
Fund Fact Sheet โฉมใหม่ โดนใจนักลงทุน
Fund Fact Sheet ชื่อนี้คงเป็นที่รู้จักสำหรับนักลงทุนกองทุนรวม เพราะเป็นเอกสารแสดงข้อมูลสำคัญที่ทำให้นักลงทุน
โดย...บลจ.กสิกรไทย
Fund Fact Sheet ชื่อนี้คงเป็นที่รู้จักสำหรับนักลงทุนกองทุนรวม เพราะเป็นเอกสารแสดงข้อมูลสำคัญที่ทำให้นักลงทุนซึ่งกำลังสนใจลงทุนได้รับทราบถึงข้อมูลต่างๆ เช่น นโยบายการลงทุนว่ากองทุนนั้นจะไปลงทุนอะไรบ้าง รวมถึงความเสี่ยงที่ควรทราบก่อนตัดสินใจลงทุน
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการจัดทำเอกสารอาจมีลักษณะที่ค่อนข้างเป็นทางการ ทั้งรูปแบบการจัดเรียงข้อมูลที่ยังไม่ค่อยน่าสนใจ รวมถึงลักษณะการเขียนที่อ่านแล้วเข้าใจยาก จนทำให้นักลงทุนอาจมองข้ามที่จะอ่านหรือศึกษาทำความเข้าใจก่อนลงทุน
ด้วยเหตุนี้เอง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จึงได้กำหนดรูปแบบและเนื้อหาของ Fund Fact Sheet ในรูปแบบใหม่ เพื่อให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) จัดทำหนังสือชี้ชวนส่วนสรุป หรือ Fund Fact Sheet ให้มีรูปแบบ
ที่น่าสนใจ พร้อมด้วยการใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย รวมทั้งยังได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนอันจะเป็นประโยชน์แก่ตัวผู้ลงทุนเอง ซึ่งนักลงทุนน่าจะได้เริ่มเห็นกันแล้วสำหรับกองทุนใหม่ที่จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2560 เป็นต้นไป
สิ่งแรกที่เห็นได้ชัดว่ามีความแตกต่างไปจากเดิม ก็คือ หน้าตาที่ชวนอ่านมากขึ้น การจัดเรียงเนื้อหาให้เป็นหมวดหมู่เพื่อช่วยให้ง่ายต่อการค้นหาข้อมูล การเพิ่มขนาดตัวอักษรและการใช้พื้นที่ให้ดูสบายตาขึ้น ถึงแม้ว่าจะทำให้จำนวนหน้าเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม แต่ด้วยเนื้อหาที่ถูกแบ่งออกเป็น 7 หัวข้อมาตรฐานอย่างชัดเจน ประกอบกับการเพิ่มสีสันและใช้ภาพประกอบมาอธิบายเนื้อหาในบางส่วน บวกด้วยภาษาที่ง่ายขึ้น ไม่ต้องเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญเรื่องลงทุนก็อ่านเข้าใจได้ ทำให้ Fund Fact Sheet รูปแบบใหม่นี้ ตอบโจทย์ทั้งในแง่การนำข้อมูลที่จำเป็นมาจัดทำให้กระชับขึ้น เข้าใจง่ายขึ้น และที่สำคัญ คือ มีความน่าอ่านมากขึ้น
ในส่วนของรายละเอียด 7 หัวข้อมาตรฐานนั้น จะเห็นสิ่งที่มีความแตกต่างไปจากรูปแบบเก่า อย่างเช่น ในหัวข้อ “กองทุนรวมนี้เหมาะกับใคร” นอกจากจะต้องบอกระยะเวลาที่ควรลงทุนและรูปแบบความคาดหวังของนักลงทุนแล้ว ยังต้องระบุว่า กองทุนนี้ไม่เหมาะกับใครอีกด้วย
หรืออย่างในหัวข้อ “คุณต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ” ในส่วนนี้จะแสดงแผนภาพตำแหน่งความเสี่ยงของกองทุนรวม ซึ่งมี 8 ระดับเหมือนเดิม (ระดับ 1 เสี่ยงต่ำ/ระดับ 2-4 เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ/ระดับ 5 เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง/ระดับ 6-7 เสี่ยงสูง/ระดับ 8 เสี่ยงสูงมาก)
แต่สิ่งที่ต้องระวัง คือ ระดับความเสี่ยงของกองทุนตราสารหนี้ แต่เดิมหากกองทุนจดทะเบียนเป็นตราสารหนี้ก็จะมีความเสี่ยงคงที่ที่ระดับ 4 แต่เนื่องจากตราสารหนี้จะต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงจากอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารที่ไปลงทุนเป็นปัจจัยประกอบด้วย หากเป็นตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าระดับน่าลงทุน หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ก็จะถูกพิจารณาว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงใกล้เคียงกับหุ้น
ดังนั้น ในกองทุนที่มีสัดส่วนของตราสารหนี้ประเภทนี้มากกว่า 20% แต่ไม่ถึง 80% จะถูกปรับความเสี่ยงขึ้นมาที่ระดับ 5 แต่ถ้ามีสัดส่วนถึง 80% ขึ้นไป ก็จะมีความเสี่ยงสูงขึ้นมาถึงระดับ 6 ส่วนระดับความเสี่ยงของกองทุนผสมก็จะมีการปรับให้สอดคล้องกับสินทรัพย์ที่ลงทุนจริงมากขึ้น โดยจากเดิมที่จะคงที่ระดับ 5 แต่ในรูปแบบใหม่นี้ ความเสี่ยงอาจขยับขึ้นอยู่ในช่วง 5-8 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักการลงทุนในช่วงนั้นๆ หากหนักไปที่หุ้นก็จะมีความเสี่ยงที่สูงขึ้นได้ที่ระดับ 6
นอกจากนี้ หากเป็นกองทุนที่เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันหรือผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ ซึ่งมีนโยบายการลงทุนที่เปิดกว้างเพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูง ก็จะมีระดับความเสี่ยงที่ 8+ (ในที่นี้จะเป็นกรณีที่นอกเหนือจากกองทุนที่เสนอขายผู้ลงทุนรายย่อย)
ในหัวข้อ “ผลการดำเนินงานในอดีต” ถ้าเป็นในรูปแบบเดิม ผู้ลงทุนอาจจะคุ้นเคยกับตารางแสดงผลตอบแทนย้อนหลัง 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี หรือที่เรียกว่าผลตอบแทนย้อนหลังแบบสะสม แต่ใน Fund Fact Sheet รูปแบบใหม่ จะเพิ่มเติมข้อมูลผลตอบแทนย้อนหลังตามปีปฏิทินเข้ามาด้วย โดยจะแสดงในรูปแบบกราฟแท่ง ทำให้เห็นภาพและเข้าใจข้อมูลได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังต้องแสดงผลขาดทุนสูงสุดที่เกิดขึ้นจริงประกอบไว้ด้วย เพื่อให้นักลงทุนได้ตระหนักถึงโอกาสที่จะขาดทุนและพิจารณาว่าสามารถยอมรับผลขาดทุนที่ระดับสูงสุดที่เคยเกิดขึ้นในอดีตได้หรือไม่
เมื่อเห็นถึงความตั้งใจของ ก.ล.ต.และ บลจ.ที่ช่วยกันปรับปรุงเนื้อหาและข้อมูลใน Fund Fact Sheet เพื่อมุ่งหวังให้นักลงทุนได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน อ่านแล้วเข้าใจง่าย และช่วยในการตัดสินใจลงทุนแบบนี้แล้ว ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนทุกๆ ท่านได้หันมาให้ความสนใจและศึกษาข้อมูลใน Fund Fact Sheet กันมากขึ้น เพื่อใช้ประกอบในการตัดสินใจก่อนการลงทุน ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์สูงสุดของนักลงทุนเอง







