
จัดพอร์ต RMF ให้ถึงเป้าหมายวัยเกษียณ
พูลศรี เจริญกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนการออมไว้ใช้จ่ายในวัยเกษียณ นอกจากนี้ ยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกด้วย เรียกว่าได้รับประโยชน์หลายต่อ
พูลศรี เจริญ
กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนการออมไว้ใช้จ่ายในวัยเกษียณ นอกจากนี้ ยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกด้วย เรียกว่าได้รับประโยชน์หลายต่อ
ปัจจุบันมีกองทุน RMF ให้เลือกมากมายและหลากหลายประเภทสินทรัพย์ ขณะที่การเลือกลงทุนตามภาวะตลาด โดยไม่ได้คำนึงผลตอบแทนระยะยาว อาจจะทำให้ไม่บรรลุเป้าหมายการลงทุนก็เป็นได้
ดังนั้น ก่อนที่จะเลือกกองทุนหรือจัดพอร์ตการลงทุน ต้องทำความรู้จักตัวเองก่อน ในที่นี้หมายถึงต้องรู้ว่าระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้เป็นเท่าใด แล้วจึงจะเลือกกองทุนที่มีระดับความเสี่ยงเหมาะสมกับที่ยอมรับได้
ฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย แนะนำว่า สำหรับนักลงทุนที่เคยมีประสบการณ์ในการลงทุนมาบ้าง และต้องการลงทุนเพื่อเก็บเงินไว้ใช้ในตอนเกษียณ โดยสามารถรับความเสี่ยงได้ปานกลาง คือ สามารถยอมรับความผันผวนได้ระดับหนึ่ง เพื่อแลกกับผลตอบแทนที่สูงขึ้นกว่าการออมเฉพาะในเงินฝากหรือตราสารหนี้
สำหรับพอร์ตลงทุนที่แนะนำ คือ เน้นลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ประมาณ 55-60% เพื่อผลตอบแทนที่มั่นคงและช่วยจำกัดความเสี่ยงในช่วงตลาดขาลง
ขณะที่อีกประมาณ 35-40% กระจายการลงทุนในกองทุนหุ้นไทยเพื่อคาดหวังให้เงินต้นเติบโต รวมถึงอีกประมาณ 5% ลงทุนในกองทุนทางเลือกเพื่อเปิดโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นจากสินทรัพย์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
ผลตอบแทนย้อนหลังจากการลงทุนตามพอร์ตแนะนำอยู่ที่ 6.53% ต่อปี ความเสี่ยง 4.94% (ข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี) โดยใช้ข้อมูลผลการดำเนินงานของกองทุน บลจ.กสิกรไทย ที่คัดเลือกมาเป็นตัวอย่าง (ใช้ผลการดำเนินงานของกองทุนหลัก/เกณฑ์มาตรฐานมาคำนวณผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุนสำหรับกองทุนที่จัดตั้งไม่ถึง 3 ปี)
เมื่อได้ตัวอย่างพอร์ตการลงทุนแล้ว นักลงทุนก็สามารถเลือกกองทุน RMF รายกองทุนตามน้ำหนักการลงทุนที่แนะนำ
อย่างไรก็ดี เนื่องจากในแต่ละประเภทกองทุนนั้นมีตัวเลือกที่ค่อนข้างหลากหลาย นักลงทุนอาจจะต้องศึกษาข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนอย่างละเอียดว่ากองทุนนั้นๆ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใด
ยกตัวอย่างกองทุนตราสารหนี้ที่พอร์ตมีน้ำหนักเกือบ 60% เราอาจพิจารณาแบ่งลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น (กองทุนตลาดเงิน) เพียงไม่ถึง 10% เนื่องจากกองทุนประเภทนี้จะให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างต่ำ บนความเสี่ยงที่ต่ำมาก
ส่วนที่เหลือจึงลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ระยะกลางถึงยาวที่ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า
เช่นเดียวกับกองทุนหุ้นที่มีให้เลือกทั้งหุ้นตัวเล็ก ตัวใหญ่ หุ้นเติบโต หุ้นคุณค่า ฯลฯ
ในส่วนของกองทุนทางเลือกที่มีความเสี่ยงสูงมาก ก็จะลงทุนในสินทรัพย์ที่มีโครงสร้างค่อนข้างซับซ้อน เช่น ทองคำ น้ำมัน เป็นต้น
ทั้งนี้ นักลงทุนไม่ต้องกังวลว่าการลงทุนใน RMF แล้วจำเป็นต้องถือยาวไปจนครบเกษียณอายุ แต่สามารถ สับเปลี่ยนการลงทุนไปยังกองทุน RMF อื่นๆ ให้เหมาะสมกับความสนใจและสภาวะตลาดการลงทุนได้
นอกจากนี้ แต่ละ บลจ.ยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถสับเปลี่ยนกองทุนภายใน บลจ.ได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมใดๆ ดังนั้นในการเลือกลงทุนอาจเลือก บลจ.ที่มีกองทุน RMF ที่หลากหลาย และครอบคลุมสินทรัพย์แต่ละประเภท เพื่อทำให้การจัดพอร์ตด้วยกองทุน RMF เป็นเรื่องง่าย นอกจากนี้ช่วยลดข้อจำกัดในการกระจายลงทุน พร้อมทั้งลดต้นทุนในการสับเปลี่ยนอีกด้วย
สำหรับผู้ลงทุนที่ไม่มีเวลาติดตามพอร์ตการลงทุน ก็ยังมีทางเลือกโดยลงทุนในกองทุนที่มีการกระจายการลงทุนแบบเบ็ดเสร็จในกองเดียว และมีผู้จัดการกองทุนเป็นผู้พิจารณการลงทุนและคอยติดตามผลการดำเนินงาน เช่น กองทุนแบบผสมที่กระจายการลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ของไทย
หรือกองทุนที่กระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายในต่างประเทศ เพื่อเป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์การลงทุนในยุคปัจจุบันนั่นเอง







