
เคาะยุทธศาสตร์ แผนโลจิสติกส์ กดต้นทุน12%
ครม.เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์พัฒนาระบบโลจิสติกส์ระยะ 5 ปี ตั้งเป้าลดต้นทุนเหลือ 12%
ครม.เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์พัฒนาระบบโลจิสติกส์ระยะ 5 ปี ตั้งเป้าลดต้นทุนเหลือ 12%
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2560-2564) โดยตั้งเป้าหมายลดต้นทุนการดำเนินการจาก 14 % ให้เหลือ 12% เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าของไทย ซึ่งยุทธศาสตร์ดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อนการพัฒนาโลจิสติกส์ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของรัฐบาล
ทั้งนี้ ประกอบด้วย 1.การพัฒนาเพิ่มมูลค่าระบบห่วงโซ่อุปทานเพื่อพัฒนาและยกระดับมาตรฐานให้ได้ระดับสากลและสนับสนุนการสร้างมูลค่าเพิ่มและบริหารจัดการได้ทั้งห่วงโซ่อุปทาน 2.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า และระบบห่วงโซ่อุปทานเส้นทางการค้าในกลุ่มซีแอลเอ็มวีและจีน และ 3.การพัฒนาปัจจัยสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ โดยเฉพาะเร่งผลิตกำลังคนที่มีความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์และระบบติดตาม
"ตัวชี้วัดในแผน 5 ปี คือความสามารถในการแข่งขันด้านโลจิสติกส์ของไทยอยู่ในลำดับที่ดีขึ้น เหลือ 12% และมีธุรกรรมการให้บริการการนำเข้าและส่งออกด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้ง 100% ในปี 2564 เป้าหมายสำคัญ คือ การเป็นชาติการค้าและบริการเพื่อมุ่งสู่การเป็นประเทศรายได้สูงในปี 2579" นาย กอบศักดิ์ กล่าว
สำหรับยุทธศาสตร์การพัฒนาเพิ่มมูลค่าระบบห่วงโซ่อุปทานมอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับผิดชอบตั้งแต่ระดับฟาร์มถึงผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรม ด้านการเชื่อมโยงการค้าสู่รูปแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อขยายการค้าและสร้างโอกาสทางธุรกิจโดยเฉพาะการค้าออนไลน์อย่างครบวงจร และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดส่งสินค้าระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ระบบอี-เพย์เมนต์ ขณะที่กระทรวงอุตฯ รับผิดชอบการเชื่อมโยงแหล่งผลผลิตและการตลาด
ด้านยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า ในฐานะที่ไทยเป็นศูนย์กลางทางการค้าเชื่อมโยงอนุภูมิภาคและการค้าชายแดน ส่วนยุทธศาสตร์การพัฒนาบุคลากรจะเร่งผลิตกำลังคนที่มีความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์และการให้ความรู้กับผู้ประกอบการ







