
ปั้นแฟรนไชส์สุกี้ฯนัมเบอร์วันบุกCLMV
เอ็มบีเค กรุ๊ป ปั้นแฟรนไชส์ร้านอาหารแบรนด์สุกี้ยากี้ นัมเบอร์วัน เจาะตลาดเพื่อนบ้าน รับวัฒนธรรมการบริโภคขยายโตพุ่ง
เอ็มบีเค กรุ๊ป ปั้นแฟรนไชส์ร้านอาหารแบรนด์สุกี้ยากี้ นัมเบอร์วัน เจาะตลาดเพื่อนบ้าน รับวัฒนธรรมการบริโภคขยายโตพุ่ง
นายสมเกียรติ มรรคยาธร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกร นารี ในกลุ่มบริษัท เอ็มบีเค ผู้ดำเนินธุรกิจศูนย์การค้า อสังหาริมทรัพย์ และร้านอาหาร เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างพัฒนารูปแบบธุรกิจแฟรนไชส์ร้านอาหารภายใต้แบรนด์สุกี้ยากี้ นัมเบอร์วัน เพื่อขยายตลาดใหม่ในต่างประเทศ โดย เบื้องต้นจะนำธุรกิจดังกล่าวเข้าไปยังประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี)
ทั้งนี้ บริษัทคาดในปีหน้าจะนำธุรกิจแฟรนไชส์ร้านสุกี้ยากี้ นัมเบอร์วันทำตลาดในเวียดนามและเมียนมาก่อน ด้วยมองเห็นแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ จากอัตราการบริโภคขยายตัวสูงต่อเนื่อง และมีวัฒนธรรมการบริโภคอาหารที่คล้ายคลึงกับไทย โดยจะทำตลาดผ่านพันธมิตรธุรกิจท้องถิ่นในรูปแบบมาสเตอร์แฟรนไชส์
สำหรับแนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การทำธุรกิจบริษัทในการเปลี่ยนถ่าย (ทรานส์ฟอร์ม) จากผู้ทำตลาดและจัดจำหน่ายข้าวถุงมาบุญครองไปสู่ธุรกิจร้านอาหาร ศูนย์อาหาร ฯลฯ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจซึ่งได้ดำเนินการมาก่อนหน้าระยะหนึ่งแล้ว และได้ผลตอบรับเชิงรายได้จากธุรกิจร้านอาหารแบรนด์ต่างๆ ได้ในระดับที่น่าพอใจ โดยเฉพาะแบรนด์สุกี้ยากี้ นัมเบอร์วัน
ขณะที่แบรนด์ร้านสุกี้ยากี้ นัมเบอร์วัน ปัจจุบันจับกลุ่มเป้าหมายเจเนอเรชั่นเอ็กซ์และเบบี้บูมเมอร์ ซึ่งร้านดังกล่าวนอกจากพัฒนาธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์เพื่อขยายตลาดเพื่อนบ้านแล้ว การทำตลาดในประเทศยังจะมุ่งขยายฐานกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ หรือกลุ่มเจนวายเพิ่มขึ้น โดยปีนี้ร้านมีสาขาให้บริการทั้งสิ้น 4 แห่ง คือ เดอะไนน์ พระราม 9 อาคาร กลาสเฮ้าส์ รัชดา เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ และตลาดเอ.ซี.สายไหม
นอกจากนี้ ในส่วนของธุรกิจศูนย์อาหาร คือ เอ็ม บี เค ฟู้ด ไอแลนด์ และเดอะ ฟิฟธ์ ฟู้ด อเวนิว ซึ่งเปิดให้บริการในศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ที่ปัจจุบันปรับรูปแบบให้เข้ากับการใช้ชีวิต (ไลฟ์สไตล์) ของผู้บริโภคคนรุ่นใหม่มากขึ้น พร้อมดึงดูดร้านอาหารที่มีชื่อเสียงจากภายนอกเข้ามาเปิดให้บริการภายในศูนย์มากขึ้นด้วย โดยในปีนี้บริษัทวางเป้าหมายการเติบโตธุรกิจร้านอาหารอยู่ที่ 20% จากปีก่อน หรือมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท ในปี 2560







