posttoday
กฎหมายอุทยานใหม่ (คนกับป่า)

กฎหมายอุทยานใหม่ (คนกับป่า)

22 สิงหาคม 2560

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์อดีต รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาต่อจากตอนที่แล้ว ที่ผมเล่าเรื่องไปเยือนชาวไทยภูเขามูเซอดำ (ล่าหู่)ที่กลางอุทยานแห่งชาติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่แม่สอด จ.ตาก

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์อดีต รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา

ต่อจากตอนที่แล้ว ที่ผมเล่าเรื่องไปเยือนชาวไทยภูเขามูเซอดำ (ล่าหู่)ที่กลางอุทยานแห่งชาติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่แม่สอด จ.ตาก

ผมกลับถึงกรุงเทพฯ ได้รับเชิญไปประชุมในฐานะอนุกรรมการของ ป.ย.ป. (ย่อมาจากคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง) ปล.ขอกราบคารวะชื่อคณะกรรมการนี้ จริงๆ ว่า ยาวจนต้องหยุดหายใจหลายหน

จึงมีโอกาสตามความคืบหน้าของแนวคิดการสร้างประมวลกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินและป่าไม้...ยุคปฏิรูปได้ความล่าสุดว่า

1.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม เห็นด้วยกับการสร้างประมวลกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้ เพื่อให้เกิดความชัดเจน ลดข้อพิพาทระหว่างชาวบ้านกับรัฐที่ไม่จำเป็น

2.กฎหมายป่าไม้นั้น ผูกติดกับปัญหาการรังวัด ออกโฉนดตามกฎหมายที่ดินโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องพ่วงเอาระบบของประมวลกฎหมายที่ดินมาร่วมวงเสวนา เพื่อสังคายนาด้วยพร้อมๆ กัน

3.กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แม้เห็นพ้องเรื่องสร้างประมวลกฎหมายป่าไม้ แต่ขอรักษาเป้าหมายของการมีอุทยานแห่งชาติเอาไว้ กรมจึงได้ยกร่างกฎหมายอุทยานฉบับแก้ไขใหม่มาให้รัฐบาลดูโดย

3.1 เพิ่มบทบัญญัติว่าด้วยการบริหารจัดการพื้นที่ร่วมเป็นครั้งแรก (ซึ่งไม่เคยมีใน พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติฉบับเดิมๆ มาก่อน)

3.2 เพิ่มบทบัญญัติที่ให้ชุมชนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติบางอย่าง มีความยืดหยุ่นในการให้ใช้ประโยชน์อย่างแตกต่างกันในพื้นที่ที่แตกต่างกันไปได้ ไม่ใช่มีมาตรฐานเดียว เบอร์เดียวเหมือนกันหมด

3.3 เพิ่มบทบัญญัติที่ยอมรับเรื่องพื้นที่ทำกินครอบครัวละจำนวนหนึ่ง ซึ่งยังต้องไปว่ากันในชั้นกฤษฎีกาและในรัฐสภาต่อไป

3.4 การอนุญาตให้ชุมชนดั้งเดิมใช้พื้นที่ให้มีระยะเวลาการอนุญาตใช้ได้นานเพียงพอ และอาจต่อการอนุญาตได้เมื่อชุมชนสามารถเพิ่มไม้ยืนต้น เพิ่มความสมบูรณ์ของป่าไม้ได้ ในระยะยาวๆ โดยตั้งใจจะให้ยกเลิก พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 2504 และ พ.ร.บ.แก้ไขกฎหมายอุทยานแห่งชาติ 2532 ไปด้วยเลย แล้วเริ่มศักราชใหม่ของกฎหมายอุทยาน แห่งชาติในยุคปฏิรูปนี้

เวลานี้ กรมอุทยานฯ ได้เสนอร่างข้างต้นผ่าน ครม.รับหลักการไปแล้ว ตอนนี้อยู่ในชั้นกฤษฎีกา ถ้าเสร็จแล้วให้ไปเข้าวิปส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ต่อไป

รถด่วนพิเศษ จึงออกเดินทางก่อนร่างประมวลกฎหมายป่าไม้แล้ว...ระฆังดัง...ออกจากสถานีไปแล้ว

ส่วนร่างประมวลกฎหมายที่ดินและป่าไม้ใหม่นั้น คงต้องรอประกอบข้างต้น ประกอบเกียร์กันอีกพัก จึงจะได้เห็นว่าหน้าตาเป็นยังไง

ด้วยฤทธิ์ของมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ 2560 กฎหมายเหล่านี้ต้องทำการรับฟังความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องและวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ รวมทั้งต้องเปิดเผย ผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์นั้นต่อประชาชน และจะต้องนำความคิดเห็นนั้นมาประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายทุกขั้นตอน...อยู่นั่นเอง

จึงขอแจ้งให้ท่านผู้สนใจขยับมาอยู่แถวหน้าๆ เตรียมใจเตรียมตัวเมื่อหัวรถจักรเริ่มลากขบวนออกจากโรงซ่อมมาอวดโฉมนะครับ

ระหว่างนี้ผมขอหยิบเอาร่างนิยามของคำต่างๆ ในร่าง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ... มาให้คนเมืองอ่านทำความเข้าใจเสียหน่อยว่า ศัพท์ของกฎหมายอุทยานนั้น มีความหมายเฉพาะของมันที่กว้างกว่าวิชาภาษาไทยที่เราคุ้นเคยพอควรนะครับ เช่น

"เขตสงวนสภาพธรรมชาติ" หมายความว่า บริเวณที่ดินในอุทยานแห่งชาติที่อนุรักษ์ไว้คงสภาพเดิมเพื่อเป็นแหล่งต้นน้ำ แหล่งคุ้มครองรักษาสภาพธรรมชาติ และระบบนิเวศป่าไม้ เป็นแหล่งวิจัยทางวิชาการและการศึกษาธรรมชาติ"...แปลว่า พื้นที่แบบนี้ เราท่านเข้าไม่ได้เด็ดขาด ถ้าเข้าไปต้องมีเจ้าหน้าที่อุทยานประกบควบคุมดูแลใกล้ชิดตลอด กิจกรรมในเขตหวงห้ามนี้ต้องเป็นไปตามกติกาของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ

"เขตการศึกษาธรรมชาติ" หมายความว่า บริเวณที่ดินในอุทยานแห่งชาติที่จัดไว้ให้เป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ แหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจและเป็นพื้นที่บริการ เพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการท่องเที่ยวหรือพักแรมแก่ประชาชนทั่วไป" ...นี่คือ พื้นที่อุทยานที่พวกเราคุ้นเคยกันครับ กิจกรรมในเขตนี้ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกรมอุทยานฯ จะกำหนด

ทีนี้มาดูอีกชุดคำนิยาม...

"ไม้" หมายความว่า ไม้ทุกชนิด ทั้งที่เป็นต้น กอ เถา และหมายความรวมถึง ราก ปุ่ม ตอ หน่อ กิ่ง ตา หัว เหง้า เศษ ปลาย ที่เป็นเนื้อไม้ ไม่ว่าจะถูกตัด ฟัน เลื่อย ผ่า ถาก ทอน ขุด หรือกระทำโดยวิธีการอื่นใด...อ่านแล้วได้ความรู้วิชาภาษาไทยกลับมาเยอะดีนะครับ...เอ้า อ่านอีกนิด

"ของป่า" หมายความว่า สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น หรือมีอยู่ตามธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน สวนพฤกษศาสตร์ สวนรุกขชาติ เป็นต้นว่า (ซึ่งแปลว่า มีได้มากกว่าที่อธิบายในกฎหมายนี้นะครับ)

1.ถ่าน เปลือกไม้ ใบไม้ ดอกไม้ เมล็ด ผลไม้ หน่อไม้ ชันไม้ น้ำมันจากไม้และยางไม้ 2.หญ้า อ้อ พง แขม ปรือ คา กก กระจูด กล้วยไม้ กูด เห็ดรา เฟิร์น ตะไคร่ สาหร่าย และส่วนของพืชสมุนไพร 3.รังนก ครั่ง รังผึ้ง น้ำผึ้ง ขี้ผึ้ง ไข มูลสัตว์ 4.ดิน หิน กรวด ทราย แร่ ปิโตรเลียม

แค่คิดตามก็สนุกทีเดียวครับ n

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69