
ราชธานีลิสซิ่ง
จิตรา อมรธรรม & รองกรรมการผู้จัดการ & ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ & บล.ฟินันเซียไซรัส & [email protected]ปรับประมาณการกำไรปี 2560 ขึ้น 8% เป็น 1,088 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% จากปีก่อนแนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังปีนี้จะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบครึ่งปีแรก คาดว่าบริษัท ราชธานีลิสซิ่ง (THANI) จะลดระดับการตั้งสำรองทั่วไปลง หลังจากสัดส่วนสำรองเข้าใกล้เป้าหมาย ซึ่งยังช่วยคลายแรงกดดันที่มีต่อหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) ของบริษัทสูงขึ้นด้วย
จิตรา อมรธรรม & รองกรรมการผู้จัดการ & ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ & บล.ฟินันเซียไซรัส & [email protected]
ปรับประมาณการกำไรปี 2560 ขึ้น 8% เป็น 1,088 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% จากปีก่อนแนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังปีนี้จะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบครึ่งปีแรก คาดว่าบริษัท ราชธานีลิสซิ่ง (THANI) จะลดระดับการตั้งสำรองทั่วไปลง หลังจากสัดส่วนสำรองเข้าใกล้เป้าหมาย ซึ่งยังช่วยคลายแรงกดดันที่มีต่อหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) ของบริษัทสูงขึ้นด้วย
แนวโน้มปี 2561 น่าจะมีวงจรที่ดีต่อเนื่อง ทั้งตลาดรถบรรทุกที่เติบโตกว่ารถประเภทอื่นและค่าใช้จ่ายสำรองที่น่าจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
สังเกตว่าดี/อี ล่าสุดในไตรมาส 2 ที่ผ่านมาของ THANI อยู่ที่ 6.25 เท่า ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 10 ไตรมาส แม้ว่ายังน้อยกว่า Comfortable Level ที่ 8 เท่า และ Covenant ที่ 10 เท่า แต่เริ่มจำกัดการเติบโตในอนาคต และอาจส่งผลกระทบต่อการพิจารณาการปรับเพิ่มอันดับเครดิตหุ้นกู้ในระยะถัดไป
FSS คาดว่า THANI จะสร้างฐานทุนในครึ่งปีหลังผ่านการทำกำไรที่ดีขึ้น เมื่อประกอบกับนโยบายการตั้งสำรองหนี้สูญทั่วไปที่อิงจากสำรองเป้าหมายที่ 105% (ปัจจุบันอยู่ที่ 102%) จากเดิมที่เป็นการตั้งสำรองสะสมรายปี ทำให้คาดว่า THANI จะมี Coverage Ratio ตามเป้าหมายในปีนี้
แม้ว่าจะตั้งสำรองทั่วไปแค่เพียงไตรมาสละ 20-25 ล้านบาท ซึ่งทำให้คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิในครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งแรกราว 16% ในเบื้องต้นเราคาดการณ์กำไร ไตรมาส 3 ปี 2560 ที่ 285 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากไตรมาส 2 และ 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งดีกว่าเดิมที่เคยประเมินไว้
จึงปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2560 ขึ้น 8% เป็น 1,088 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% จากปีก่อน ทั้งนี้ บนคาดการณ์กำไรดังกล่าวคาดว่าอัตราส่วนดี/อีของบริษัทจะอยู่ที่ 5.58 เท่า ใกล้เคียงกับปี 2559 คาดการณ์กำไรปี 2561 ยังไม่หยุดที่จะเติบโต
ปัจจุบันยอดขายรถบรรทุกทั้งเก่าและใหม่ รวมถึงตลาดรถหรูยังเติบโตได้ดีและดีกว่าตลาดรถยนต์นั่ง ซึ่งเกิดจากการลงทุนภาครัฐ และกฎหมายการขนส่งที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้สินเชื่อคงค้างในปี 2560 ของ THANI น่าจะทำได้เป้าหมายขั้นสูงที่ 3.8 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 16% จากปีก่อน
วงจรการเติบโตของสินเชื่อในปี 2561 ยังมีอยู่ จากภาคการลงทุนภาคเอกชนที่จะฟื้นตัวมากขึ้น THANI ตั้งเป้าหมายการเติบโตปี 2561 ที่ 12% โดยเน้นรถบรรทุกเก่าและรถหรู ขณะที่ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองทั่วไป น่าจะลดลงอย่างมีนัยในปี 2561 (คาดการณ์ต้นทุนเครดิต 1.35% เทียบกับ 1.4% ในปี 2560) ยังรวมไปถึงต้นทุนทางการเงินที่จะลดลงอีกจากหุ้นกู้ชุดใหม่ ซึ่งต้นทุนทางการเงินล่าสุดต่ำลงไปกว่าเดิม เมื่อชดเชยกับการแข่งขันที่สูงขึ้น
คาดว่า THANI จะรักษาส่วนต่างดอกเบี้ยได้ในระดับสูงเท่าปี 2560 ที่ 4.7% คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2561 ที่ 1,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ดังนั้นคงคำแนะนำซื้อและปรับเพิ่มราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 6.50 บาท (อิงสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) 14.5 เท่า)







