posttoday
ธปท.แนะรัฐเพิ่มรายได้-งบลงทุน รองรับวิกฤตในอนาคต

ธปท.แนะรัฐเพิ่มรายได้-งบลงทุน รองรับวิกฤตในอนาคต

22 กันยายน 2553

ธปท.แนะรัฐบาลจัดเก็บภาษีรายได้เพิ่ม และเพิ่มการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอีก 3.5% ของอัตราการเจริญเติบโต เพื่อความยั่งยืนทางการคลังและมีงบประมาณเพียงพอรองรับวิกฤตและประชากรสูงอายุที่มีมากขึ้น

ธปท.แนะรัฐบาลจัดเก็บภาษีรายได้เพิ่ม และเพิ่มการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอีก 3.5% ของอัตราการเจริญเติบโต เพื่อความยั่งยืนทางการคลังและมีงบประมาณเพียงพอรองรับวิกฤตและประชากรสูงอายุที่มีมากขึ้น

นายสุรจิต ลักษณะสุต เศรษฐกร สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวในการเสนอบทความที่ได้ทำการวิจัยในหัวข้อ”ความท้าทายของนโยบายการคลัง:สู่ความยั่งยืนและการขยายตัวทางเศรษฐกิจระยะยาว”ในงานสัมมนาประจำปีของธปท.ว่า หากประเทศไทยจะเข้าสู่ความยั่งยืนทางการคลัง มีงบประมาณที่เพียงพอควรในการบริการจัดการคลังในทศวรรษหน้า ต้องมีงบประมาณที่มีเม็ดเงินจัดสรรได้ไม่ต่ำกว่า 2.2% ของอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ(จีดีพี)เพื่อความยั่งยืนทางการคลัง ที่เพียงพอในการรองวิกฤตที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ซึ่งแนวทางในการเพิ่มรายได้ของรัฐอาจจะทำได้ดดยการปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT) เนื่องจากข้อมูลการศึกษาการเพิ่มVAT 1% จะทำให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มอีกประมาณ 4 หมื่นล้านบาทหรือ 0.4%ของจีดีพี หรือเพิ่มการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จากปัจจุบันที่ไทยยังจัดเก็บต่ำเฉลี่ยอยู่ที่ 2.3% ของจีดีพี จากประเทศที่กำลังพัฒนาเฉลี่ยอยู่ที่ 3.9% และประเทศที่พัฒนาแล้วที่ 8.3% หรืออาจจะยกเลิกการยกเว้นภาษีอื่นๆในปัจจุบันเพิ่มเติม เป็นต้น

ขณะเดียวกัน รัฐควรมีการจัดหารายได้เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันให้ได้อีก 2.2% ของจีดีพี เพื่อให้มีงบเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมให้ได้ 3.5% ของจีดีพี เพื่อสนับสนุนการลงทุนโครงสร้างพื้ฯบานที่เพียงพอรองรับการขยายตัวในระยะยาว จากปัจจุบันรัฐใช้เงินงบประมาณสำหรับรายจ่ายและงบผูกพันค่อนข้างสูง ซึ่งถ้ารัฐไม่สามารถลงทุนได้ตามสัดส่วนที่ควรจะเป็นก็ควรสนับสนุนโครงการการลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน(PPP)เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะขึ้นมาดูแล PPPให้เติบโตได้ในทางปฏิบัติอย่างจริงจัง จากปัจจุบันที่อยู่ในการดูแลของคลัง โดยมองว่าการลงทุนที่ไทยควรจะให้ความสำคัญในการลงทุนเพื่อสนับสนุนการเติบโตในอนาคต คือ การลงทุนในระบบการขนส่ง เพราะจะได้เพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขัน เนืองจากข้อมูลในปัจจุบันไทยยังลงทุนในส่วนนี้ต่ำเมื่อเทียบกับต่างประเทศ

ทั้งนี้ เพื่อให้มีเงินงบประมาณที่เพียงพอในการจ่ายสวัสดิการประชากรได้ตามกลุ่มเป้าหมายที่จำเป็น ตามโครงสร้างประชากรที่จะมีผู้สูงอายุและกลุ่มที่ต้องได้รับความช่วยเหลือมากขึ้นได้ 

 

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย