posttoday
กสิกรเตือนรับมือบาทแข็งหลังเฟดคงดอกเบี้ย

กสิกรเตือนรับมือบาทแข็งหลังเฟดคงดอกเบี้ย

22 กันยายน 2553

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เตือน ไทยเตรียมรับมือเฟดคงดอกเบี้ย ส่งผลค่าบาทแข็งต่อ คาดเห็น 30.2 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เตือน ไทยเตรียมรับมือเฟดคงดอกเบี้ย ส่งผลค่าบาทแข็งต่อ คาดเห็น 30.2 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกรายงาน “เฟดส่งสัญญาณพร้อมผ่อนคลายครั้งใหม่…นัยต่อทิศทางของเงินบาท” ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่กรอบ 0-0.25% ตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยแถลงการณ์หลังการประชุมของเฟดที่ระบุถึง การเตรียมพร้อมเครื่องมือสำหรับการผ่อนคลายเชิงปริมาณเพิ่มเติมในระยะข้างหน้า ได้ตอกย้ำการคาดการณ์ของตลาดให้ชัดเจนมากขึ้นว่า มาตรการผ่อนคลายทางการเงินรอบใหม่อาจจะเกิดขึ้นภายในปี 2553 นี้ หากแรงส่งต่อแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐแผ่วลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงหลายเดือนข้างหน้า

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าความเสี่ยงในช่วงขาลงของเศรษฐกิจสหรัฐ เมื่อรวมเข้ากับพัฒนาการทางเศรษฐกิจของประเทศชั้นนำอื่น ๆ ทั้งยุโรป และญี่ปุ่นที่แนวทางการฟื้นตัวเป็นไปอย่างเปราะบาง น่าจะยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่หนุนให้มีเม็ดเงินลงทุนเข้ามาในตลาดการเงินของประเทศในภูมิภาคเอเชีย และไทยอย่างต่อเนื่องต่อไป

ทั้งนี้ในส่วนของตลาดการเงินไทยนั้น เม็ดเงินต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เกิดขึ้นทั้งในส่วนของตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้น โดยยอดซื้อสุทธิสะสมในตลาดพันธบัตรเร่งตัวขึ้นมากกว่าในตลาดหุ้น และทำให้มูลค่าซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรของกลุ่มนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจในต่างประเทศที่ไม่ใช่สถาบันการเงินสูงถึง 1.762 แสนล้านบาท นับจากต้นปี 2553

ขณะที่แรงซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยมีมูลค่าประมาณ 2.29 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ซึ่งในระยะสั้นนั้น หากพิจารณาปัจจัยอื่นนอกเหนือจากเงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดการเงินไทยที่อาจจะได้รับแรงกระตุ้นรอบใหม่จากจุดยืนเชิงนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของเฟดแล้ว ปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของเงินบาท ประกอบด้วย ฐานะการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด และยอดไหลเข้าสุทธิของเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ก็น่าจะยังหนุนทิศทางการแข็งค่าของเงินบาทอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก

“หากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญมากนัก เช่น แนวโน้มเศรษฐกิจขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงตามคาด และไม่มีเหตุการณ์รุนแรงทางการเมือง คาดว่า เงินบาทอาจจะยังคงโน้มในทิศทางที่แข็งค่าขึ้นได้ต่อในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้า โดยเครือธนาคารกสิกรไทย มองว่า เงินบาทอาจแข็งค่าไปที่ระดับ 30.2 บาท/เหรียญสหรัฐ ภายในสิ้นปีนี้” ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุ

สำหรับทิศทางการแข็งค่าของเงินบาทที่เกิดขึ้นในช่วงจังหวะที่แนวโน้มเศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัวลง น่าจะทำให้ประเด็นการแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งขณะนี้ ได้ทะยานทุบสถิติแข็งค่าสุดในรอบ 13 ปีครั้งใหม่ใกล้ระดับ 30.6 บาท/เหรียญสหรัฐ อยู่ในกระแสความสนใจของหลาย ๆ ภาคส่วน และเป็นนัยว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็จะยังคงต้องเผชิญกับโจทย์เดิม ซึ่งก็คือ การรักษาทิศทางความเคลื่อนไหวของเงินบาทให้สอดคล้องกับสกุลเงินในภูมิภาค และดูแลไม่ให้เงินบาทปรับตัวอย่างผันผวนมากเกินไป ควบคู่ไปกับเร่งผลักดันมาตรการด้านอื่นๆ ที่จะช่วยสร้างสมดุลให้กับการเคลื่อนย้ายเงินทุนเข้า และออกประเทศที่อาจจะมีการประกาศใช้ในระยะใกล้ๆ นี้ เช่น การเพิ่มวงเงินของการซื้ออสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ การเพิ่มยอดคงค้างบัญชีเงินฝากสกุลต่างประเทศ การขยายวงเงินค่าสินค้าส่งออกที่ไม่ต้องนำส่งกลับประเทศ รวมถึงวงเงินการปล่อยกู้แก่บริษัทและการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ และอาจรวมไปถึงการปรับปรุงมาตรการป้องปรามการเก็งกำไรเงินบาทเพิ่มเติมหากตรวจพบว่า มีเม็ดเงินร้อนเข้ามาลงทุนเพื่อเก็งกำไร

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค