
เมื่อคุณหมอบอกวิธีเลี้ยงลูก
เรื่อง วรธารลูกจะเก่งฉลาดพัฒนาการดีและมีความสุข รูปแบบและวิธีการเลี้ยงของพ่อแม่เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งแต่ละคนก็มีสไตล์การเลี้ยงแตกต่างกันไป ของพ่อแม่บางคนอาจได้ผลดี บางคนอาจได้ผลปานกลาง บางคนอาจได้ผลน้อย
เรื่อง วรธาร
ลูกจะเก่งฉลาดพัฒนาการดีและมีความสุข รูปแบบและวิธีการเลี้ยงของพ่อแม่เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งแต่ละคนก็มีสไตล์การเลี้ยงแตกต่างกันไป ของพ่อแม่บางคนอาจได้ผลดี บางคนอาจได้ผลปานกลาง บางคนอาจได้ผลน้อย
ถ้านึกไม่ออกรู้ว่าจะเลี้ยงแบบไหนอย่างไร เรามีวิธีการเลี้ยงลูกในงานเสวนา "ผิดหรือถูก เลี้ยงลูกแบบไหน เสริมพัฒนาการลูกดีที่สุด" ที่จัดขึ้นโดยเบบี้มายด์ อัลตร้ามายด์ มาให้ลองไปศึกษาและอาจนำมาปรับใช้กับลูกเราได้
พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์ จากเพจหมอเสาวภาเลี้ยงลูกเชิงบวก กล่าวว่า พ่อแม่ย่อมต้องการส่งเสริมพัฒนาการลูกให้เป็นไปตามศักยภาพของลูก เพื่อที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ได้ทำงานตามความถนัด หรือตามความชอบของตัวเองได้อย่างมีความสุข แต่ในชีวิตจริงแต่ละขั้นตอนของพัฒนาการพ่อแม่ต้องเผชิญกับอารมณ์ หรือพฤติกรรมต่อต้านตามวัยของลูก ซึ่งทำให้การ ส่งเสริมพัฒนาการตามธรรมชาติของลูกนั้นเต็มไปด้วยความขัดแย้ง
"สัมพันธภาพที่ดีกับลูกสำคัญที่สุด เมื่อใดที่ลูกรู้สึกเชื่อมโยงและมั่นใจในตัวพ่อแม่ เขาก็จะรู้สึกมั่นใจในตัวเองได้ การเลี้ยงลูกเชิงบวกจึงช่วยตอบโจทย์ได้ดีเพราะเป็นการเลี้ยงดูที่เน้นการสื่อสารให้เกิดความเข้าใจ ไม่เน้นลงโทษและใช้อารมณ์ เน้นการฝึกให้คิดวิเคราะห์และร่วมตัดสินใจ แม้สุดท้ายลูกตัดสินใจผิดพลาดก็ต้องเรียนรู้ผลการกระทำของเขาโดยพ่อแม่ไม่ซ้ำเติม แต่จะช่วยเสริมพลังใจให้คิดเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่
ครั้งหน้าเมื่อเราใช้วินัยเชิงบวกลูกจะค่อยๆ คิดและรับผิดชอบเป็น ไม่ต้องรอคำสั่งหรือคำบ่น เวลาในแต่ละวันก็ไม่หมดไปกับการจ้ำจี้จำไช แล้วเราจะเหลือเวลาทำกิจกรรมพูดคุยกับลูก แล้วธรรมชาติหรือความถนัดที่เป็นตัวเขาเองจะปรากฏออกมา เมื่อใดที่ลูกรู้รับผิดชอบและเปิดเผยความถนัดออกมาเมื่อนั้นเขาจะสามารถต่อยอดสิ่งที่เขาเป็นไปจนถึงฝั่งฝัน ไม่ท้อถอยหรือล้มเลิกกลางทางง่ายๆ ค่ะ"
ด้าน ทพญ.จีรภา ประพาศพงษ์ ผู้เขียนหนังสือ 30 หลักคิด ติดปีกลูก กล่าวว่า วิธีเลี้ยงลูกที่ช่วยเสริมพัฒนาการได้ดีที่สุดคือเลี้ยงตามธรรมชาติของเด็กแต่ละคน เข้าใจธรรมชาติแต่ละวัย และรู้ธรรมชาติความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ เมื่อลูกได้รับการเติมเต็มในส่วนนี้จะพัฒนาความรู้สึกดีที่มีต่อตัวเอง หน้าที่พ่อแม่คือเปิดโอกาสให้ลูกได้เรียนรู้รอบด้าน ให้ได้ใช้เวลาค้นหาตัวเองว่าชอบอะไรโดยไม่ตีกรอบ พัฒนาสุขภาพกายใจควบคู่กันไป พร้อมส่งเสริมทักษะที่จำเป็น เช่น ทักษะ ชีวิต ทักษะเอาตัวรอด การเป็นเจ้านายเทคโนโลยี ทักษะของคนสำเร็จ โดยระหว่างทางเดินให้ใช้ความรักที่ปราศจากเงื่อนไขและมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันตลอดเส้นทาง
"การจะเลี้ยงลูกให้ประสบความสำเร็จได้พ่อแม่ต้องมีความสุขก่อน เมื่อมีความสุขการเลี้ยงลูกของเราจะดีและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกได้ที่สำคัญลูกก็มีความสุขไปด้วย พ่อแม่ที่ประสบความสำเร็จคือเลี้ยงลูกให้มีความเคารพนับถือตนเอง ภาคภูมิใจในตนเอง มองภาพตัวเองในทางที่ดี มีความเชื่อมั่นในตนเอง พร้อมกับช่วยลูกให้มีโอกาสเรียนรู้ทักษะที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตเมื่อโตขึ้นค่ะ"
ขณะที่ นพ.ถิรชัย ตันสันติวงศ์ กุมารแพทย์ระบบประสาท โรงพยาบาลบีเอ็นเอช กล่าวว่า การเลี้ยงลูกไม่ได้มีวิธีที่ถูกต้องสำเร็จรูปเสมอไป พี่น้องในครอบครัวเดียวกันก็ไม่สามารถเลี้ยงด้วยวิธีการเดียวกันได้ เพราะพื้นฐานด้านจิตใจของเด็กแต่ละคนต่างกัน การเลี้ยงลูกจึงต้องสังเกตอุปนิสัยและจิตใจของเด็กเป็นสำคัญ นอกจากพัฒนาการด้านร่างกายแล้วพ่อแม่ควรสนใจพัฒนาการด้านสมองและระบบประสาท ซึ่งสามารถกระตุ้นพัฒนาได้ตั้งแต่วัยทารกเรื่อยมาจนถึงวัย 1-2 ขวบ จากวัยเด็กเล็กจนถึงเด็กโต
"การที่เด็กมี IQ ที่ดี มีหลายปัจจัยประกอบไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์ อาหาร รวมถึงการกระตุ้นพัฒนาการเด็กตามวัย นอกจากนี้ควรให้ความสำคัญเรื่อง EQ เพิ่มขึ้น โดยเน้นไปในการหัดแก้ปัญหาด้านอารมณ์และทัศนคติของเด็กในด้านต่างๆ ในมุมมองของผมพ่อแม่ที่ประสบความสำเร็จ คือผู้ที่เลี้ยงลูกแล้วให้ลูกรู้จักที่จะมีความคิดสร้างสรรค์และมีสุขภาพกายใจที่ดี" n







