
ตัวช่วยที่จำเป็นกับเอสเอ็มอี
ยุคนี้เป็นโอกาสทองของคนอยากทำธุรกิจเอสเอ็มอีจริงๆ นอกจากรัฐบาลจะช่วยอุ้มสุดๆ ตั้งแต่เริ่มตั้งไข่นับหนึ่งในการเริ่มต้นพร้อมกับปูพรมแดงให้เดินด้วยมาตรการสนับสนุนเพียบ ทั้งเรื่องจดทะเบียน ภาษี ระบบไอที จนถึงเรื่องเงินทุนดอกเบี้ยถูกแสนถูกอีกด้วย ยังมีภาคเอกชนเปิดบริการใหม่ๆ ช่วยสนับสนุนอำนวยความสะดวกในด้านบริการให้ทั้งฝั่งผู้ประกอบการและผู้บริโภคแบบครบวงจร ทั้งเรื่องแอพพลิเคชั่นสารพัดชนิด งานโลจิสติกส์ งานระบบหลังบ้าน และอื่นๆ อีกมากมาย
ยุคนี้เป็นโอกาสทองของคนอยากทำธุรกิจเอสเอ็มอีจริงๆ นอกจากรัฐบาลจะช่วยอุ้มสุดๆ ตั้งแต่เริ่มตั้งไข่นับหนึ่งในการเริ่มต้นพร้อมกับปูพรมแดงให้เดินด้วยมาตรการสนับสนุนเพียบ ทั้งเรื่องจดทะเบียน ภาษี ระบบไอที จนถึงเรื่องเงินทุนดอกเบี้ยถูกแสนถูกอีกด้วย ยังมีภาคเอกชนเปิดบริการใหม่ๆ ช่วยสนับสนุนอำนวยความสะดวกในด้านบริการให้ทั้งฝั่งผู้ประกอบการและผู้บริโภคแบบครบวงจร ทั้งเรื่องแอพพลิเคชั่นสารพัดชนิด งานโลจิสติกส์ งานระบบหลังบ้าน และอื่นๆ อีกมากมาย
เป็นยุคที่ไม่ต้องมีหน้าร้านก็ทำธุรกิจได้ เป็นยุคที่ไม่ต้องมีสินค้าเป็นของตัวเองก็รวยได้ เป็นยุคที่ไม่ต้องมีเงินทุนก็เริ่มต้นทำเปิดกิจการได้ ไม่มีออฟฟิศ ไม่มีคนงาน ไม่มีเอกสารสักแผ่นก็เป็นเถ้าแก่ได้ นี่จึงเรียกว่าเป็นโอกาสทองของเอสเอ็มอีเกิดใหม่ โดยเฉพาะเป็นยุคที่คนรุ่นใหม่ไม่สนใจจะสมัครงานเป็นลูกจ้างรับประทานเงินเดือน ทุกคนมีความคิดเหมือนกันคือหันไปทำธุรกิจเล็กๆ ของตัวเองแบบอิสระดีกว่า แม้เรียนจบเมืองนอกเมืองนาฐานะดีก็มีเป้าหมายเดียวกัน
ระบบงานบริการจัดส่งสินค้าแบบครบวงจรที่เอกชนรายใหญ่ทำอยู่ทั้ง LALAMOVE และ LINEMAN เป็นตัวช่วยที่ดีที่จะทำให้เกิดเอสเอ็มอีรายเล็กจำนวนมาก ยิ่งพฤติกรรมผู้บริโภคต้องการสะดวกสบาย สั่งสินค้า แบบดิลิเวอรี่ถึงหน้าบ้านมากขึ้น ก็ยิ่งเป็นโอกาสที่เอสเอ็มอีหน้าใหม่จะใช้ช่องทางนี้ทำธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการลงทุนทำร้านซึ่งต้องใช้เงินทุนจำนวนมากและยังไม่แน่ใจว่า จะเป็นทำเลที่เหมาะสมหรือไม่ สามารถเริ่มต้นโดยใช้บ้านทำธุรกิจก็ได้ ทำเลจะอยู่ในหมู่บ้านหรือในซอยลึกก็ทำได้ โอกาสได้ลูกค้าก็กว้างขวางมากกว่า ใกล้ไกลสามารถสั่งซื้อได้ทั่วถึง
อัตราค่าบริการอาจจะสูงบ้าง เพราะคิดค่าบริการราคาเริ่มต้นที่ 55 บาท และบวกเพิ่มอีกกิโลเมตรละ 7 บาท ระยะทางของลูกค้าจึงกลายเป็น ต้นทุนแปรผันที่สำคัญซึ่งจำเป็นต้องคำนวณต้นทุนให้ดีเพื่อดีไซน์เป็น แพ็กเกจบริการแก่ลูกค้าได้เลือกใช้ (ขณะนี้มีเครือข่ายมอเตอร์ไซค์ในระบบกว่า 2 หมื่นคัน กระบวนการบริการชัดเจนตรงเวลามีประสิทธิภาพ คนส่งสินค้ามีมารยาทที่รับได้ มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับสินค้าถูกต้องครบถ้วนและพอใจ)
หัวใจของธุรกิจยุคใหม่คือระบบโลจิสติกส์ แพ้ชนะก็อยู่ที่ทำให้สินค้าถึงมือลูกค้าด้วยความพึงพอใจ ภาคเอกชนมองเห็นและใช้ความชาญฉลาดทำธุรกิจนี้จนร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐี ด้วยวิสัยทัศน์แค่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการและพฤติกรรมผู้บริโภคได้แบบโดนๆ เท่านั้น
น่าแปลกใจ...ทำไมภาครัฐมองไม่เห็นหรือมองไม่ออกว่า โจทย์ใหญ่เอสเอ็มอีไทยคืออะไร ทำไมจึงมุ่งช่วยเป็นด้านๆ มุ่งเน้นแต่ด้านการเงินเป็นหลัก ออกโครงการสินเชื่อซ้ำๆ กู้แล้วกู้อีก เหมือนอยากให้คนรุ่นใหม่เป็นหนี้ตั้งแต่เริ่มตั้งไข่ทำธุรกิจ น่าจะหันมาช่วยสนับสนุนด้านโลจิสติกส์เป็นเรื่องเป็นราวบ้าง
ขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันระดมสมองเติมเต็มส่วนที่ จำเป็นจริงๆ ให้กับเอสเอ็มอีไทยอีกสักรอบเถอะครับ!







