posttoday
อาเซียน-จีนขัดแย้ง พิพาทบนจุดเกรงใจ

อาเซียน-จีนขัดแย้ง พิพาทบนจุดเกรงใจ

03 สิงหาคม 2560

ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์ความสัมพันธ์ของอาเซียนทั้ง 10 ชาติและจีน ติดอยู่ตรงกลางระหว่างการปกป้องผลประโยชน์ในน่านน้ำทะเลจีนใต้ และการรักษาความสัมพันธ์กับจีน มหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจของอาเซียนอย่างมาก โดยลักษณะของความสัมพันธ์ดังกล่าวสะท้อนออกมาให้เห็นอีกครั้งผ่านการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเมื่อวานนี้

ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

ความสัมพันธ์ของอาเซียนทั้ง 10 ชาติและจีน ติดอยู่ตรงกลางระหว่างการปกป้องผลประโยชน์ในน่านน้ำทะเลจีนใต้ และการรักษาความสัมพันธ์กับจีน มหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจของอาเซียนอย่างมาก โดยลักษณะของความสัมพันธ์ดังกล่าวสะท้อนออกมาให้เห็นอีกครั้งผ่านการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเมื่อวานนี้

การออกแถลงการณ์ร่วมของอาเซียนล่าช้าออกไปเมื่อวานนี้ เนื่องจากไม่สามารถตกลงกันได้ในถ้อยแถลง โดยสำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า การออกแถลงการณ์ร่วมจำเป็นต้องล่าช้าออกไป เพราะเวียดนามต้องการให้เพิ่มข้อความที่แสดงถึงการถมทะเลสร้างสิ่งปลูกสร้างและการดำเนินการทางทหารของจีน ซึ่งแข็งกร้าวกว่าร่างแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ที่ไม่มีการระบุถึงทั้งสองสิ่ง ดังกล่าว และระบุเพียงว่าอาเซียนกังวลอย่างมากต่อข้อพิพาทในทะเลจีนใต้

เวียดนามเป็น 1 ใน 4 ชาติสมาชิกอาเซียนที่พิพาทกับจีนเรื่องพื้นที่ในทะเลจีนใต้ โดยก่อนการประชุม ซึ่งเริ่มต้นเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า เวียดนามต้องระงับการขุดก๊าซในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทจากจีนไปก่อน หลังจีนส่งคำเตือนมายังรัฐบาลเวียดนามให้หยุดการดำเนินการดังกล่าว มิเช่นนั้นจะเผชิญกับการโจมตีทางการทหาร

ความสัมพันธ์กับจีนเป็นเรื่อง "อ่อนไหว" อย่างมากสำหรับอาเซียนในการพูดถึงในเชิง "แข็งกร้าว" เพราะนอกจากจีนจะทรงอำนาจทางการทหารแล้ว จีนยังเป็นลูกค้าส่งออกสินค้าและบริการนอกภูมิภาคอันดับ 1 โดยมูลค่าการค้าระหว่างอาเซียนและจีนคิดเป็นสัดส่วน 15% ของการค้าทั้งหมด เป็นรองเพียงแค่การค้าภายในภูมิภาคอาเซียนในรอบ 1 ปี นับถึงเดือน พ.ย. 2016

นอกจากนี้ จีนยังมีแนวโน้มเข้าผูกสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอาเซียนเพิ่มขึ้นมากเรื่อยๆ เนื่องจากอาเซียนเป็นจุดหมายสำคัญในการขยายเส้นทางการค้าตามแผน 1 แถบ 1 เส้นทาง (OBOR) โดยข้อมูลจากทางการจีนระบุว่า มูลค่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระหว่างจีนกับอาเซียนสูงถึง 2.96 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.7 ล้านล้านบาท) เมื่อนับถึงเดือน พ.ค. 2017

ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างชาติอาเซียนและจีน ยังสะท้อนได้จากรายงานของหนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ ระบุว่า หลายชาติในสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนได้แสดงความกังวลต่อแผนการของฟิลิปปินส์ ชาติประธานอาเซียนประจำปี 2017 ต่อกรณีที่ฟิลิปปินส์จะผูกสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีนให้มากขึ้นผ่านการลงทุนร่วมด้านพลังงานในทะเลจีนใต้

ฟิลิปปินส์เป็นชาติที่ยื่นฟ้องร้องต่ออนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศให้ช่วยตัดสินข้อพิพาทในทะเลจีนใต้กับจีน ซึ่งคำตัดสินเมื่อกลางปี 2016 ระบุว่า จีนไม่มีสิทธิในพื้นที่ดังที่กล่าวอ้าง ก่อนที่สถานการณ์จะพลิกผันเมื่อประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ขึ้นมามีอำนาจ และพยายามที่จะดึงดูดการค้าและลงทุนจากจีนเพื่อช่วยการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

การร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างจีนและฟิลิปปินส์ รวมไปถึงการที่จีนจะช่วยเหลือด้านการเงิน 9,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.97 แสนล้านบาท) ในฐานะเงินกู้ให้กับฟิลิปปินส์เพื่อนำไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหลายโครงการ และยังกำลังอยู่ระหว่างพูดคุยเพื่อสร้างทางรถไฟเชื่อมกรุงมะนิลาและภูมิภาคบิกอล ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงมะนิลา มูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์ (เกือบ 1 แสนล้านบาท) อีกด้วย

ขณะเดียวกัน สิงคโปร์นอกจากจะเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในโครงการเส้นทางการค้า 1 แถบ 1 เส้นทางของจีนแล้วนั้น สิงคโปร์ยังมีบทบาทในฐานเป็นผู้ประสานงานระหว่างจีนและอาเซียน ซึ่งตำแหน่งดังกล่าวมีวาระ 3 ปี และสิงคโปร์ได้รับตำแหน่งดังกล่าวต่อจากไทยในปี 2015 รวมถึงสิงคโปร์ยังจะเป็นประธานอาเซียนในปี 2018

เมื่อกลางเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา โก๊ะโพคูน รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมสิงคโปร์ กล่าวว่า เขตปกครองตนเองของจีน กว่างซีจ้วง มีความสำคัญอย่างมากต่อการเปิดโอกาสการค้าของสิงคโปร์ โดยเขตปกครองดังกล่าวอยู่ติดกับเวียดนาม และสามารถเชื่อมต่อระหว่างอาเซียนและจีนได้ทั้งทางบกและทางทะเล ซึ่งสิงคโปร์หวังจะให้กว่างซีจ้างเป็นทางเชื่อมกับจีนเพื่อไปยังเมืองฉงชิ่ง ใจกลางของประเทศจีน ซึ่งจะเป็นเมืองที่เชื่อมต่อไปทางยุโรปตะวันออก

ประเทศเศรษฐกิจอันดับ 1 ของอาเซียนจึงมีความสำคัญอย่างมากต่อจีน โดย หวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน และวิเวียน บาลากฤชนัน รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ ได้พบปะที่ข้างเวทีการประชุมรัฐมนตรีอาเซียน เมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งหวังอี้ได้เรียกร้องให้สิงคโปร์ยังทำตามหน้าที่ผู้ประสานงานระหว่างจีนและอาเซียนเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสอง

"พวกเราอวยพรให้สิงคโปร์ดำเนินบทบาททั้งสองบทไปได้ด้วยดี เพื่อให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและอาเซียนพัฒนาขึ้น สิงคโปร์สามารถเล่นบทบาทในด้านบวกและพิเศษได้" หวังอี้ กล่าว

จากความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ อาเซียนก็มีความสำคัญกับจีนไม่แพ้กัน จึงไม่แปลกที่จีนเองก็พยายามรักษาความสัมพันธ์ให้ไปในทางบวก โดยรัฐมนตรีต่างประเทศจากอาเซียนและจีนยอมรับกรอบแผนงานแนวทางปฏิบัติในทะเลจีนใต้ ซึ่งจะทำให้การพูดคุยอย่างเป็นทางการเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งจะเกิดขึ้นภายในปีนี้

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวเกียวโด ระบุว่า ผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่รัฐน้อยนักที่จะเห็นว่าการเจรจาจะเป็นไปอย่างราบรื่นและนำไปสู่กฎใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งได้ภายในเร็วๆ นี้ เนื่องจากร่างแนวทางปฏิบัติในทะเลจีนใต้ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย หรือยึดมั่นตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลแต่อย่างใด และยังเป็นเพียงร่างคร่าวๆ ที่ยังไม่มีรายละเอียด

อาเซียนไม่ได้พึ่งพาทางเศรษฐกิจต่อจีนเพียงอย่างเดียว ตัวเลขการลงทุนโดยตรง (เอฟดีไอ) ของจีนในภูมิภาคอาเซียน ยังตามหลังหลายประเทศอยู่มาก โดยข้อมูลล่าสุดจากอาเซียน ระบุว่า จีนมีเอฟดีไอเมื่อปี 2015 อยู่ที่มากกว่า 8,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.6 แสนล้านบาท) เทียบกับอียู 28 ชาติที่ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 6.6 แสนล้านบาท) และญี่ปุ่นประเทศเดียวที่มากกว่า 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 5.6 แสนล้านบาท)

การดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนทั้ง 10 ชาติและจีน ในยุคที่ทะเลแถบนี้มีอุณหภูมิสูงขึ้นทุกขณะ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะติดอยู่ตรงกลางบน "จุดเกรงใจ" ระหว่างการปกป้องผลประโยชน์ในน่านน้ำ และการรักษาความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน n

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69