posttoday
33ชุมชนมาบตาพุดขู่จัดม็อบชนม็อบ

33ชุมชนมาบตาพุดขู่จัดม็อบชนม็อบ

23 กันยายน 2553

กลุ่มชุมชน 33 ชุนชนมาบตาพุดค้านกลุ่มต่อต้านประกาศ 11 กิจการรุนแรง เตรียมยื่นหนังสือต่อผู้ว่าฯจ.ระยอง ช่วยดูแลม็อบอย่าปิดถนน ขู่ปิดถนนจะจัดม็อบชนม็อบแน่นอน

กลุ่มชุมชน 33 ชุนชนมาบตาพุดค้านกลุ่มต่อต้านประกาศ 11 กิจการรุนแรง เตรียมยื่นหนังสือต่อผู้ว่าฯจ.ระยอง ช่วยดูแลม็อบอย่าปิดถนน ขู่ปิดถนนจะจัดม็อบชนม็อบแน่นอน

นายอิทธิพล แจ่มแจ้ง ประธานมูลนิธิคุณภาพสิ่งแวดล้อม มาบตาพุด กล่าวว่า ในวันที่ 29 ก.ย. 2553 เครือข่ายชุมชน 33 ชุมชนในมาบตาพุด จะเข้ายื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เพื่อให้ดูแลการเคลื่อนไหวของกลุ่มที่ต้องการจะคัดค้านการประกาศ 11 กิจการ ในบริเวณพื้นที่มาบตาพุด เนื่องจากหากมีการปิดถนนตามที่บอกจริงๆ จะชุมชนในพื้นที่จะออกมาคัดค้าน เป็นม็อบชนม็อบอย่างแน่อน เพราะสร้างความเดือดร้อนแก่ชุมชนในพื้นที่อย่างมาก จึงต้องการให้มีการดูแลอย่างใกล้ชิด จะชุมนุมก็ให้อยู่ในบริเวณใดบริเวณหนึ่งเท่านั้น

"การไม่เห็นด้วยใน 11 หรือ 18 กิจการรุนแรง มองว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับพื้นที่มาบตาพุดแต่อย่างใด เพราะกิจการที่โดนตัดอกส่วนใหญ่เป็นกิจการเหมืองแร่ เขื่อน ซึ่งการจะคัดค้าน กดดันรัฐบาลก็ควรไปใช้พื้นที่อื่น หรือไปเรียกร้องที่ทำเนียบรัฐบาล ไม่ใช่มาใช้พื้นที่มาบตาพุด” นายอิทธิพล กล่าว

นายสุทธิ อัฌชาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก กล่าวว่า การที่กลุ่มประธานชุมชน กลุ่มผู้นำชุมชนในเทศบาลมาบตาพุด กลุ่มระยองสมานฉันท์ กลุ่มแรงงานที่ใช้ชีวิตในจังหวัดระยอง และกลุ่มผู้รับเหมา จะออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านการชุมนุมของภาคประชาชน ได้รับข้อมูลมาว่ามีการสนับสนุนอาหารจากกลุ่มอุตสาหกรรมบางกลุ่ม รวมถึงสนับสนุนด้านงบประมาณให้กลุ่มคนมาคัดค้านการชุมนุม และมีการออกแบบให้เกิดการปะทะกัน ระหว่างภาคประชาชนกับกลุ่มผู้คัดค้านการชุมนุมของภาคประชาชน ซึ่งจะถือเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะจะเป็นการทำลายกระบวนการภาคประชาชน 

“เป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่ง ถ้าการชุมนุมที่บริสุทธิ์ใจและมีวัตถุประสงค์ที่ดีกลับจะถูกทำให้อีกกลุ่มหนึ่งมาทำให้เป็นเจตนาร้าย และท้ายสุดจะต้องมาปะทะกันอย่างไม่ตั้งใจ” นายสุทธิ กล่าว

ทั้งนี้ นายสุทธิได้ให้ความชัดเจนต่อการชุมนุมในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ว่าจะเป็นการชุมนุมโดยสงบ เจตนารมณ์คือการผลักดันให้เข้าสู่การได้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 วรรคสอง ซึ่งช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ให้กับประชาชน ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นที่เร็วขึ้นได้  และเพื่อให้เกิดการพัฒนา การลงทุนที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อมและประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ได้มีเจตนาในการขวางการลงทุน หรือขวางการก่อสร้างใดๆ ทั้งสิ้น

รวมทั้งจะเป็นการส่งเสริมให้การลงทุนมีประสิทธิภาพ น่าเชื่อถือ ก่อให้เกิดการจัดการปัญหาผลกระทบอุตสาหกรรมให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างเด่นชัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผังเมือง การวางแนวป้องกัน การจัดทำแผนลดและขจัดมลพิษ การเสริมสร้างความสามารถประชาชนในการดูแลและเฝ้าระวังติดตามปัญหามลพิษ รวมถึงการดูแลคนเจ็บป่วยในพื้นที่อย่างเป็นระบบ

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน