posttoday
มุมมองด้านเศรษฐกิจ ของชาวเมียนมา

มุมมองด้านเศรษฐกิจ ของชาวเมียนมา

25 สิงหาคม 2560

กริช อึ๊งวิฑูรสถิตย์หลังจากที่ได้เขียนเรื่องเศรษฐศาสตร์ของชาวเมียนมาไป ก็มีคำถามเข้ามามากมาย เพราะคนไทยทั่วไปจะไม่ค่อยได้รับรู้เรื่องที่คนเมียนมาคิดมากนัก แต่ขอออกตัวก่อนนะครับว่า นี่อาจเป็นการมองจากด้านเดียวคือผมมองเขา ซึ่งอาจจะผิดหรือถูกก็ได้ครับ

กริช อึ๊งวิฑูรสถิตย์

หลังจากที่ได้เขียนเรื่องเศรษฐศาสตร์ของชาวเมียนมาไป ก็มีคำถามเข้ามามากมาย เพราะคนไทยทั่วไปจะไม่ค่อยได้รับรู้เรื่องที่คนเมียนมาคิดมากนัก แต่ขอออกตัวก่อนนะครับว่า นี่อาจเป็นการมองจากด้านเดียวคือผมมองเขา ซึ่งอาจจะผิดหรือถูกก็ได้ครับ

ในช่วงที่เมียนมาได้ถูกประเทศตะวันตกบอยคอต การอยู่รอดของ เมียนมาต้องใช้วิธีการดิ้นรนช่วยตัวเองช่วงนั้นสินค้าอุปโภคบริโภคเกือบทุกชนิดไม่มีการผลิตในเมียนมา ได้แต่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านตามชายแดน

เมียนมาผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างทุลักทุเล สินค้าช่วงนั้นมีอะไรก็ขายได้หมด เพราะขาดตลาดทุกอย่าง ช่วงนั้นผมเอาอะไรเข้าไปขาย เกือบทุกชนิด ขายไม่ยากเหมือนปัจจุบันนี้ ยุคนั้นมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเคยเสนอให้ผมนำยาสามัญประจำบ้านเข้ามาขาย เพราะผมไปเจรจาขอให้ท่านช่วยคืนภาษีสินค้าของท่านให้ผม แต่ท่านไม่สามารถทำได้ เพราะติดสัญญากับบริษัทเจ้าของสินค้าที่ญี่ปุ่น ที่เขาให้ท่านเป็นตัวแทนเฉพาะที่ประเทศไทย ส่งออกไม่ได้ ท่านเลยขอให้ผมขายยาของบริษัทท่านหลายตัว ใจหนึ่งผมก็อยากจะขาย อีกใจหนึ่งก็ไม่กล้าขาย เพราะผมไม่มีความรู้ด้านเภสัชกรรม กลัวคนทานแล้วเป็นอะไรไปมันบาป

ยุคนั้นอัตราแลกเปลี่ยนในตลาดมืดช่วงที่ผมเริ่มทำการตลาด อยู่ที่ 125 จ๊าดต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ (ปัจจุบันนี้ 1.35 หมื่นจ๊าด) ในขณะที่อัตราทางการ 6.5 จ๊าดต่อ 1 ดอลลาร์ ดังนั้นแม้จะต้องการส่งเงินกลับโดยตรง ก็ไม่สามารถทำได้ จึงต้องส่งทางโพยก๊วน ที่ตลาดแม่สาย แม่สอด จะใช้อัตราแลกเปลี่ยนจาก 100 จ๊าดเป็น/บาท ในขณะที่ระนองจะใช้อัตราจาก 1 บาทเป็น/จ๊าด อัตราแลกเปลี่ยนทั้งสองที่จะมีการเหลื่อมล้ำกันอยู่นิดๆ แล้วแต่ช่วงไหนที่ไหนต้องการเงินมากกว่ากัน เพราะฉะนั้นเวลาเช็กอัตราแลกเปลี่ยนต้องระมัดระวังกันน่าดู

ในยุคนั้นมีอีกเรื่องน่าตลกมาก คือ ธนบัตรเมียนมาจะมีใบละ 15, 45, 90, 200 จ๊าด ที่มีมูลค่าเยอะสุด คือ 500 จ๊าด เพิ่งจะมีออกมาใช้ในยุคปี 1995 ประมาณนี้ครับ ผมก็เลยถามผู้รู้ว่าทำไมถึงมีธนบัตรที่น่าปวดหัวมาก เวลานับทีแทบจะนับไม่เป็นเลย เขาบอกว่าทางการเกรงว่าถ้าเงินนับง่ายๆ เงินก็จะหมุนรอบเยอะ การใช้เงินจะคล่องขึ้น ทำให้เงินเฟ้อมากขึ้น

ผมเรียนเศรษฐศาสตร์ปริญญาตรี โท มาก็เรียนมาเยอะ ยังไม่เคยเห็นตำราไหนเขียนไว้เลยครับ แต่ก็โชคดีที่คนรุ่นหลังธนบัตรใบละ 15, 45, 900 จ๊าด ได้ถูกยกเลิกไปครับ ถ้าขืนยังใช้อยู่ ผมคงจะต้องเห็นคนแบกเครื่องนับเงินกับเครื่องคิดเลขติดตัวแทนโทรศัพพ์มือถือแน่ๆ ครับ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ