับประชาชนในวงกว้าง
ในชั้นการแปรญัตติและเปิดรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาคเอกชนและเศรษฐีที่ถือครองที่ดินไว้ในมือจำนวนมาก เพื่อให้กฎหมายที่ออกมามีความรอบคอบ ซึ่งในขณะนี้ก็มีการเสนอรายละเอียดที่มีการแก้ไขกฎหมายไปจากร่างเดิมในหลายประเด็น
ประเด็นของการยกเว้นผู้ที่ไม่ต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่กระทรวงการคลังเสนอว่า ให้ยกเว้นไม่เก็บภาษีกับบ้านหลังแรกที่มีในราคาไม่เกิน 50 ล้านบาท ซึ่งทาง สนช.เห็นว่าควรจะลดลงมาเหลือไม่เกิน 30 ล้านบาท เพื่อให้ฐานภาษีกว้างขึ้น และคนมีบ้านราคา 30 ล้านบาท ก็ถือว่าเป็นคนมีเงิน มีความสามารถที่จะจ่ายภาษีได้
นอกจากนี้ ภาคเอกชนก็ได้ถือโอกาสนี้นำเสนอในแง่มุมต่างๆ ต่อ สนช. เช่น การเก็บภาษีไม่ควรแบ่งเป็นหลายอัตรา ไม่ว่าจะเป็นการใช้ที่ดินประเภทใด ก็ควรจะใช้อัตราเดียวกันลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ไม่ให้เกิดการใช้ช่องว่างแสวงหาประโยชน์และคอร์รัปชั่น ไม่ควร คำนวณทรัพย์ส่วนกลางนิติบุคคลอาคารชุดและหมู่บ้านจัดสรรเป็นฐานการจัดเก็บภาษี เพราะถือเป็นทรัพย์ที่สร้างประโยชน์ให้กับผู้ที่อยู่อาศัยโดยรวมในโครงการ ส่วนอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ระหว่างพัฒนาให้ถือเป็นช่วงเวลาที่ยังไม่ก่อให้เกิดรายได้ ควรได้รับการลดหย่อนภาษี
สำหรับที่ดินรกร้างว่างเปล่าที่ถูกรอนสิทธิ เช่น ที่ตาบอด ที่ในเขตผังเมืองที่ห้ามสร้างสิ่งปลูกสร้าง ควรได้รับการลดหย่อนภาษี และในกฎหมายไม่ควรมีบทลงโทษจำคุก กรณีหรือการกระทำที่ไม่มีเจตนา
สิ่งที่ภาคเอกชนนำเสนอออกมา ล้วนแต่เป็นข้ออุปสรรคที่ขอให้ยกเว้น เพราะทำให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น และเหมือนจะบ่งชี้ไปว่ากฎหมายภาษีที่ดินนี้เป็นของเลวมากกว่าของดี
นอกจากนี้ เหมือนจะมีการถ่วงเวลาพิจารณาภาษีให้ยืดเยื้อออกไปก่อน จนคาดว่าการบังคับใช้กฎหมายอาจจะไม่สามารถเริ่มใช้ได้ทันในปีนี้ และอาจจะต้องเลื่อนออกไปมีผลบังคับใช้ในปี 2563
การเลื่อนใช้กฎหมายเมื่อไหร่ไม่มีปัญหา เพราะจะมีระยะเวลาให้ภาคเอกชนปรับตัว แต่หากมีความพยายามที่จะยื้อกฎหมายดังกล่าวไม่ให้ผ่านได้ง่าย หรือเปลี่ยนรายละเอียดใหม่จนผิดเจตนารมณ์ดั้งเดิมของการออกกฎหมายนี้ เป็นสิ่งที่ต้องคิดให้รอบคอบ เพราะกฎหมายนี้ มีเจตนาให้คนรวยที่ถือครองที่ดินมากๆ นำที่ดินมาใช้ประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ กฎหมายนี้แทบจะไม่มีผลกระทบกับคนจนเลย ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม การขยายฐานภาษีของกรมสรรพากร หากกฎหมายนี้ไม่สามารถออกมาใช้ได้ ก็อย่าหวังลดความเหลื่อมล้ำที่นายกฯ คาดหวังไว้







