
ถมเงินงบเพิ่ม เบ่งศก.ต่างจังหวัด
เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาให้ความสำคัญกับการทำงบประมาณรายจ่ายของแผ่นดิน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาคเป็นอันมาก เพราะเห็นว่าการบริหารเศรษฐกิจของประเทศในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวและขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่กลับยังพบปัญหาว่าประชาชนโดยเฉพาะในต่างจังหวัดไม่ได้รู้สึกว่าเศรษฐกิจดีขึ้น
เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาให้ความสำคัญกับการทำงบประมาณรายจ่ายของแผ่นดิน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาคเป็นอันมาก เพราะเห็นว่าการบริหารเศรษฐกิจของประเทศในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวและขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่กลับยังพบปัญหาว่าประชาชนโดยเฉพาะในต่างจังหวัดไม่ได้รู้สึกว่าเศรษฐกิจดีขึ้น
ดังนั้น รัฐบาลจึงพยายามทุกวิถีทางที่จะอัดฉีดเงินงบประมาณลงไปกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาคมากที่สุด เพื่อทำให้เศรษฐกิจในต่างจังหวัดดีขึ้นจริงเหมือนเศรษฐกิจในเมือง ซึ่งนอกจากจะทำให้ประชาชนฐานรากมีความเป็นอยู่ดีขึ้นแล้ว ยังสามารถลดความเหลื่อมล้ำของประเทศได้อีกด้วย
ในการทำงบประมาณรายจ่ายปี 2562 จึงได้มีการเร่งดำเนินการวางกรอบการทำงบประมาณอย่างรวดเร็ว ทั้งที่การพิจารณางบประมาณรายจ่ายปี 2561 ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
พล.อ.ประยุทธ์ให้นโยบายการจัดทำงบประมาณกับทุกส่วนราชการว่า การทำงบปี 2562 ต้องเน้นช่วยเศรษฐกิจต่างจังหวัดและให้สอดคล้องกับร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 นโยบายความมั่นคงแห่งชาติ นโยบายของรัฐบาล และแนวทางจัดทำงบประมาณตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ที่สำคัญการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2562 ต้องสามารถขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดินในระดับภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลที่เห็นได้จริง ต้องมีการจัดสรรงบประมาณที่มีการ บูรณาการงบประมาณเชิงยุทธศาสตร์และเชิงพื้นที่ ซึ่งจะส่งเสริมให้เกิดกระบวนการวางแผนและพัฒนาพื้นที่ระดับภาคที่มีความสอดคล้องกัน
สำหรับยุทธศาสตร์การจัดสรร งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2562 ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ 6 ด้าน ได้แก่ ด้านความมั่นคง ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ ด้านการแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างการเติบโตจากภายใน ด้านการจัดการน้ำและสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ ซึ่งเป็นกรอบยุทธศาสตร์งบประมาณของปี 2561 เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อลงลึกในส่วนของการทำงบประมาณรายจ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่างจังหวัด ซึ่งแบ่งออกเป็น 6 ภาค ได้แก่ ยุทธศาสตร์ การจัดสรรงบประมาณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ และภาคใต้ชายแดน ซึ่งการดำเนินการนี้เป็นการดำเนินต่อเนื่องจากปีงบประมาณ 2561 ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของ สนช. วงเงินงบประมาณ 2.9 ล้านล้านบาท เป็นงบประมาณแบบขาดดุล 4.5 แสนล้านบาท ซึ่งเงินลงทุนจำนวน 6.59 แสนล้านบาท โดยเป็นงบลงทุนกลุ่มจังหวัดจำนวนหลายแสนล้านบาท
ภาพการอัดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจต่างจังหวัด มีการดำเนินการชัดเจนตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560 ในการทำ งบกลางปีเพิ่มเติม 1.9 แสนล้านบาท ใช้ในแผนบูรณาและเสริมสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนให้เศรษฐกิจภายในประเทศ จำนวน 1.15 แสนล้านบาท จำแนกรายละเอียดไว้ 3 โครงการ คือ โครงการส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจภายในประเทศอยู่ในส่วนงบกลาง จำนวน 1.9 หมื่นล้านบาท โครงการแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด อยู่ในส่วนกระทรวงมหาดไทย จำนวน 7.5 หมื่นล้านบาท และโครงการกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ โดยกระทรวงอุตสาหกรรม จำนวน 2 หมื่นล้านบาท แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจต่างจังหวัด รวมถึงผลักดันการลงทุนของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมาต่อเนื่องหลายปี
อย่างไรก็ตาม การเติมเงินกระตุ้นเศรษฐกิจต่างจังหวัด แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่รัฐบาลเดินมาถูกทาง แต่การทำให้เกิดผลสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการเบิกจ่ายงบลงทุนยังมีปัญหาล่าช้า การเบิกจ่ายงบกลางปี 1.9 แสนล้านบาท ล่าสุดเบิกจ่ายแล้ว 27.6% จากเป้าหมาย 50-60% โดยมีการทำสัญญาผูกพันไปแล้ว 41% ซึ่งยังถือว่าต่ำ ทำให้กระตุ้นเศรษฐกิจต่างจังหวัดไม่เป็นไปตามแผน
ที่สำคัญยังส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจในภาพรวม การเบิกจ่ายที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายทำให้กระทรวง การคลังไม่กล้าขยับประมาณการเศรษฐกิจไทยเพิ่ม โดยล่าสุดยังคงประมาณการเศรษฐกิจปี 2560 ไว้ที่ 3.6% โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 3.3-3.9% แม้ว่าการส่งออกจะขยายตัวได้ดีกว่า ที่คาดไว้
ดังนั้น ปัญหาการทุ่มเงินลงทุน ในต่างจังหวัด ในปีงบประมาณ 2561 ที่จะเริ่มในเดือน ต.ค. 2560 หรือปีงบประมาณ 2562 ที่มีการวางแผนล่วงหน้าก็ยังติดปัญหาเดิมๆ คือ การเบิกจ่ายที่ล่าช้าเหมือนกับที่เป็นอยู่ปัจจุบัน ส่งผลให้เศรษฐกิจต่างจังหวัดยังมีปัญหา ประชาชนฐานรากยังรู้สึก ว่าเศรษฐกิจไม่ดีขึ้นเหมือนเดิม เพราะเงินตั้งไว้มาก แต่ดันให้มีการเบิกจ่ายจริงไม่ได้
สอดคล้องกับความกังวลของกระทรวงการคลัง เรื่องความเสี่ยงของเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม คือเศรษฐกิจโลกที่อาจมีความผันผวนด้านตลาดการเงินโลก จากนโยบายประเทศคู่ค้าอย่างสหรัฐ และภาคการท่องเที่ยวว่าในช่วงท้ายของปีจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศตามที่คาดไว้หรือไม่ รวมทั้งการเบิกจ่ายงบกลางปีและงบลงทุนของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ จะเบิกจ่ายได้จริงจำนวนเท่าไร หากทำได้ไม่ดีเศรษฐกิจไทยก็จะขยายตัวได้เพิ่มขึ้นมากๆ ได้ยาก n







