
เรือกาแฟในคลองกรุงเทพ? (2)
เรื่อง เอกศาสตร์ สรรพช่างตอนที่แล้วเราเล่าบรรยากาศของการค้าขายกาแฟบนเรือช่วง 40 ปีที่แล้วของกรุงเทพฯ แม้การคมนาคมทางถนนจะได้รับความนิยมขึ้น แต่ย่านชุมชนริมน้ำฝั่งธนบุรี "เรือกาแฟ" ยังคงเป็นส่วนสำคัญของวิถีชีวิตของคนย่านนั้น นอกเหนือจากบรรยากาศที่คุณยุวดี ศิริ บรรยายไว้อย่างเห็นภาพในหนังสือ "ถนนเส้นก๋วยเตี๋ยว" ยังทำให้เราเห็นความเชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพากันของคนในย่านนั้น และเส้นทางสัญจรทางนี้ที่บ่งบอกถึงความนิยมชมชอบของผู้บริโภคกาแฟ
เรื่อง เอกศาสตร์ สรรพช่าง
ตอนที่แล้วเราเล่าบรรยากาศของการค้าขายกาแฟบนเรือช่วง 40 ปีที่แล้วของกรุงเทพฯ แม้การคมนาคมทางถนนจะได้รับความนิยมขึ้น แต่ย่านชุมชนริมน้ำฝั่งธนบุรี "เรือกาแฟ" ยังคงเป็นส่วนสำคัญของวิถีชีวิตของคนย่านนั้น นอกเหนือจากบรรยากาศที่คุณยุวดี ศิริ บรรยายไว้อย่างเห็นภาพในหนังสือ "ถนนเส้นก๋วยเตี๋ยว" ยังทำให้เราเห็นความเชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพากันของคนในย่านนั้น และเส้นทางสัญจรทางนี้ที่บ่งบอกถึงความนิยมชมชอบของผู้บริโภคกาแฟ
มีอีกตอนหนึ่งในหนังสือถนนเส้นก๋วยเตี๋ยว ที่บรรยายถึงความเชื่อมโยงของระบบเศรษฐกิจในชุมชนไว้อย่างเห็นภาพ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ของโรงน้ำแข็งที่มีต่อเรือกาแฟ "เครื่องดื่มที่ขายในเรือกาแฟมีทั้งที่เป็นเครื่องดื่มร้อนและเครื่องดื่มเย็น หากเป็นเครื่องดื่มเย็นในสมัยก่อน เรือส่งน้ำแข็งจะมาส่งน้ำแข็งเป็นก้อนตามแต่ปริมาณที่จะสั่ง เวลาจะใช้คนขายกาแฟจะเอาน้ำแข็งที่กลบไว้ด้วยแกลบเพื่อรักษาความเย็นลงไปล้างน้ำในลำคลอง เพื่อเอาแกลบออกแล้วใส่ในถุงแป้ง ใช้ไม้ทุบให้มีขนาดเล็กลง" แต่ปัจจุบันเรือน้ำแข็งที่ยังค้าขายอยู่ คงไม่มีใครทำแบบนั้นแล้ว พ่อค้าเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นซื้อน้ำแข็งที่บดมาเรียบร้อยแล้ว หรือซื้อน้ำแข็งหลอดมาใช้ เพราะน้ำในคลองไม่สะอาดเหมือนในอดีต ไม่มีใครกล้าเอาน้ำแข็งลงไปล้าง
คนริมคลองก็เหมือนคนอยู่ริมถนนนะครับ พวกเขาไม่ได้กินกาแฟกันเฉพาะในตอนเช้าเท่านั้น แต่ก็ยังกินกาแฟกันตอนบ่ายด้วย ฉะนั้นก็เป็นหน้าที่ของเรือกาแฟที่ต้องเข้ามาขายสองรอบ คือรอบเช้าและรอบบ่าย แต่ก็มีการจัดการเส้นทางและการ "แบ่งกันขาย" อยู่ในที
"เรือกาแฟนั้นจะมาขายกันสองรอบ คือรอบเช้าและรอบบ่าย ส่วนใหญ่แล้วเรือกาแฟรอบเช้าจะเป็นเรือกาแฟที่จอดประจำตามท่าน้ำแต่ละบ้าน มีท่าน้ำและมีเวลาจอดที่แน่นอน ท่าน้ำไหนเป็นของเรือกาแฟลำใด คนขายกาแฟก็จะรู้กันเองโดยอัตโนมัติ ไม่ได้มีข้อตกลงทั้งลูกค้าและพ่อค้า แต่เป็นมารยาทที่ต่างจะเคารพกัน พอถึงช่วงเวลา เรือกาแฟก็จะมาจอด ลูกค้าก็จะหิ้วกระติกลงมาซื้อกาแฟหนึ่งกระติก บางบ้านสามารถเก็บไว้กินได้จนถึงช่วงบ่ายก็มี แต่หากไม่พอ ก็สามารถหาซื้อได้จากเรือรอบบ่ายอีกที
ส่วนเรือกาแฟในรอบบ่าย จะแตกต่างจากเรือกาแฟในรอบเช้า เพราะคนขายกาแฟจะแล่นเรือมาเรื่อยๆ จะจอดขายตามที่ลูกค้าเรียกซื้อ แต่เรือเหล่านี้ก็จะมีอาณาเขตของตนด้วยเช่นกัน ไม่มีการล้ำเข้าไปในคลองสายอื่นที่เรือกาแฟเจ้าอื่นขายอยู่ คลองเส้นไหนยาวหน่อย ก็จะมีเรือกาแฟขายอยู่สองสามลำ แต่ละลำจะรู้อาณาเขตของตนเอง เหล่านี้เป็นมารยาทที่คนขายของในเรือต่างเคารพซึ่งกันและกัน ไม่เฉพาะแต่เรือขายกาแฟเท่านั้น แต่ทั้งเรือขายก๋วยเตี๋ยว เรือขายกับข้าว หรือเรือน้ำแข็งไส ที่มีคนค้าขายของสิ่งเดียวกันเป็นจำนวนมากต่างมีกฎกติกานี้เช่นกัน"
บันทึกของคุณยุวดี อาจดูเป็นเหมือนเรื่องเล่าจากความทรงจำของคนที่มีชีวิตอยู่ริมคลอง แต่ก็ฉายภาพให้เห็นเศรษฐศาสตร์ริมคลองและการต่อรองกันของคนในชุมชน น่าเสียดายมากที่ไม่มีใครทำวิจัยหรือเก็บบันทึกเรื่องราวของคนขายกาแฟริมคลองแบบนี้เป็นเรื่องเป็นราวให้เราได้ศึกษากันต่อ จริงๆ อ่านแล้วก็อยากรู้เหมือนกันครับว่าเมื่อสักสี่ซ้าห้าสิบปีก่อน เรามีเรือกาแฟที่ขายกาแฟอยู่ในคลองย่านฝั่งธนฯ กี่ลำกันหนอ แล้วเรือกาแฟแบบนี้มีในชุมชนริมคลองย่านอื่นๆ อีกไหม เช่นในคลองรังสิต หรือคลองอยุธยา
ใครมีเงิน อยากรู้เหมือนผม บอกมาได้นะครับ อยากทำ :-)







