posttoday
รถเมล์อย่าดันทุรัง

รถเมล์อย่าดันทุรัง

22 สิงหาคม 2560

วันที่ 24 ส.ค.นี้ ก็จะถึงกำหนดยื่นซองประกวดราคา โครงการจัดซื้อรถโดยสารประจำทางที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง (เอ็นจีวี) พร้อมซ่อมแซมและบำรุงรักษา 489 คัน ราคากลาง 3,387 ล้านบาท ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-ออกชั่น ตามที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก.เปิดประมูล แต่ปัญหาที่อาจเป็นเรื่องบานปลายตามมาทีหลังหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องใหญ่ที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ส่งหนังสือให้ตรวจสอบ 2 ประเด็น คือ การเปิดให้บริษัทที่โดนขึ้นบัญชีดำ หรือแบล็กลิสต์เข้าประมูลได้ และกรณีราคากลางที่ต่ำมาก หรือต่ำกว่าราคากลางที่ตั้งต้นถึง 40% ทำให้กังวลว่าผู้ชนะประมูลอาจดำเนินการไม่ได้ รวมทั้งประเด็นอื่นควรจะต้องทำให้โปร่งใสก่อนจะเดินหน้าประมูลต่อไปหรือไม่

วันที่ 24 ส.ค.นี้ ก็จะถึงกำหนดยื่นซองประกวดราคา โครงการจัดซื้อรถโดยสารประจำทางที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง (เอ็นจีวี) พร้อมซ่อมแซมและบำรุงรักษา 489 คัน ราคากลาง 3,387 ล้านบาท ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-ออกชั่น ตามที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก.เปิดประมูล แต่ปัญหาที่อาจเป็นเรื่องบานปลายตามมาทีหลังหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องใหญ่ที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ส่งหนังสือให้ตรวจสอบ 2 ประเด็น คือ การเปิดให้บริษัทที่โดนขึ้นบัญชีดำ หรือแบล็กลิสต์เข้าประมูลได้ และกรณีราคากลางที่ต่ำมาก หรือต่ำกว่าราคากลางที่ตั้งต้นถึง 40% ทำให้กังวลว่าผู้ชนะประมูลอาจดำเนินการไม่ได้ รวมทั้งประเด็นอื่นควรจะต้องทำให้โปร่งใสก่อนจะเดินหน้าประมูลต่อไปหรือไม่

ด้วยผลประโยชน์ที่มหาศาลในวงการรถโดยสารประจำทางขนส่งมวลชน หรือรถเมล์ จึงทำให้การปรับเปลี่ยนในวงการนี้เต็มไปด้วย ผลประโยชน์ในทุกขั้นตอน รวมทั้งการเปิดประมูลรถเมล์ใหม่มาแทนรถเมล์โดยสารปัจจุบันที่ใช้มาหลายสิบปีเกินอายุการใช้งาน ด้วยการล็อบบี้สร้างเงื่อนไขให้เกิดการได้เปรียบต่างๆ เช่น ควรใช้ระบบเช่าหรือซื้อดีกว่ากัน การเปลี่ยนเชื้อเพลิงที่ใช้ในรถเมล์เป็นก๊าซ เป็นรถเมล์ไฟฟ้า

จากการได้เสียที่ไม่ลงตัวดังกล่าว จึงทำให้การประมูลซื้อรถเมล์ต้องล้มมาตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งครั้งล่าสุดที่ได้บริษัทผู้ชนะประมูลแล้ว แต่ก็มีปัญหาในการนำเข้ารถเมล์ ซึ่งอาจจะมีการสวมสิทธิเพื่อประโยชน์ทางภาษี ด้วยการนำเข้ารถเมล์สำเร็จรูปจากจีน มาแจ้งว่าเป็นรถที่ประกอบในมาเลเซียประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งจะได้รับสิทธิไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า 40% มาจัดส่งให้ ขสมก.ตามที่ชนะประมูล จึงทำให้การประมูลครั้งล่าสุดต้องล้มไป

จนถึงการประมูลปัจจุบันที่เปิดขายซองไปวันที่ 7-11 ส.ค. มีผู้ซื้อซองประกวดราคา 3 ราย คือ 1.บริษัท ไทย เทคโนโลยี แอนด์ เดเวลอปเมนท์ 2.บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป และ 3.กิจการร่วมค้า เจวีซีซี ช.ทวี กำหนดยื่นซองประกวดราคา วันที่ 24 ส.ค. และกำหนดเคาะประกวดราคา อี-ออกชั่น วันที่ 8 ก.ย. เพื่อจะสรุปผลการประมูลเสนอให้พิจารณาได้ในเดือน ก.ย. พร้อมลงนามในสัญญา ซึ่งหลังจากเซ็นสัญญามีกำหนดว่าภายใน 90 วัน หรือ 3 เดือน ประมาณเดือน ธ.ค.ปีนี้ จะต้องส่งมอบรถเมล์ให้ ขสมก. เป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการมี รถเมล์ใหม่เป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน

การเดินหน้าโครงการเพื่อเป้าหมายต้องการจะเป็นของขวัญปีใหม่ ทั้งที่ยังมีข้อท้วงติงมากมาย เช่น การไปปลดล็อกแบล็กลิสต์บริษัท เบสท์ริน ให้กลับเข้ามาประมูลครั้งนี้ได้ และราคากลางครั้งใหม่ที่ต่ำ บนฐานที่ผู้ชนะรายเดิมเคยเสนอมา ทำให้มีความกังวลว่าจะดำเนินการไม่ได้ตามจริงที่เสนอ จะมีปัญหาในการจ่ายภาษี หรืออาจประมูลชนะไปก่อนแล้วไปแก้ไขข้อตกลงบางส่วนภายหลัง สิ่งนี้นับเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง

ดังนั้น จึงอยากให้รัฐเคลียร์ปัญหาต่างๆ ให้ชัด หรือให้รอบคอบมากพอตามที่หลายฝ่ายยื่นหนังสือให้ตรวจสอบ ไม่เช่นนั้นก็ไม่ควรดันทุรังดำเนินการประมูลต่อไป เพราะโครงการรถเมล์ใช่ว่าจะไม่เคยเลื่อนหรือล้มมาก่อน หากจะช้าอีกนิดแล้วโปร่งใส ตอบสังคมได้ และมีความเป็นไปได้ของโครงการ ทั้งหมดนี้น่าจะเป็นผลดีกับส่วนรวม มากกว่าเร็วแต่ไปสร้างปัญหาใหม่ตามมาภายหลัง งานนี้รัฐต้องคิดให้ครบ n

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว