
ลิ้มรสด้วยดวงตา อิ่มด้วยดวงใจ เสน่ห์แห่งมนตรา มาเลเซีย
มาเลเซียเป็นประเทศที่มีเสน่ห์อันหลากหลาย มีประชากรมากกว่า 20 ล้านคน ที่มาจาก 3 เชื้อชาติ 3 วัฒนธรรมหลักๆ มาอาศัยอยู่รวมกัน ได้แก่ ชาวมาเลย์ ชาวจีน และชาวอินเดีย มีมรดกตกทอดและวัฒนธรรมเป็นของตัวเองและมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน แต่เมื่อมาอยู่รวมกันกลับมีความสอดคล้องเชื่อมโยงกันได้อย่างกลมกลืนกลายเป็นวัฒนธรรมอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมาเลเซียในปัจจุบัน
มาเลเซียเป็นประเทศที่มีเสน่ห์อันหลากหลาย มีประชากรมากกว่า 20 ล้านคน ที่มาจาก 3 เชื้อชาติ 3 วัฒนธรรมหลักๆ มาอาศัยอยู่รวมกัน ได้แก่ ชาวมาเลย์ ชาวจีน และชาวอินเดีย มีมรดกตกทอดและวัฒนธรรมเป็นของตัวเองและมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน แต่เมื่อมาอยู่รวมกันกลับมีความสอดคล้องเชื่อมโยงกันได้อย่างกลมกลืนกลายเป็นวัฒนธรรมอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมาเลเซียในปัจจุบัน
จนองค์การยูเนสโกได้การประกาศให้รัฐ 2 แห่งของประเทศ คือ มะละกาและจอร์จทาวน์ เป็นเมืองมรดกโลก เนื่องจากเป็นรัฐที่มีความมั่งคั่งทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรมและอาคารอันเก่าแก่ ผู้คนอาศัยอยู่ร่วมกันด้วยความปรองดอง ด้วยเชื้อชาติที่แตกต่างกัน วัฒนธรรมของมาเลเซียจึงมีสีสันของงานเฉลิมฉลองและเทศกาลต่างๆ กลายเป็นประเทศที่ร่ำรวยด้วยวัฒนธรรม ทุกสิ่งทุกอย่างในมาเลเซีย ไม่ว่าจะเป็นผู้คนหรือบ้านเรือน ล้วนแล้วแต่สะท้อนให้เห็นถึงมรดกและวัฒนธรรมที่ผ่านการผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว แต่หากต้องการทำความเข้าใจวัฒนธรรมของมาเลเซีย เราก็ต้องทำความรู้จักผู้คนในประเทศนี้เสียก่อน
แม้ว่ามาเลเซียจะประกอบไปด้วยผู้คน 3 เชื้อชาติ คือ ชาวมาเลย์ ชาวจีน และชาวอินเดีย แต่ใช้ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ มีการนับถือศาสนาอิสลามมากกว่าร้อยละ 60 ใช้หลักอิสลามในการดำเนินชีวิตและพัฒนาประเทศจนก้าวเข้าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ดังนั้น เราจะพบอาหารหลากหลายเชื้อชาติปะปนกันไปให้เลือกชิม แต่อาหารอินเดียก็มีให้เลือกชิมมากมายเช่นกัน ทั้งที่มีลักษณะพิเศษ เป็นเอกลักษณ์รสชาติหน้าตาเฉพาะ เช่น เป็นอาหารที่ต้องปรุงด้วยเครื่องปรุงถูกต้องตามหลักฮาลาล ไม่ปรุงด้วยเนื้อสัตว์ที่ผิดหลักศาสนา ไม่ใช้แอลกอฮอล์ เป็นต้น
ทว่าทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นคนเชื้อสายจีน คนเชื้อสายมาเลย์ หรือแม้แต่ชาวยุโรป ก็ชอบรับประทานอาหารอินเดีย ถ้าอยากรับประทานแบบอร่อยๆ แล้วก็มีให้เลือกเยอะๆ ก็ต้องมาย่านที่เขาเรียกว่า Brickfields เป็นชื่อย่านที่มีคนมาเลเซียเชื้อสายอินเดียอาศัยอยู่เยอะ ที่นี่ก็เลยเรียกว่าเป็น Little India ตามประวัติเขาบอกว่า ที่เรียกว่า Brickfields ก็เพราะว่าที่นี่เคยเป็นสถานที่ที่เขาทำอิฐกัน เพราะสมัยก่อนที่นี่เป็นวัฒนธรรมของชาวเกาะ บ้านเรือนสร้างด้วยไม้ หรือว่าวัสดุธรรมชาติ แต่ว่าพอมาถึงยุคหนึ่งที่เป็นยุคอาณานิคม ประเทศนี้ประสบกับปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ บ้านที่สร้างจากไม้หรือว่าวัสดุแบบดั้งเดิม ไม่สามารถทนเวลาฝนตกหรือน้ำท่วมได้ ก็เลยมีการเปลี่ยนแปลงเป็นสร้างบ้านด้วยอิฐ ตอนนั้นเป็นเรื่องใหม่มากสำหรับคนที่นี่ แล้วมีการนำคนงานจากอินเดีย ซึ่งเป็นชาวอินเดียทางตอนใต้เข้ามาทำอิฐ แล้วก็มา สร้างเป็นบ้านเรือน จนกระทั่งทุกวันนี้ เราจะเห็นว่า ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ (KL) เป็นบ้านที่เป็นอิฐเป็นปูนกันส่วนใหญ่หมดแล้ว
ที่ย่าน Brickfield ของมาเลเซียนี้ เป็นแหล่งชุมชนและร้านค้าของชาวอินเดียจำนวนมาก เรียกได้ว่าไม่ต้องไปไกลถึงอินเดีย ก็สามารถกินอาหารอินเดียแบบต้นตำรับได้นี่เลย เพราะอาหารประจำถิ่นที่สำคัญของย่านนี้ ก็คือ อาหารอินเดียนั่นเอง อาหารของชาวมาเลเซียเชื้อสายอินเดียมีลักษณะใกล้เคียงกับอาหารในอินเดีย โดยเฉพาะอินเดียใต้ เมนูเด็ดที่เรียกได้ว่ามีขายทุกร้านเลย ก็คือ โรตี จิ้มกับแกงแบบอินเดีย โดยตัวโรตีนี้จะมีลักษณะเป็นแป้งกรอบ แต่บางร้านอาจทำรูปแบบแป้งนุ่มแตกต่างกันไปตามส่วนผสม หรือกินกับนาน คือ ขนมปังแบนที่นำไปอบจนสุก มีทั้งนานรสกระเทียม นานรสเนย นานรสเนยแข็ง ส่วนกับข้าวที่เป็นแบบอินเดีย ก็คงพอจะนึกภาพและได้กลิ่นถึงแกงที่ใส่เครื่องเทศหรือผงกะหรี่เยอะๆ เพราะอาหารในกลุ่มนี้มีแกงที่ใส่เครื่องเทศหลายชนิด กะทิ และใบสำมะหลุยหรือใบกะหรี่ มีให้เลือกหลายประเภท ทั้งแกงเนื้อ แกงไก่ แกงหมึก รวมไปถึงแกงถั่ว แล้วก็มีพวกผักต่างๆ บอกได้คำเดียวว่า ใครชอบเครื่องเทศและอาหารอินเดียละก็ พลาดที่นี่ไม่ได้แน่นอน ส่วนใครที่อยากลองแกงราดข้าวก็มีข้าวให้เราเลือก 2 แบบ คือ เป็นข้าวขาว หรือว่าจะเป็นข้าวที่หุงใส่เครื่องเทศที่เรียกว่าข้าวหมก ก็แล้วแต่ว่าชอบแบบไหน
ถึงแม้ว่าย่าน Brickfields จะเป็น Little India และเต็มไปด้วยร้านอาหารอินเดีย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีอาหารจีนหรืออาหารมาเลย์ขาย เพราะทุกวันนี้ที่นี่มีคนหลากหลายขึ้น ทุกวันนี้ Brickfields ไม่ใช่ย่านของคนงานเชื้อสายอินเดียแล้ว ตั้งแต่มี KL Central ซึ่งเป็นสถานีเดินรถที่เป็นศูนย์กลางของ KL ย่านนี้ก็พัฒนาขึ้นมาก ปัจจุบันมีโรงแรม มีร้านอาหาร มีอาคารสำนักงาน แล้วก็คนที่อยู่ในละแวกนี้ ก็ไม่ใช่แค่คนเชื้อสายอินเดียเท่านั้น แต่มีทั้งคนจีน คนมลายู มาอาศัยอยู่รวมกัน เศรษฐกิจที่นี่ก็เจริญขึ้นมาก แล้วก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวจะต้องแวะมา
จะเห็นได้ว่า อาหารเป็นหนึ่งในเสน่ห์ที่น่าหลงใหลที่สุดอย่างหนึ่งของประเทศนี้ มาเลเซียจึงได้ชื่อว่าเป็นสวรรค์ของผู้ที่ชื่นชอบอาหาร การรับประทานอาหารนอกบ้านในมาเลเซีย มีตั้งแต่ภัตตาคารชั้นดีจนถึงร้านหาบเร่แผงลอย และไม่ต้องแปลกใจเลยที่จะพบว่ามีร้านขายอาหารที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน/สัปดาห์ โดยเฉพาะที่ย่านไชน่าทาวน์ เป็นย่านที่ขึ้นชื่อว่าทุกคน ต้องไม่พลาด เพราะนอกจากจะมีข้าวของให้เลือกซื้อกันแล้ว ที่นี่ก็ยังได้ขึ้นชื่อว่ามีอาหารการกินอร่อยๆ อยู่หลายอย่างด้วยกัน หนึ่งในอาหารที่คนมาเลย์ชื่นชอบ และคนไทยก็คุ้นเคยเป็นอย่างดีคือ สะเต๊ะ ที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากสะเต๊ะในประเทศไทย อีกทั้งยังมีความอร่อยแบบกำลังดีอีกด้วย โดยสามารถเลือกจิ้มได้กับซอสหลากหลายประเภท ตั้งแต่ซอสหวาน ซอสเผ็ด และน้ำจิ้มสะเต๊ะ อิ่มกับสะเต๊ะแล้วสามารถเติมความสดชื่นให้กับร่างกายด้วยชาชัก ซึ่งเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในมาเลเซีย ที่ใช้ชารสหวาน ใส่นมระเหย ผสมกับชาร้อน และเทกลับไปกลับมา ซึ่งทำให้ชาเย็นลงด้วยการชงชาชักนี้ถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ต้องผ่านการฝึกฝน ไม่ใช่ว่าใครก็ทำได้ง่ายๆ ถ้าใครสนใจก็ไม่ควรพลาด เพราะร้านต่างๆ เหล่านี้เปิดช่วงกลางคืนเท่านั้น
การเดินทางทำให้ชีวิตเป็นเรื่องง่ายๆ ความสุขสร้างได้ง่ายๆ ทุกวัน การได้กินอาหารที่ใส่ใจทั้งรสชาติ และใส่ใจของคนทำลงไปด้วย ก็เป็นการสร้างความสุขให้ตัวเองวิธีหนึ่ง เพราะนอกจากได้ลองชิมลิ้มรสชาติของอาหารแล้ว การได้พูดคุย เรียนรู้ชีวิตผู้คน ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว การได้เจอเพื่อนดีๆ ตลอดเส้นทาง ทำให้ทีมงานโลก 360 องศา ได้เรียนรู้ว่า ความรู้ไม่ได้มีเพียงแต่ในหนังสือ แต่ยังรวมถึงการได้สัมผัสและเรียนรู้สิ่งต่างๆ นอกตำราด้วย เหมือนเช่นที่เราได้เรียนรู้ว่า ชาวมาเลเซียได้ชื่อว่าเป็นชนชาติที่มีความเป็นมิตรมากที่สุดชาติหนึ่ง เป็นเรื่องธรรมดาที่จะพบว่าพวกเขาจะเดินเข้ามาหาเพื่อทักทายทำความรู้จักนักท่องเที่ยวหรือเชื้อเชิญคุณไปรับประทานทานอาหารเพื่อผูกมิตรและดูชีวิตความเป็นอยู่ทั่วไป จะว่าไปแล้วอาหารจีนก็อร่อยคุ้นลิ้นเรา อาหารมาเลย์ก็ดูน่ากินดี ส่วนโรตีกับกาแฟก็ไม่เลวเหมือนกัน การมีตัวเลือกที่หลากหลายมากมายทำให้อาหารบางอย่างเราอาจไม่ทันลองชิมลิ้มรสชาติจนครบได้ แต่ในเสน่ห์แห่งมิตรภาพ เราไม่พลาดที่จะลิ้มรสด้วยดวงตา อิ่มด้วยดวงใจแน่นอน เสน่ห์แห่งมนตรา มาเลเซีย







