
ตลท.ขึ้นSPหุ้นPACE
PACE เสี่ยงถูกสั่งแก้งบการเงินผู้สอบบัญชีไม่ให้ข้อสรุปต่องบรวมเหตุบันทึกมูลค่ายุติธรรม 2 บริษัทย่อย
PACE เสี่ยงถูกสั่งแก้งบการเงินผู้สอบบัญชีไม่ให้ข้อสรุปต่องบรวมเหตุบันทึกมูลค่ายุติธรรม 2 บริษัทย่อย
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ขึ้นเครื่องหมายหยุดพักการซื้อขาย (SP) บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น (PACE) หลังผู้สอบบัญชีไม่ให้ข้อสรุปต่องบการเงินสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2560 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อาจสั่งการให้แก้ไขงบการเงินได้ และจะขึ้น NP จนกว่าบริษัทดังกล่าวจะนำส่งงบการเงินฉบับแก้ไขหรือจนกว่าจะได้ข้อสรุปว่าไม่ต้องแก้ไขงบการเงิน
ทั้งนี้ PACE ไตรมาส 2 พลิกมีกำไรสุทธิ 4,764.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 843.82% จากที่ขาดทุน 640.54 ล้านบาท ส่วน 6 เดือน มีกำไรสุทธิ 4,006.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 799.28% จากที่ขาดทุนสุทธิ 572.99 ล้านบาท
บริษัท เบเคอร์ ทิลลี่ ออดิท แอนด์ แอ็ดไวเซอร์รี่ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) ผู้สอบบัญชีระบุว่า PACE ได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินอิสระแห่งหนึ่งประเมินมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในบริษัท เพซ โปรเจ็ค วัน และบริษัท เพซ โปรเจ็ค ทรี โดยใช้วิธีประมาณการรายได้และคำนวณคิดลดกระแสเงินสดมาเป็นมูลค่าปัจจุบัน โดยเงินลงทุนมีมูลค่ายุติธรรม 8,231 ล้านบาท และ PACE ได้บันทึกเงินลงทุนในงบจำนวนเงิน 8,231 ล้านบาท และรับรู้ผลกระทบจากการสูญเสียการควบคุมในบริษัทย่อยจำนวนเงิน 8,856.6 ล้านบาท ซึ่งในฐานะผู้สอบบัญชีจึงไม่สามารถสรุป ผลการสอบทานรายงานเกี่ยวกับการประมาณการรายได้ของจุดชมวิว จากข้อเท็จจริงที่การก่อสร้างยังไม่เสร็จจึงไม่มีการประกอบพาณิชย์กิจจริงเพื่อเปรียบเทียบและเป็นธุรกิจใหม่ในตลาดของไทย
นายสรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PACE เปิดเผยว่า เหตุที่บริษัทต้องมีการบันทึกในงบการเงินงวดนี้เป็นผลมาจากการที่ก่อนหน้ามีกองทุน อพอลโล เอเชีย สปรินท์ โฮลดิ้ง คอมปานี ลิมิเต็ด และโกลด์แมน แซคส์ อินเวสท์เม้นท์ส โฮลดิ้งส์ (เอเชีย) ใส่เงินมากว่า 8,000 ล้านบาท ผู้ร่วมทุนจะต้องมีการบันทึกบัญชี และคาดว่าจุดชมวิวของบริษัทอย่างเร็วจะเปิดให้บริการปีใหม่นี้ หากไม่ทันก็จะเป็นช่วงตรุษจีน
"ที่ปรึกษาฯ มีการประเมินเปรียบเทียบผู้เข้าชมจุดชมวิวกับตึกต่างประเทศ 9 แห่งทั่วโลก เทียบกับตึกใบหยก ที่มีผู้เข้าชมตึก 1 ล้านคน/ปี และจำนวนนักท่องเที่ยวมาไทยสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก และโครงการมหานครออกแบบให้มีลิฟต์ที่มีความจุและเร็วที่สุดในประเทศรองรับนักท่องเที่ยว 3 ล้านคน/ปี หากเปิดดำเนินการได้บริษัทจะมีรายได้ตามสมมติฐาน" นายสรพจน์ กล่าว







