
ขุมทรัพย์ในอากาศ (2)
พสุ ศรีหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและวิชาการกระจายเสียงและโทรทัศน์ สำนักงาน กสทช.ตอนที่แล้วได้เล่าถึงคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่มีหน้าที่ในการบริหารคลื่นความถี่ เพียงเพราะคุณสมบัติข้อหนึ่งที่สำคัญของคลื่นความถี่ คือ คลื่นความถี่เดียวกันไม่สามารถใช้พร้อมกันในสถานที่และเวลาเดียวกันได้ เพราะจะเกิดการรบกวนกัน จึงทำให้ต้องมี กสทช.ขึ้นมาบริหารจัดการ และโดยตัวคลื่นความถี่เองก็ไม่มีมูลค่าอะไรเลย มูลค่าของคลื่นความถี่เกิดจากการใช้งาน ซึ่งโดยกฎหมายแล้ว กสทช.คือหน่วยงานที่มีอำนาจในการกำหนด
พสุ ศรีหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและวิชาการกระจายเสียงและโทรทัศน์ สำนักงาน กสทช.
ตอนที่แล้วได้เล่าถึงคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่มีหน้าที่ในการบริหารคลื่นความถี่ เพียงเพราะคุณสมบัติข้อหนึ่งที่สำคัญของคลื่นความถี่ คือ คลื่นความถี่เดียวกันไม่สามารถใช้พร้อมกันในสถานที่และเวลาเดียวกันได้ เพราะจะเกิดการรบกวนกัน จึงทำให้ต้องมี กสทช.ขึ้นมาบริหารจัดการ และโดยตัวคลื่นความถี่เองก็ไม่มีมูลค่าอะไรเลย มูลค่าของคลื่นความถี่เกิดจากการใช้งาน ซึ่งโดยกฎหมายแล้ว กสทช.คือหน่วยงานที่มีอำนาจในการกำหนด
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 60 กำหนดว่าคลื่นความถี่เป็นสมบัติของชาติ และให้มีองค์กรหนึ่งซึ่งคือ กสทช.รับผิดชอบและกำกับการดำเนินการเกี่ยวกับคลื่นความถี่ให้มีการใช้ประโยชน์ที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์สาธารณะ
กสทช.จึงเป็นหน่วยงานตามกฎหมายที่มีหน้าที่ในการกำหนดว่าเงื่อนไขการใช้สมบัติของชาติว่าคลื่นความถี่ใดควรให้บริการอะไร ควรจะใช้ที่ไหน ใช้เมื่อไร ใช้อย่างไร และที่สำคัญคือจะให้ใครใช้ การกำหนดเงื่อนไขที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เองที่เป็นปัจจัยที่สร้างมูลค่าให้กับคลื่นความถี่
ศักยภาพของคลื่นความถี่ที่สามารถสร้างประโยชน์ทางธุรกิจได้มหาศาล แต่ด้วยข้อจำกัดของคลื่นความถี่ที่เมื่อผู้ใดใช้แล้วผู้อื่นก็จะไม่สามารถใช้ร่วมได้ หรือหากจะใช้ร่วมก็จะทำให้ประสิทธิภาพการใช้งานของคลื่นความถี่นั้นลดทอน ไม่ว่าจะเชิงเทคนิค หรือเชิงเศรษฐศาสตร์ คลื่นความถี่จึงเปรียบเสมือนทรัพยากรที่มีจำกัด
รัฐธรรมนูญกำหนดให้คลื่นความถี่เป็นสมบัติของชาติ หรือหมายความว่าทุกคนในประเทศไทยร่วมกันเป็นเจ้าของ ดังนั้นผลประโยชน์ที่เกิดจากสมบัติของชาติก็ควรจะเป็นผลประโยชน์ที่ตกแก่คนไทยทั้งหมด กสทช.ก็คือหน่วยงานกลางที่ต้องหาทางให้คลื่นความถี่สร้างประโยชน์แก่คนไทยทุกคน
การคัดสรรผู้ที่เข้ามาใช้สมบัติของชาติคลื่นความถี่ที่เป็นทรัพยากรที่มีจำกัดจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ เมื่อเป็นสมบัติของชาติแปลว่าผู้ที่มาใช้จะต้องใช้เพื่อประโยชน์ของทุกคนในชาติ และเมื่อเป็นทรัพยากรที่มีจำกัดแปลว่าผู้ที่มาใช้จะต้องเป็นผู้สร้างใช้ทรัพยากรที่จำกัดดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดังนั้นหลักการที่ กสทช.จะคัดสรรผู้ที่มาใช้คลื่นความถี่จึงอยู่บนหลักที่จะต้องให้กับผู้ที่สามารถให้ผลตอบแทนที่เป็นเงินให้กับรัฐสูงสุด เพราะเงินที่เข้ารัฐจะถูกนำไปใช้กับประชาชนทุกคนที่เป็นเจ้าของสมบัติของชาติ และเงินยังสะท้อนให้เห็นว่าทรัพยากรที่จำกัดจะสามารถสร้างประโยชน์ได้มากขนาดไหน เงินจึงเป็นสื่อกลางที่พิสูจน์ให้เห็นได้ชัดที่สุดถึงมูลค่าของคลื่นความถี่นั้น
ดังนั้น มูลค่าของคลื่นความถี่ที่แท้จริงจึงขึ้นอยู่กับการกำหนดเงื่อนไขการ ใช้งานคลื่นความถี่จาก กสทช. และศักยภาพของผู้ที่เสนอตัวเข้ามาใช้คลื่นความถี่ ปัจจัยทั้งคู่ต่างเป็นองค์ประกอบซึ่งกันและกันที่จะทำให้คลื่นความถี่ที่เป็นสมบัติของชาติถูกนำไปใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด คลื่นความถี่จึงไม่เหมือนทรัพยากรอื่นๆ คลื่นความถี่ที่มูลค่าขึ้นอยู่กับความมีอยู่ของตัวมันเอง แต่มูลค่าของคลื่นความถี่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและการถูกนำไปใช้งานจริง หากไม่มีการใช้งานคลื่นความถี่ก็เป็นเพียงอากาศ ไม่ใช่ขุมทรัพย์ได้แต่อย่างใด n







